Monday, September 26, 2016

คุยข้างเดียว#53 สรุปงานปลดล็อคกรรม ครั้งที่ 14 และกำหนดการงานปลดล็อคกรรมครั้งที่ 15


งานปลดล็อคกรรมครั้งที่ 14 วันนี้ (25 ก.ย. 59) ผ่านไปด้วยดี โดยไม่มีฝนสักหยดเดียว ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้วันเดียว พายุฝนเพิ่งถล่มกทม.ตอนเหนือไป รวมถึงสถานที่จัดงานด้วย

วันนี้ผมไปถึงงานเร็วหน่อยเพื่อไปเช็คสถานที่ ปรากฎว่า เก้าอี้นั่งค่อนข้างเปียกและเลอะเทอะพอควร ญาติธรรมที่ไปถึงงานก่อน ได้ช่วยกันทำความสะอาดเก้าอี้นั่งให้ ส่วนผมก็เตรียมงานและสนทนาธรรมไปพลาง ๆ ก่อนงานเริ่ม เพราะปกติจะจัดงานเดือนละครั้ง ก็จะเปิดโอกาสให้ญาติธรรมเต็มที่เท่าที่มีเวลาครับ

งานวันนี้คนมาร่วมเยอะมาก ทั้งที่ชวนกันมาและดูจาก สัจธรรม live ที่ออกอากาศไปได้เดือนกว่า ๆ ที่มาในงานดูคร่าว ๆ แล้ว น่าจะแตะ 50 ท่าน แล้วก็มีในกลุ่ม line ของ rombodhidharma.net ที่ผม group call เข้าไปอีกราวๆ 30 ท่าน รวมแล้วก็ประมาณ 80 เยอะที่สุดเท่าที่เคยจัดมาแล้วครับ โชคดีที่ผมเตรียมสื่อซีดี ดีวีดี และหนังสือขอขมากรรมไปจำนวนมาก

งานเริ่มช้าไปกว่าเวลา 9:00 น.เล็กน้อย เพราะหลายคนหลงไปสวนรถไฟ หลายคนมาไม่ถูก หลายคนที่กำลังเดินทาง และมีบางท่านติดน้ำท่วมมาไม่ได้ ก็ไม่เป็นไรถึงเวลาจะได้มาเองครับ

เราเริ่มขอขมากรรมด้วยบทขอขมากรรมสำหรับคนไทยทุกหมู่เหล่า 2 ซึ่งเป็นบทที่ผมเรียกชื่อเล่นว่าเป็นบทนขอขมากรรมรวม 2.5 พอขอขมากรรมไปได้ไม่นาน บรรยากาศในงานก็เริ่มเคลียร์ โปร่งโล่ง ซึ่งผมบอกกับทุกคนก่อนเริ่มขอขมากรรมว่า ถ้ามีอาการอะไรแปลก ๆ ก็ไม่ต้องไปสนใจมากนัก เพราะกรรมมันจะคลายออกมา ก็พยายามขอขมากรรมให้จบ

เมื่อขอขมากรรมจบแล้ว ผมก็เข้าสู่เนื้อหาพระสัจธรรม พอพูดไปได้สักพัก แม่ชีหนิงและคณะก็ได้เข้ามาร่วมสมทบ แม่ชีหนิงท่านเป็นหัวหน้าทีมแปลพระสัจธรรมเป็นภาษาอังกฤษของหลวงพ่อ และผมก็ถือว่าท่านเป็นทั้งครูบาอาจารย์และเป็นพี่เลี้ยงให้ในช่วงที่ผมไปวัดใหม่ ๆ เมื่อปี 53-54 และท่านก็จะดูแลเรื่องที่พักให้ผมทุกครั้งที่ไปวัดครับ
ถ่ายกับแม่ชีหนิง

การบรรยายก็ดำเนินไปเรื่อย ๆ ซึ่งผมรู้สึกว่าญาติธรรมที่มาร่วมงานเกือบทั้งหมดได้คลี่คลายมาแล้วจากการฟังหลวงพ่อและสัจธรรม live ที่ออกอากาศไปได้เดือนกว่า ๆ งานนี้ก็เลยไม่ต้องเหนื่อยมาก

พอถึงเวลาประมาณ 10:30 น.แม่ชีหนิงและคณะก็ขอตัวไปโปรดจิตญาณตกค้างที่บางปะอินต่อ ท่านลงมากทม.ทีคิวก็แน่นจะแทบไม่ได้พักเลย

การบรรยายและการสนทนาธรรมไปจบลงประมาณ 11:00 น. จากนั้นผมก็นำขอขมากรรมโปรดทุกชั้นภูมิ 2 ซึ่งค่อนข้างยาว แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี จบลงด้วยการร่วมทำมหาสังฆทานเหมือนทุกครั้งเพื่อเป็นกำลังให้ทั้งสังสารวัฏ ก็คลี่คลายกันดี จากนั้นก็มีการแจกสื่อทั้งหมด แล้วก็ร่วมรับประทานอาหารกลางวันที่พี่จิ๋มกับพี่แก้ว เตรียมมาเลี้ยงผู้ร่วมงานแทบทุกครั้ง และพี่ตาก็ได้เตรียมขนมมาสบทบด้วย ส่วนผมก็ยังสนทนาธรรมรอบนอกกับญาติธรรมบางส่วนต่อจนถึงเวลาเกือบ ๆ บ่ายสอง จึงแยกย้ายกลับบ้าน


ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่ได้มาร่วมงาน ร่วมทำมหาสังฆทาน และการสนับสนุนทุกรูปแบบที่ทำให้การจัดงานสามารถดำเนินมาได้ถึงครั้งที่ 14 รวมถึงของฝากเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่มีให้แทบจะทุกครั้งที่มีงาน งานนี้คงจะจัดต่อไปเพื่อเป็นการคลี่คลายปลดล็อคกรรมให้ทุกหมู่ทุกเหล่าไปเรื่อย ๆ อย่างน้อยเมื่อคลี่คลายวิบากที่ปิดบังแล้ว การขอขมากรรมเองที่บ้านก็จะง่ายขึ้นเยอะเลยหลังจากนี้ไป ใครพลาดงานครั้งนี้ก็ไม่ต้องเสียดายครับ เดือนหน้ายังมีอีก ท่านใดที่เข้าไม่ถึงตัวผมในวันนี้ก็ไม่เป็นไรนะครับ ทุกท่านมีไลน์มีเบอร์ผมกันอยู่แล้ว มีอะไรติดขัดก็ติดต่อมาได้ตลอดนะครับ

ส่วนงานครั้งที่ 15 ที่เล็งไว้คร่าว ๆ ก็น่าจะเป็นวันที่ 23 ต.ค. แต่ผมจะยืนยันอีกทีก่อนที่จะเดินทางไปวัดร่มโพธิธรรมช่วงวัน่ที่ 1-11 ต.ค.นี้ ซึ่งจะมีญาติธรรมบางส่วนเดินทางไปเจอผมที่วัดในช่วงดังกล่าวด้วย บางท่านก็อาจจะได้มาร่วมลงแรงทำกิมจิแจกคนในวัดด้วยกันกับผม (ถ้าหลวงพ่อท่านไม่พาผมไปโปรดข้างนอก หรือต้องไปช่วยท่านทำงานส่วนอื่นก่อนนะครับ)

การออกอากาศ สัจธรรม live ช่วงอาทิตย์นี้จะมีตั้งแต่วันจันทร์ถึงศุกร์เวลาสี่ทุ่มนะครับ แล้วจะเว้นในช่วงที่ผมไปวัด กลับมาแล้วค่อยว่ากันครับ และในส่วนของเสียงบันทึกงานปลดล็อคกรรมนั้น ต้องยอมรับว่าล่าช้าจริง เพราะเสียงสนทนางานปลดล็อคกรรมครั้งที่ 12 เดือน ก.ค.นั้น ผมยังตัดต่อไม่เสร็จเลย เพราะยุ่งอยู่กับสัจธรรม live ตอบปัญหาธรรมและการพยายามรวบรวมบทขอขมากรรมให้เป็นต้นฉบับที่จะตีพิมพ์แจกเป็นพุทธบูชา แต่ไม่มีปัญหาครับ สัจธรรม live นี่ก็ช่วยคลี่คลายได้เยอะแล้ว

ขอให้ทุกชีวิตจิตวิญญาณ ในทุกหมู่ทุกเหล่า ทุกชั้นทุกภูมิ จงได้มีส่วนในอธิวาสนามหาบารมี และการโปรดสัตว์ตามองค์มหาบารมี โดยทั่วกัน ไปตลอดกาลนานเทอญ

อโหสิ อโหสิ อโหสิ
โส โส โส
ปริ๊นซ์

ขอขอบคุณภาพถ่ายจากญาติธรรมหลายท่านที่ส่งมาให้ครับ







No comments:

Post a Comment