Tuesday, February 2, 2016

คุยข้างเดียว#41 สรุปงานสนทนาธรรม ครั้งที่ 7 วันที่ 31 ม.ค. 59


ผ่านไปอีกครั้งกับงานสนทนาธรรม ครั้งที่ 7 วันอาทิตย์ที่ 31 ม.ค. 59 ที่สวนจตุจักร

ก่อนอื่นต้องขออโหสิกรรมกับทุกท่านที่ร่วมงานในวันนั้นด้วย เพราะก่อนหน้าวันงานหนึ่งวัน ผมพาแม่ไปฟอกไตแต่เช้า ทำให้นอนน้อย  อ่อนเพลีย แถมต้องทำงานหลายๆอย่างไปพร้อมกัน ช่วงนี้วิบากค่อนข้างหนักหน่วงหน่อยครับ ขนาดซีดีที่แจกในงานยังทำเสร็จเลยเที่ยงคืนก่อนวันงานด้วยซ้ำ ทำให้ผมเผลอหลับในขณะนำขอขมากรรมเป็นช่วงๆ แถมยังรู้สึกเพลียๆในระหว่างการสนทนาธรรมด้วย

งานครั้งนี้จำนวนคนก็ไม่ได้ถอยจากคราวก่อนๆเลย เห็นมีคนนับคร่าวๆก็น่าจะได้ประมาณ 20 กว่าๆเกือบๆ 30 ท่าน รวมเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆน่ารักอีกสองคนด้วย(คนโตมานั่งขอขมากรรมตามเป็นช่วงๆด้วยครับดีมากๆเลย) ซึ่งถ้ารวมกับสมาชิกขาประจำกับคนใหม่ๆที่โทรมาแจ้งลงทะเบียนเอาไว้ก็น่าจะเกือบๆ 40 คนได้ แต่ก็โดนวิบากฉุดรั้งปิดกั้นปิดบังไม่ให้มาร่วมงานก็หลายคนอยู่

บางท่านออกจากบ้านแล้วก็หลงทางมาไม่ถูก โทรหาผมไม่ติดทั้งๆที่ไม่ได้ปิดมือถือ วืดไปวืดมา กว่าจะถึงงานก็พลาดเป้าไปหลายรอบชดใช้วิบากกรรม บางท่านตัดสินใจมาแบบฉับพลันหลังจากพยายามจะมาพบผมที่บ้านเมื่อสองปีก่อน บางท่านเคยติดอุปสรรคมาไม่ได้หลายครั้ง แต่พอได้มาครั้งนึงแล้ววิบากที่ปิดกั้นปิดบังตรงนั้นก็หมดไป ทำให้มางานสนทนาธรรมได้ต่อเนื่องมากขึ้น ส่วนบางท่านที่แจ้งชื่อไว้แต่ยังไม่ได้มานี่ก็มีกรรมปิดกั้นปิดบังหนาแน่นอยู่ทำให้มาไม่ได้ เห็นว่าบางคนก็โดนคุณไสยด้วย ไม่รู้เป็นยังไงกันบ้าง ก็แนะนำให้ขอขมากรรมบ่อยๆไปก่อนครับ เดี๋ยวก็จะได้มาเอง ลองขอขมากรรมตามบทนี้ก็จะช่วยเปิดวิบากที่ปิดบังพระสัจธรรมอยู่ได้ครับ http://www.rombodhidharma.net/2015/12/2-download.html

ส่วนใครที่มีจิตญาณมาเข้าฝันติดสินบนให้พามาในงานก็อย่าไปรับนะครับ ท่านอาจจะถูกหวยถูกรางวัลอะไรก็จริง แต่ก็จะติดหนี้จิตญาณนั้นไปด้วย แล้วความซวยจะตามมาหลังจากนั้นครับ เราก็แค่บอกไปว่าจะพามาอยู่แล้วก็พอ ไหนๆก็มาแล้วก็สวมบทเป็นผู้โปรดเสียหน่อยนะ สละเกื้อกูลให้เต็มกำลัง

บางท่านมาในงานแล้ว ความติดขัดข้องคาที่เคยเป็นอยู่มันก็ดีขึ้น คลี่คลายไม่ติดขัดข้องคาอีก จนรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้มาตั้งแต่แรกๆ ก็ไม่เป็นไรนะ เพราะวิบากมันดึงให้ชดใช้อยู่จะมาได้ยังไงเล่า ส่วนที่มาแล้วกลับไปเจอวิบากก็ไม่ต้องห่วงอะไร เพราะมันคือวิบากของตัวเองที่มันวิ่งเข้ามาให้คลี่คลายทั้งนั้น ไม่ใช่ของใครอื่น ไม่รับตอนนี้ที่อย่างน้อยยังมีตัวช่วยจากการขอขมากรรมและอุทิศบารมีให้บรรเทาเบาคลาย ก็ยังดีกว่าไปรับวิบากตอนไม่มีตัวช่วยเป็นไหนๆ ทั้งนี้วิบากจะมากจะน้อยขึ้นอยู่กับแต่ละกรณีกรรมที่เคยทำเอาไว้ว่าหนักหนามากน้อยแค่ไหน ถ้าน้อยๆ มาร่วมงานมันก็จะเคลียร์ได้หมด แต่ถ้าวิบากหนักก็อาจจะใช้เวลานานหน่อยเท่านั้นเอง

ผมจัดงานสนทนาธรรมมา 7 ครั้งก็ได้เห็นพัฒนาการทางจิตของสมาชิกที่มาร่วมงานดีขึ้นเรื่อยๆ ทุกๆครั้ง กรรมอนุสัย วิบาก จริต เรียกว่าจิตดีขึ้นกันทุกคน วิบากกรรมเบาคลายลงทุกคน ตามลำดับตามวาระ คนที่เคยหนักๆมาปัจจุบันก็เบาคลายไปได้เยอะ สมาชิกในงานส่วนใหญ่ก็จะมากันแทบทุกครั้ง เพราะยังไม่มีโอกาสไปที่วัดร่มโพธิธรรม หรือปีนึงก็ไปแค่ครั้งเดียว ก็มาร่วมงานกันเสียหน่อย เดือนละครั้งเอง มาก็มาคลี่คลายกรรม พาจิตญาณที่พ่วงพันกันมา มาปลดล็อคกรรมซึ่งกันและกัน ใครมีวิบากปิดบังเรื่องอะไรก็มาเคลียร์กันต่อหน้าต่อตา เรื่องสนทนาธรรมก็ไม่ใช่ประเด็นหลักสักเท่าไหร่ เพราะเน้นความคลี่คลายสว่างไสวจริงๆ งวดหน้าก็เลยว่าจะเปลี่ยนชื่องานเป็น งานปลดล็อคกรรม ครั้งที่ 8 ให้ตรงกับจุดประสงค์ที่เราจัดงานขึ้นมาตั้งแต่แรกๆ
ย้ายเข้าร่มหน่อย ร้อนเกินคาด
ท่านใดที่เงื้อง่ามาหลายครั้งแล้วแต่ยังไม่ได้มาเสียที เพราะติดพันธุระการงานหรือวิบาก ก็ลองให้ความเด็ดขาดกับตัวเองสักหน่อย คราวหน้าก็จัดสรรให้ตัวเองได้มาในงาน จะได้หลุดพ้นจากวังวนของวิบากที่ฉุดรั้งตรงนั้นได้บ้างนะครับ

ส่วนในงานสนทนาธรรมก็คล้ายๆเดิม ผมเริ่มด้วยการนำขอขมากรรมรวม โดยใช้บทขอขมากรรมรวม 2 ฉบับวันที่ 1 ม.ค. 59 ซึ่งเป็นบทขอขมากรรมที่ยาวและครอบคลุมกรณีกรรมเอาไว้มากที่สุดเท่าที่เคยเขียนมา พอจบการขอขมากรรมก็เข้าสู่เนื้อหาการสนทนาธรรมซึ่งรอบนี้สมาชิกที่มาใหม่ก็ถามเยอะสักหน่อย ขณะที่สมาชิกเก่าๆก็นั่งฟังไปคลี่คลายกันไป หมดข้อสงสัยหมดข้อข้องใจกันไปแล้ว ซึ่งใครที่มาทุกครั้งจะรู้ได้เลยว่า มันหมดความลังเลสงสัยไปเอง ดับไปเอง สว่างไปเอง ว่างไปเอง โดยไม่ต้องบอกกล่าวหรือพร่ำพรรณนาอะไรกันอีก นี่แหละที่เรียกว่ายิ่งกว่าความเข้าใจเสียอีก ถ้าใครสงสัยว่ามันเป็นยังไงก็มาร่วมงานด้วยตัวเองในครั้งต่อๆไปนะครับ

ส่วนเนื้อหาการสนทนาในรอบนี้ก็ปะปนกันไปหลายเรื่อง แจงไม่หมด เอาไว้จะโหลดขึ้น youtube ให้ฟังในลำดับต่อๆไปก็แล้วกันครับ พอจบเนื้อหาสนทนาธรรมซึ่งครั้งนี้ก็ยาวกว่าครั้งก่อนพอสมควร เรียกว่านั่งกันจนแดดเปรี้ยงกลางหัวต้องย้ายเข้าไปนั่งในศาลา พอขอขมากรรม ประกาศสละบวช และทำมหาสังฆทานเสร็จ ทุกท่านก็ได้ร่วมรับประทานอาหารกลางวันที่พี่แก้วกับพี่จิ๋มได้จัดเตรียมมาเลี้ยงสมาชิกในงานทุกครั้งที่มีโอกาส(ซึ่งก็เกือบจะทุกครั้งนั่นแหละ) อนุโมทนาบุญสำหรับการเกื้อกูลกิจการโปรดสัตว์นะครับ

งานจบลงราวๆบ่ายโมงกว่าๆ ก่อนจะแยกย้ายกันกลับ และด้วยจำนวนคนที่เยอะและเวลาจำกัด ประกอบกับเราจัดงานกันแบบสบายๆไม่ได้เป็นทางการอะไร ไม่มีเครื่องขยายเสียงต้องพูดเสียงดังสักหน่อย ซึ่งงานอาจจะมีข้อบกพร่องบ้างหรือบางท่านก็อาจจะเข้าไม่ถึงตัวผมบ้าง ก็อโหสินะครับ ส่วนถ้าท่านใดมีคำถามที่ค้างคาใจยังไม่ได้ถาม  ก็สามารถถามเข้ามาได้ตลอดนะครับ มีเวลาจะตอบให้ แต่ถ้าโทรคุยนี่จะเร็วที่สุด ไม่ต้องนั่งพิมพ์

กำหนดวันงานครั้งต่อไป เดี๋ยวค่อยประกาศอีกทีนะครับ ช่วงนี้ขอรอดูหมอนัดก่อนว่าเป็นยังไง วันไหน ให้แน่ใจว่าไม่ติดอะไร เคลียร์วิบากได้ ไม่เหนื่อยมาก ก็ค่อยจัดคิวและประกาศให้ทราบโดยทั่วกันเป็นลำดับต่อไป

ก่อนจบก็ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่ได้มีส่วนร่วมในงานสนทนาธรรมครั้งนี้และในทุกๆครั้งที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยทำบุญ ปัจจัยในการสนับสนุนให้การจัดงานดำเนินไปได้ในทุกๆด้าน ผ้าไตรจีวร อาหารการกิน การอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ รวมไปถึงการมาร่วมงาน ซึ่งเป็นกำลังเป็นอานุภาพร่วมกันในการโปรดสัตว์ เป็นการเข้ามาเชื่อมโยงบารมีเข้าด้วยกัน โปรดสังสารวัฏร่วมกันในการนำพาความสว่างไสวมาสู่โลกสู่สังคม ขอให้ทุกท่านทั้งที่มาร่วมงานและไม่ได้มาร่วมงาน ทั้งที่มีส่วนและไม่ได้มีส่วนร่วม ทั้งที่รับรู้หรือไม่ได้รับรู้ก็ตาม ในทุกหมู่ทุกเหล่า ทุกชั้นทุกภูมิจงได้มีส่วนในอธิวาสนามหาบารมี และการโปรดสัตว์ร่วมกันทั้งในครั้งนี้ และในทุกๆครั้ง นับตั้งแต่อดีตและที่จะมีต่อไปในอนาคตกาลด้วยเทอญ

ทุกสิ่งทุกอย่าง
อโหสิ อโหสิ อโหสิ
โส โส โส
ปริ๊นซ์

No comments:

Post a Comment