Saturday, April 30, 2016

สัจธรรมจาก Facebook#69

เธอทั้งหลายมักจะถูกพร่ำสอนให้มีความพากเพียรอยู่เสมอ
ด้วยคำสอนที่ว่า ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน

ลิขิตฟ้าจริงๆไม่มีหรอกนะ...เธอทั้งหลาย
สิ่งที่เธอเป็น เธอมี เธอติดขัด เธอคิด เธอกังวล เธอสาละวนอยู่นี้
ล้วนแล้วแต่เป็นผลจากสิ่งที่เคยกระทำมาในอดีตชาติทั้งนั้น

มานะแห่งตนในวันนี้จึงไม่มีทางเป็นอื่นไปได้
นอกเสียจากจะเป็นโมหะลิขิตของเธอ ที่หลงต่อภพชาติเบื้องหน้าของเธอเสียเอง
ชีวิตของเธอทั้งหลายจึงมีแต่ความดิ้นรนเพื่อหนีสิ่งที่เธอกระทำมาในอดีต
หลีกหนีปฏิเสธลิขิตกรรมที่เธอได้ลิขิตตนเองเอาไว้เมื่อนานมาแล้ว

เมื่อเธอทั้งหลายต้องการที่จะลิขิตชีวิตตนเอง มันก็ไม่มีปัญหา
เธอก็จะได้ชีวิตในอนาคตเบื้องหน้าที่ลิขิตเอง
และต้องรับผลแห่งการลิขิตชีวิตตนเองนั้นด้วยเสมอ

--------------------------------------------

ผู้สังเกตการณ์(ผู้รู้)เองก็เป็นการหมุนวัฏฏะอยู่ภายใน ยังแยกตัวเองออกไปเป็นผู้รู้ และยังมีส่ิงที่ถูกดู เป็นความแปลกแยกจากธรรมชาติเดิมแท้แห่งสรรพสิ่ง ก็หยุดเพ่งดูเพ่งรู้ ย้ำรู้ย้ำเห็น เมื่อหมดความหลงที่จะไปเห็นอะไรเป็นอะไร มันก็จะเป็นหนึ่งเดียวกับสรรพสิ่งทั้งหลายไปเอง หมดความขัดแย้งในจิตในใจตนไปเอง โดยไม่ต้องถามหาความหมายอะไรอีกเลย

-------------------------------------------

ขณะที่ชาวพุทธส่วนใหญ่ ยังหลงหมกมุ่นมัวเมาอยู่กับตัวเอง ยังจมแช่นอนเนืองอยู่กับโมหะตัณหาอุปาทานแห่งตน ยังโอนเอนไปตามกระแสแห่งทิฏฐะมานะ ยังไม่สามารถเป็บแบบอย่างให้กับใครได้ในเรื่องพระสัจธรรม ยังกลัวพวกตัวเองจะน้อยลงจากการเข้ามาของศาสนาอื่น ยังติดอยู่แค่เปลือกกระพี้แห่งจารีต ขนมธรรมเนียม วิถีวิธีการ ไม่เด็ดขาดอาจหาญในพระสัจธรรมเสียเอง การผลักดันให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติจึงเป็นเรื่องตลก

การรักษาพระศาสนาจริงๆ จึงไม่ใช่เรื่องของปุถุชนที่ยังวนเวียนวังวนอยู่กับโมหะตัณหาอุปาทานแห่งตน หน้าที่จริงๆของผู้คนทั้งหลายมีแค่จบให้ตัวเองเป็นเสียก่อน ดับเย็นให้ตัวเองเป็นเสียก่อน แล้วนั่นแหละ มันก็จะเป็นแบบอย่างในเนื้อหาพระสัจธรรม เป็นแบบอย่างที่ชัดเจนแห่งเนื้อหาพระศาสนาไปเอง โดยไม่ต้องไปร้องแรกแหกกระเชอเพื่อพระศาสนาที่ไหนอีกเลย

-------------------------------------------

ไอ้คำว่าผู้โปรดสัตว์เนี่ย มันเอามาอ้างอิงอะไรไม่ได้หรอกนะ เอามาอวดก็ไม่ได้ เอามายึดก็ไม่ได้ เอามาภูมิใจจนเป็นอัตตาก็ไม่ได้อีก เพราะการโปรดสัตว์นั้นไม่ได้เกิดขึ้นจริง มันเป็นความว่างที่สะท้อนความว่างเอง สรรพสัตว์ทั้งหลายบรรลุด้วยธรรมญาณแห่งตนเอง แล้วจะเอาอะไรไปโปรดอะไร แล้วมีใครเป็นผู้โปรด แล้วมีใครที่ถูกโปรด ดังนั้นก็อย่าหลงตัวเองว่าเป็นผู้โปรดสัตว์ เพราะมันเป็นแค่เรื่องอุปโลกน์เท่านั้น

--------------------------------------

เกิดกันทุกวัน ตายกันทุกวัน มันเป็นเรื่องธรรมดา ตายก็ตายไม่จริง เกิดก็เกิดไม่จริง เป็นเพียงธาตุแปรธาตุตามเหตุตามปัจจัยเท่านั้นเอง

--------------------------------------

เวลามีอกุศลกรรมจากผู้อื่นมากระทบ จนเกิดปฏิฆะขัดเคืองในจิตในใจ ก็ให้บอกตัวเองเสมอๆว่า "นี่เราเคยทำกับเขาขนาดนี้เลยหรือ" แล้วก็อโหสิออกมา โสออกมา มันจะง่ายกว่า การอโหสิหรือการโสออกมาก็จะออกมาจากความสำนึกจริงๆ สำนึกที่เราจะไม่ต่อกรรมอีกต่อไป ไม่ใช่อโหสิเพื่อผลักไสไล่ให้ไปไกลๆ

No comments:

Post a Comment