Monday, August 15, 2016

บทขอขมากรรมสำหรับนักปฏิบัติและผู้สอนการปฏิบัติธรรม (DOWNLOAD)

หลังจากที่ปล่อยบทขอขมากรรมสำหรับกรรมปิดกั้นปิดบังพระสัจธรรมไปและมีการปรับปรุงเนื้อหาไปแล้วถึง 2 ครั้งจนกลายเป็นเวอร์ชั่นที่ 3 หากจะต่อให้ยาวไปกว่านั้นก็คงจะไม่ไหว และช่วงหลังก็มีพระสงฆ์หลายรูปรวมถึงฆราวาสบางส่วนที่ติดต่อเข้ามา มีปัญหาเรื่องนี้มาก ติดปฏิบัติกันเหนียวแน่น บ้างก็ติดค้างหนี้บุญคุณครูบาอาจารย์ไม่กล้าขยับขยาย ต้องกล้ำกลืนฝืนสอนการปฏิบัติโมหะอุปาทานไปอย่างเสียไม่ได้ ผมก็เลยแยกบทขอขมากรรมออกมาเฉพาะสำหรับนักปฏิบัติเลยโดยตรง เรียกว่าติดปฏิบัติ ติดปัญญา ติดปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ หรือเข้าใจพระสัจธรรมแล้วก็ยังต้องมาเกี่ยวข้องเกี่ยวพันกับสิ่งที่ไม่ตรงต่อเนื้อหาพระสัจธรรม ไม่สามารถที่จะจบจะปลงจะวางได้ก็ให้ใช้บทขอขมากรรมนี้ได้เลย จะได้ขอขมากรรมได้ตรงประเด็นกรรม

ผมเองในช่วงต้น ๆ ที่เลิกปฏิบัตินั้น ผมเปลี่ยนตัวเองทันที คือสมุจเฉทเลย จากที่เคยไปช่วยงานวิปัสสนาอยู่หลายที่ ก็เลิกทันที งานที่ช่วยอยู่ก็ปล่อยทันที โยนคืนไปหมด ใครจะหาว่าบ้าก็ไม่สนครับ เพราะตอนนั้นผมอธิบายได้หมดทุกแง่มุมจนพระเปรียญเก้ายังอึ้ง เถียงไม่ออก เมื่อท่านเถียงไม่ออก ตอบคำถามผมไม่ได้ แล้วผมก็ไม่มีเหตุให้อยู่ตรงนั้นอีกต่อไป ใครจะคิดยังไงก็เรื่องของเขา เรียกว่าถ้าตอนนั้นเป็นพระอยู่แล้วมันออกไม่ได้ ผมก็คงสึกล่ะครับ แล้วค่อยไปบวชใหม่ก็ได้ เรื่องพรรษานี่ก็ไม่ได้เกี่ยวกับการบรรลุธรรมเลย ไม่รู้จะสะสมพรรษาไปทำไม อย่างที่ผมเขียนใน rombodhidharma.net นี่ก็ไม่ได้มีสักพรรษาเลยนะครับ ก็ให้มันนอกเหนือรูปแบบไปนั่นแหละ จะแบบไหนก็ไม่เกี่ยวแล้ว

การตอบแทนครูบาอาจารย์นั้น ก็ไม่ใช่การที่ยอมให้ท่านลากไปใช้กรรมนะครับ แต่ตัวเองนี่แหละก็สว่างไสวเสียเอง เป็นแบบอย่างเสียเองด้วยความอาจหาญ นี่คือการตอบแทนด้วยคุณสูงสุด ตอบแทนด้วยอานุภาพแห่งพระรัตนตรัย ไม่ใช่ปล่อยให้จมไปด้วยกัน จนกลายเป็นการใช้กรรม เราก็ไมสว่าง ครูบาอาจารย์ก็ไม่สว่าง อย่างนี้ช่วยใครไม่ได้จริงหรอกครับ

ในบทนี้ก็จะเน้นเรื่องกรรมปฏิบัติและประกาศสละประกาศถอนสิ่งที่เกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติหรือการสอนปฏิบัติทั้งหมด รวมถึงการประกาศชดใช้หนี้กรรมหนี้บุญคุณกับครูบาอาจารย์ด้วย จะได้หมดวาระกรรมที่ต้องไปวนกับการปฏิบัติหรือสอนปฏิบัติกันได้เร็วขึ้น เหล่าบรรดาผู้ที่เป็นองค์ทรงทั้งหลายก็สามารถใช้บทนี้ในการขอขมากรรมก็ได้นะครับ เพราะมีเนื้อหาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการทรงเจ้าเข้าผีอยู่เหมือนกัน

แล้วก็เหมือนเดิม การขอขมากรรมทุกเรื่อง ต้องขอด้วยความสำนึก และยอมที่จะสละบุญบารมีเพื่อชดใช้หนี้เวรหนี้กรรมทั้งหมดที่กีดกันขัดขวางตนอยู่อย่างหมดใจ แล้วเดี๋ยวกรรมทั้งหลายจะคลายออกเอง

บทขอขมากรรมสำหรับนักปฏิบัติและผู้สอนการปฏิบัติธรรม

นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

ขอนอบน้อมองค์มหาบารมี ทุกพระองค์ทรงเป็นประธาน องค์คุณหลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะ เขมรโต องค์คุณพุทธะ มหาพุทธะ พระโพธิสัตว์ พระมหาโพธิสัตว์ พระปัจเจกพุทธะ พระมหาปัจเจกพุทธะ พระอรหันต์ พระมหาอรหันต์ พระอริยเจ้า อริยสงฆ์ทั้งหลาย

กรรมใดๆที่หมู่เหล่าข้าพเจ้าทั้งหลายได้เคยหลงหมกมุ่น หลงเคร่งเครียดจริงจัง หลงยึดหลงติด หลงตอกย้ำในทิฏฐิมานะ ในปัญญา ในความลังเลสงสัย ในธรรมาพิสมัยทั้งหลาย ในกรรมอนุสัยทั้งหลาย แห่งการเจริญรู้เจริญเห็น ในการนึกคิดปรุงแต่งทั้งหลาย ในข้ออรรถข้อธรรมทั้งหลาย ในการวิพากษ์ วิจัย วิจารณ์พระสัจธรรม ในความเชี่ยวชาญเนื้อหาธรรมทั้งหลาย การเปรียบเทียบเทียบเคียง ความฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมในเนื้อหาธรรมทั้งหลาย การตอกย้ำในสัญญาความจำทั้งหลาย ในความดื้อรั้นดื้อดึง ในมานะ ในความเพียรซ้อนธรรม ในการบังคับกดข่ม หรือทรงนิ่งในสภาวะธรรมทั้งหลาย จนเป็นความเคยชิน กรรมที่เคยทรงจิต ทรงสติ ทรมานกายทรมานจิตเพื่อการบำเพ็ญหรือการปฏิบัติทั้งหลาย การหลงบำเพ็ญบารมีด้วยวิธีที่วิปริตพิสดาร การหลงยึดถือศีลพรต ยึดถือพระวินัย ในข้อวัตรปฏิบัติ อย่างเคร่งเครียดจริงจัง จนกลายเป็นกิเลสซ้อนธรรม เป็นอัตตาในธรรม จนไม่ตรงต่อพระสัจธรรม ไม่ตรงต่อการปลงการวางในตัวของมันเอง

กรรมที่เคยทรงเจ้าเข้าผี เป็นองค์ทรง เป็นตัวแทนของเทพพรหมทั้งหลายในการโปรดสัตว์ หรือถูกหลอกลวงช่วงใช้ ถูกสะกด ถูกชี้นำ ถูกแทรกแซงในจิตในความคิด ด้วยอำนาจจิตฤทธิ์เดช โดยจิตญาณจากภพภูมิอื่น ในการแสดงอิทธิฤทธิ์ ฤทธิ์เดช เวทย์มนต์ คุณไสยมนต์ดำ คาถาอาคม ตั้งตนเป็นเจ้าพ่อ เจ้าแม่ เจ้าสำนัก ด้วยวิถีวิธีการที่ไม่ตรงต่อเนื้อหาพระสัจธรรม ไม่ตรงต่อเนื้อหาสุญญตา จนก่อให้เกิดความหลงยึดติด หลงศรัทธา หลงงมงาย หลงวกวนวิกลจริต หลงก่ออกุศลกรรม หรือเป็นเหตุให้ผู้อื่นต้องเกิดความวิปริตผิดเพี้ยนคลุ้มคลั่งในกายในใจทั้งหลาย

กรรมที่เคยเคี่ยวเข็ญ หรือเป็นเหตุให้เกิดกรรมซ้อนในการปฏิบัติธาตุปฏิบัติขันธ์ ทั้งของตนเองและผู้อื่น ในการปฏิบัติเอา ในการชักชวนโน้มน้าว ในการเผยแพร่ หรือการพร่ำสอนผู้อื่นในการฝึกพลังตบะ ฌาน ญาณ อภิญญา สติ สมาธิ อำนาจจิต อิทธิฤทธิ์ ฤทธิ์เดช คุณวิเศษทั้งหลาย ในปัญญาทั้งหลาย ในมิจฉาศรัทธา ในมิจฉาทิฏฐิทั้งหลาย ในวัตถุอาคม หรือพลังเวทย์มนต์ทั้งหลาย จนเป็นกรรมในการปฏิบัติธาตุปฏิบัติขันธ์ ตั้งเอาทำเอาเพียรเอาในธรรมทั้งหลาย ทั้งที่เกี่ยวข้องโดยตรงหรือโดยอ้อมก็ดี จนก่อให้เกิดความวกวน สาละวน เกิดกิเลสหรืออัตตาซ้อนธรรม เกิดความอหังการในธรรม เกิดมานะในธรรม จนกลายเป็นกรรมปิดกั้นปิดบังพระสัจธรรม

กรรมที่เคยเผยแพร่เนื้อหาพระสัจธรรมอย่างผิด ๆ จนก่อให้เกิดกรรมปิดกั้นปิดบัง หลงผิด หลงยึดติด ไม่ตรงต่อเนื้อหาการปลงการวางในตัวของมันเอง ต่อหมู่เหล่าพระสงฆ์และสรรพสัตว์ทั้งหลาย ทั้งที่เจตนาก็ดีหรือไม่เจตนาก็ดี ทั้งทางตรงหรือทางอ้อมก็ตาม

กรรมที่เคยค้าขายพระสัจธรรม ขายสื่อคำสอนพระสัจธรรม หนังสือธรรมะ บทสวดมนต์ ขายรูปปั้นรูปเหมือน รูปเคารพขององค์มหาบารมี เครื่องรางของขลัง วัตถุอาคมทั้งหลาย เพื่อการพานิชย์ เพื่อหาเลี้ยงชีวิต เพื่อทรัพย์สินเงินทอง จนก่อให้เกิดความหลงยึดติด เกิดมิจฉาศรัทธา หรือมิจฉาทิฏฐิต่อบุคคลอื่นทั้งหลาย ไม่ได้เป็นไปเพื่อการโปรดสัตว์อย่างกว้างขวางไร้ขอบเขต

กรรมที่เคยต่อล้อต่อเถียง ดูหมิ่นดูแคลน ประมาทปรามาส ปฏิเสธปฏิฆะ โต้เถียงหักล้าง เอาชนะคะคาน ขัดแย้งทะเลาะเบาะแว้ง บิดเบือนเนื้อหา หรือลบหลู่ดูหมิ่นต่อพระสัจธรรม คำสอนขององค์มหาบารมี ของผู้โปรดสัตว์ ของคุรุครูบาอาจารย์ทั้งหลาย

กรรมที่เคยบิดเบือน แอบอ้างตน ดัดแปลงหรือสวมรอย คำสอนแห่งองค์มหาบารมี ผู้โปรดสัตว์ หรือคุรุครูบาอาจารย์ทั้งหลาย ด้วยความเชื่อ ด้วยทิฏฐิคติแห่งตน จนเกิดการบิดเบือนในคำสอนนั้น ให้กลายเป็นคำสอนของตน ยกตนข่มท่าน หรือตีตนเสมอองค์มหาบารมี อวดอ้างองค์คุณเบื้องสูง จนก่อให้เกิดความหลงเข้าใจผิด ในเนื้อหาพระสัจธรรม ต่อผู้คนทั้งหลาย หรือกระทำไปเพื่ออวดอ้าง ในเกียรติยศชื่อเสียง ในความนับหน้าถือตา หรือเพื่อลาภสักการะแห่งตนก็ตามที
กรรมที่เคยหลงตีความคำสอนขององค์มหาบารมีในทางที่ผิด ด้วยทิฏฐิ ด้วยคติหรืออคติ ด้วยปัญญาแห่งตน จนก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในเนื้อหาพระสัจธรรมต่อตนเองหรือผู้อื่นทั้งหลาย
กรรมที่เคยหลงยึดติด หลงจริงจังในลาภยศสรรเสริญ อำนาจวาสนาบารมีในทางธรรม ในตำแหน่งหน้าที่ทางธรรมทั้งหลาย จนกลายเป็นการยึดติด การหากิน เบียดบังหาผลประโยชน์ในพระศาสนาโดยมิชอบ หรือเป็นเหตุให้เกิดการปฏิเสธปฏิฆะ เกิดความขัดแย้ง เกิดการตำหนิติเตียน เกิดการเบียดเบียนในหมู่ผู้คนทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นพระสงฆ์หรือฆราวาสก็ตามที

กรรมที่เคยเกี่ยวข้อง สัมผัสสัมพันธ์กับองค์คุณทั้งหลาย ด้วยธาตุที่ไม่บริสุทธิ์ ด้วยอารมณ์ความรู้สึกอันไม่เหมาะไม่ควร ด้วยโมหะตัณหาอุปทานทั้งหลาย ในทุก ๆ กรณีกรรม จนกลายเป็นกรรมปิดกั้นปิดบังพระสัจธรรม และความสว่างไสวในตัวมันเอง

กรรมที่เคยยึดถือแนวทางในการปฏิบัติ ในความเป็นสำนัก ในลัทธินิกาย ในครูบาอาจารย์ จนก่อให้เกิดความคับแคบ ในวิถีทาง ในแนวทาง ในแง่มุมทั้งหลาย ไม่สามารถที่จะโปรดสัตว์อย่างกว้างขวางไร้ขอบเขต ตามองค์มหาบารมีได้

หนี้กรรมหนี้บุญคุณ และหนี้แรงงาน ทั้งหมดทั้งมวล ที่ได้เคยติดค้าง ต่อครูบาอาจารย์ทั้งหลาย ต่อสำนักนิกาย ต่อผู้มีคุณ ต่อลูกหลานบริวาร หรือลูกศิษย์ทั้งหลาย ติดค้างต่อคำสอนทั้งหลาย  อันไม่ตรงต่อเนื้อหาพระสัจธรรม ติดค้างต่อคำมั่นสัญญา คำสัตย์สาบาน หรือภารกิจทั้งหลาย ที่เคยให้ไว้ต่อเทพเทวา ต่อครูบาอาจารย์ ทั้งในภาคทิพย์และภาคหยาบทั้งหลาย ในการเผยแพร่สิ่งที่ไม่ตรงต่อพระสัจธรรม จนเป็นเหตุปิดกั้นปิดบัง ความสว่างไสว ปิดกั้นปิดบัง ฉุดรั้งต่อการโปรดสัตว์ อย่างกว้างขวาง ตามองค์มหาบารมีทั้งหลาย

กรรมใด ๆ ที่เคยกระทำผิด ประมาทพลาดพลั้ง ละเมิดล่วงเกิน ต่อคุณพระรัตนตรัยทั้งหลาย ต่อผู้มีคุณ แห่งพระรัตนตรัยทั้งหลาย ต่อองค์คุณเบื้องสูง องค์มหาบารมี ต่อพระอริยสงฆ์ อริยเจ้าทั้งหลาย

กรรมที่เคยขัดขวาง ปิดกั้นปิดบัง กักขังหน่วงเหนี่ยว ทำร้ายทำลาย รวมถึงอกุศลกรรม ทั้งหมดทั้งมวล ที่ได้เคยกระทำ ในการกีดกันขัดขวางฉุดรั้งผู้อื่น ต่อพระสัจธรรม ต่อการโปรดสัตว์ ต่อการสละ ต่อการบวช การบรรพชาของผู้อื่นทั้งหลาย

ข้าพเจ้าทั้งหลาย ตลอดจนถึง บริวารที่พ่วงพันกันมาทั้งหลาย ได้สำนึกผิดแล้ว ขอให้องค์มหาบารมีทั้งหลาย ทรงเป็นประธาน ยกโทษและอโหสิกรรม ทั้งหลายทั้งปวง ให้แก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอให้กรรมทั้งหลาย จงเป็นอโหสิกรรม ณ กาลบัดนี้ด้วยเทอญ

และข้าพเจ้าทั้งหลาย ตลอดจนถึง บริวารที่พ่วงพันกันมาทั้งหลาย ขอประกาศสละ ขอประกาศถอน ความหลงตั้งเอาทั้งหลาย ความหลงยึดติดทั้งหลาย ในองค์มหาบารมีทั้งหลาย ในพระสัจธรรม ในครูบาอาจารย์ทั้งหลาย ในตัวบุคคลอื่นทั้งหลาย ในสรรพสิ่งทั้งหลาย ในทรัพย์สมบัติ ในชื่อเสียงเกียรติยศทั้งหลาย ในลาภสักการะทั้งหลาย ในความหวงห่วง ที่มีต่อผู้อื่น และบริวารทั้งหลาย ในทิฏฐิมานะ ความดื้อรั้นดื้อดึงแห่งตน ในความอิจฉาริษยา ในความพยาบาทอาฆาตแค้นทั้งหลาย ในปัญญา ในทิฏฐิ ในทัศนคติทั้งหลาย ในคติ-อคติทั้งหลาย ในตำแหน่งหน้าที่ ในอุดมการณ์ อุดมคติทั้งหลาย ในวิถีวิธีการ ในแนวทางทั้งหลาย ในหลักปรัชญา ในความเชื่อแห่งตน ในจารีตกฎข้อบังคับทั้งหลาย ในคำสาปแช่ง ในคำสัตย์สาบาน ในคำมั่นสัญญา ข้อผูกมัดทั้งหลายอันไม่ตรงต่อเนื้อหาพระสัจธรรม ตัณหาในบุญกุศล หรือ อธิวาสนาบารมีทั้งหลาย ตัณหาในความอยากดีอยากเด่นอยากดัง ทั้งทางโลกและทางธรรม ในมานะ ในความเพียรซ้อนธรรมทั้งหลาย ในความคุ้นเคยเคยชินทางจิตทั้งหลาย ในคุณวิเศษ เวทย์มนต์ ในอำนาจจิต ฤทธิ์เดชทั้งหลาย ในอภิญญา ตบะ ณาน ญาณ อันส่งเสริมโมหะตัณหาอุปาทานในธรรม ที่ไม่ตรงต่อเนื้อหาพระสัจธรรม ไม่ตรงต่อการปลงการวางในตัวของมันเองทั้งหลาย จนไม่สามารถที่จะสมุจเฉทเด็ดขาดตามเนื้อหาพระสัจธรรม ตามองค์มหาบารมีได้

ขอประกาศสละ ชดใช้หนี้เวรหนี้กรรมทั้งหลาย หนี้บุญคุณทั้งหลายเหล่านี้ ด้วยอธิวาสนาบารมี ที่มีต่อพระสัจธรรม ที่มีต่อองค์มหาบารมีทั้งหลาย

ขอชดเชยชดใช้ ด้วยการตรงต่อสัจธรรม ด้วยการบวช ด้วยการสละ ด้วยการเกื้อกูล ต่อพระศาสนา และการโปรดสัตว์ ตามองค์มหาบารมีทั้งหลาย

ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย คุรุครูบาอาจารย์ผู้มีคุณทั้งหลาย บริวารทั้งหลาย และสรรพสัตว์ทั้งหลาย ในทุกหมู่ทุกเหล่า ทุกชั้นทุกภูมิ จงได้มีส่วน ในการโปรดสัตว์ ตามองค์มหาบารมี โดยทั่วกัน ไปตลอดกาลนานเทอญ

อโหสิ อโหสิ อโหสิ
โส โส โส

No comments:

Post a Comment