Thursday, December 24, 2015

คุยข้างเดียว#39 สรุปงานสนทนาธรรม ครั้งที่ 6 วันที่ 20 ธ.ค. 58

ศาลาแปดเหลี่ยนที่แรกที่เรานั่งสนทนากัน
งานสนทนาธรรมครั้งที่ 6 เช้าวันที่ 20 ธ.ค.58 ผ่านไปอย่างทุลักทุเลนิดหน่อย แต่จะว่าไปก็เหมือนได้พบสถานที่จัดงานสนทนาธรรมใหม่ที่กว้างขวางร่มเย็นกว่าเดิมพอสมควร

ทีแรกนั้น ผมกำหนดสถานที่จัดงานสนทนาธรรมครั้งที่ 6 เอาไว้ที่สวนรถไฟ แต่พอคืนก่อนวันงานก็ได้รับแจ้งจากคุณจ๋าว่า ที่สวนรถไฟจะมีงานอื่นซึ่งจะปิดสถานที่ทั้งหมดของสวนรถไฟและถนนทางเข้าสวนรถไฟด้วย ผมก็เลยรีบมองหาสถานที่บริเวณใกล้ๆนั้นโดยด่วน เลยได้พื้นที่ตรงสวนจตุจักร บริเวณ หอเกียรติภูมิรถไฟ หรือพิพิธภัณฑ์รถไฟแห่งพระเทศไทยแทน ว่าแล้วก็โพสต์แจ้งเตือนอย่างด่วนลงไปในเพจ rombodhidharma.net fanpage และ account อื่นที่เกี่ยวข้อง แล้วก็ส่ง Line ไปแจ้งคนที่ลงทะเบียนเอาไว้ทั้งหมด ส่วนท่านที่ไม่ได้แจ้งเอาไว้ก็อ่านในเฟสเอา

พอถึงเช้าวันงาน ผมก็ไปที่หอเกียรติภูมิรถไฟตั้งแต่เช้า เพื่อไปสำรวจสถานที่ ก็พบว่าสถานที่ใช้ได้ เพียงแต่ว่าวันนั้นเป็นวันที่มีคนพลุกพล่านมาก เพราะสวนรถไฟมีจัดงานใหญ่ เลยมีรถไปจอดรอบๆสวนมากมาย แถมยังเป็นช่วงที่ผู้คนยังออกกำลังกายกันอยู่ แต่เห็นแล้วว่าเป็นชัยภูมิที่ดี พอใกล้ๆเวลาจัดงาน ผู้ที่เข้าร่วมงานสนทนาธรรมก็เข้ามาเรื่อยๆ เมื่อถึงกำหนดการ ผมก็ให้รอกันก่อนเพราะยังมากันไม่ครบ เนื่องจากเราเปลี่ยนสถานที่แบบฉุกละหุกจริงๆ พอดูแล้วว่าคนมาจนครบ หรือเกือบครบแล้ว เราก็ย้ายไปที่ศาลาแปดเหลี่ยมใกล้ๆบริเวณนั้น โดยให้ทุกท่านเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยเสียก่อน แล้วก็เริ่มงานสนทนาธรรมด้วย พิธีขอขมากรรมรวม

นี่ยังเก็บไม่หมดนะ
งานครั้งที่ 6 นี้ คนเข้าร่วมทั้งหมดเกือบๆ 30 คน ขาดนิดหน่อย ก็ถือว่าเยอะพอๆกับคราวก่อน และมีหน้าใหม่ที่เพิ่งเคยเจอหน้าค่าตากันเยอะพอสมควร และมีคุณครูท่านนึงเดินทางมาจากจังหวัดตรัง เพื่อมาร่วมงานนี้โดยเฉพาะ (อันนี้มารู้ทีหลังตอนจบงานแล้ว ก็ได้นั่งคุยกัน) เล่นทำเอาตะลึงกันไปเลยทีเดียว คือมาร่วมงานนี้พอจบงานก็นั่งรถทัวร์กลับตรังทันที คุณครูท่านนี้ก็เลยทำลายสถิติคราวก่อนที่มาจากระยองไปเรียบร้อย คราวหน้าจะมีไกลกว่านี้ก็นึกไม่ออกล่ะครับว่าจะมาจากไหนอีก

วันนี้ผมลืมเอาเครื่องบันทึกเสียงมา ก็เลยใช้มือถือเป็นเครื่องบันทึกเสียงแทน ยังไม่รู้ว่าคุณภาพเสียงเป็นยังไงเพราะยังไม่ได้เช็ค ประกอบกับที่เพิ่งเป็นหวัดก่อนหน้าวันงานนิดนึง ทำให้ต้องตะโกนออกเสียงให้ทุกคนได้ยินกันทั่วๆ ซึ่งจริงๆแล้วคนเยอะขนาดนี้ก็น่าจะใช้เครื่องขยายเสียงขนาดเล็กได้แล้ว แต่ก็อย่างที่เห็นกันคือ เราจัดงานในลักษณะไม่เป็นทางการ จัดกันแบบสบายๆ ไม่ได้คิดว่าวันหนึ่งจะมีคนมาเข้าร่วมมากมายขนาดนี้ แถมไม่ได้ขออนุญาตใช้สถานที่และเครื่องเสียงด้วย ก็เลยใช้วิธีพูดเสียงดังขึ้นหน่อยนึง
ข้างๆผมก็พี่แก้ว หรือครูแก้ว ซึ่งนำอาหารมาเลี้ยงผู้ร่วมงานทุกครั้ง
พอการสนทนาธรรมดำเนินไปได้สักพักหนึ่ง ก็มีใครไม่รู้ อ้างว่าจะมาล้างศาลาทำความสะอาดเตรียมไว้สำหรับงานปีใหม่ของกลุ่มออกกำลังกายที่จะจัดขึ้นวันที่ 24 (นานหลายวันเลยนะนั่น) พวกเราก็เลยโยกย้ายมานั่งกันตรงม้านั่งหินใกล้ๆกับที่จอดรถ ซึ่งคนก็เริ่มซาแล้ว ที่ใหม่ที่เราย้ายมานั่งกันก็เย็นสบายดี แต่ก็ไม่เห็นคนที่ไล่เราจะล้างศาลาแม้แต่นิดเดียว แถมมีสมาชิกในกลุ่มเราแอบเห็นเขานอนเท้ายื่นออกมานอกศาลาด้วย ก็ไม่เป็นไร อโหสิๆ สงสัยโดนภูมิต่ำแทรก งานครั้งที่ 6 นี่มีอะไรแปลกๆเยอะดี

สุดท้ายการสนทนาธรรมก็ดำเนินต่อไปจนจบ เนื้อหาก็ผสมปนเปกันไปหลากหลาย จำไม่ได้ว่ามีเรื่องอะไรบ้าง พอจบงานเราก็พาขอขมากรรม ประกาศสละบวช และถวายมหาสังฆทานพร้อมๆกันอย่างที่เคยทำมาตั้งแต่ครั้งแรก เพื่อเป็นกำลังให้กับภูมิต่ำทั้งหลายที่ติดสอยห้อยตามสมาชิกกลุ่มมาจากบ้านได้อาศัยกำลังนี้ในการเปลี่ยนชั้นภูมิ และยังเป็นอานุภาพร่วมในการโปรดสัตว์ในสังสารวัฏนี้ต่อๆไปด้วย โดยคราวนี้ผมบอกให้ทุกท่านสละบวช(ใจ) เสียเลย อย่าเอาอะไรกับกายและใจนี้อีกแล้ว อันเป็นการให้ความสมุจเฉทเด็ดขาดแก่ผู้ร่วมสนทนาทุกท่านไปในตัว

ย้ายสถานที่ออกมาใกล้ๆลานจอดรถ ซึ่งร่มรื่นดีมาก(จนหนาว)
เมื่อถวายมหาสังฆทานกันเสร็จ พี่จิ๋มและพี่แก้ว ก็นำอาหารกลางวันมาเลี้ยงผู้ร่วมงานเหมือนครั้งที่ผ่านๆมา ไม่ต้องไปหากินกันไกลๆ เมื่อทานกันอิ่มเรียบร้อย สมาชิกส่วนนึงทีเหลือก็มานั่งสนทนากัน รวมถึงญาติธรรมที่มาจากตรังด้วย มีบางช่วงที่ผมได้เห็นกายทิพย์ของบางท่านอยู่ในชุดแม่ชีสว่างไสวไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งหลายๆคนในกลุ่มก็สว่างไสวกันดีแล้ว และกำลังเริ่มทำงานโปรดสัตว์กัน

ญาติธรรมท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า ทุกครั้งที่จะมางานสนทนาธรรม ก็จะออกอาการแบบเหมือนมีจิตญาณมาเกาะ ทำให้หนักๆตึงๆบ้าง รู้สึกเหมือนจะป่วยบ้าง นอนไม่หลับบ้าง เหมือนโดนรบกวน สุดท้ายก็ต้องโทรมาขออานุภาพช่วยคลี่คลายก่อนวันงานทุกครั้ง อันนี้ก็ต้องขอบอกไว้นะครับว่าถ้าเจอแบบนี้ ก็บอกเขาดีๆว่า เดี๋ยวพามาแน่ๆ แต่อย่าเบียดเบียนรังควาญกัน อยู่ด้วยกันดีๆหน่อย แล้วก็หยาดน้ำอุทิศบารมีให้ไปพลางๆก่อน ก่อนจะถึงวันงาน

ส่วนพี่จิ๋มก็เล่าให้ฟังว่า ก่อนมางานก็ฝันว่ามีวิญญาณยายแก่คนนึงมาบอกให้พาแกมาร่วมงานสนทนาธรรมด้วย แล้วแกจะให้หวย ติดสินบนคนเป็นซะงั้น พอตื่นขึ้นมาพี่จิ๋มก็ได้เลขสามตัวจริงๆ แล้วก็ถูกเสียด้วย(ฮา) สุดท้ายก็นำเงินนั้นไปซ่อมแอร์ให้เด็กๆในห้องเรียน จริงๆไม่ต้องติดสินบนก็พามาอยู่แล้วครับ แต่ถ้าคราวหน้าใครเจอแบบนี้ก็แนะนำให้นำปัจจัยที่ได้นั้นมาทำมหาสังฆทานเพื่อให้เป็นกำลังต่อจิตญาณที่ให้ลากนั้นๆมาจะดีที่สุดครับจะได้ไม่ต้องติดหนี้กรรมต่อกัน

นังกระจายแบบนี้ก็เจ็บคอสิครับ
งานสนทนาธรรมเดือนมกราคม ปี 2559 ก็จะประกาศวันอีกทีหลังผ่านช่วงปีใหม่ไปแล้วนะครับ น่าจะอยู่ช่วงกลางๆเดือนหรือค่อนไปทางปลายเดือน โปรดติดตามข่าวสารก็แล้วกัน ส่วนงานสนทนาธรรมออนไลน์ก็ขอระงับไปก่อนเพราะช่วงนี้ผมจะยุ่งมากเรื่องพาแม่ไปฟอกไตที่โรงพยาบาลกลับบ้านมาก็หมดแรงแล้วครับ รอให้สถานการณ์มันนิ่งๆกว่านี้ก่อนแล้วค่อยว่ากัน ส่วนงานขอขมากรรมข้ามปีก็ของดก่อนเช่นกันครับ ยังไม่พร้อมจริงๆ เดี๋ยวผมจะโพสต์บทขอขมากรรมรวมฉบับใหม่ให้โหลดไปขอขมากรรมกันเองที่บ้านก็แล้วกัน

ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่ได้มีส่วนร่วมในงานสนทนาธรรมทุกๆครั้งที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นปัจจัย ผ้าไตรจีวร อาหารการกิน การอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ รวมไปถึงการมาร่วมงานซึ่งเป็นกำลังเป็นอานุภาพร่วมในการโปรดสัตว์ โปรดสังสารวัฏร่วมกันในการนำพาความสว่างไสวมาสู่โลกสู่สังคม ขอให้ทุกท่านทั้งที่มาร่วมงานและไม่ได้มาร่วมงาน ทั้งที่มีส่วนและไม่ได้มีส่วนร่วม ในทุกหมู่ทุกเหล่า ทุกชั้นทุกภูมิจงได้มีส่วนในอธิวาสนามหาบารมี และการโปรดสัตว์ร่วมกันทั้งในครั้งนี้ และในทุกๆครั้ง นับตั้งแต่อดีตและที่จะมีต่อไปในอนาคตกาลด้วยเทอญ

ทุกสิ่งทุกอย่าง
อโหสิ อโหสิ อโหสิ
โส โส โส
ปริ๊นซ์

**ขอบคุณภาพนิ่งจากพีเกตุ**

1 comment:

  1. สาธุ สาธุ สาธุ ค่ะ

    ขอแชร์ประสบการณ์เรื่องความฝันนะ
    เคยมีผู้หญิงมาเข้าฝัน ภาพในฝันเหมือนเกิดขึ้นจริง
    สภาพห้องที่นอนเหมือนห้องที่พักคือนั้นเด๊ะะ...
    มาปลุกว่าอย่าลืมไปขอขมากรรมนะ ...
    สะดุ้งตื่น ดูนาฬิกา ตี 3 กว่าๆ ....
    ซึ่งเช้าของวันนั้น
    จะไปทำวัตรเช้าที่วัดร่มโพธิธรรม อยู่แล้ว ...
    เลยคิดว่าเขามาเตือนเพราะสงสัยตามมาด้วยมั้ง ...
    แต่ไม่ได้ให้หวย นะ อิอิ

    ReplyDelete