Friday, November 13, 2015

คุยข้างเดียว#37 สรุปงานสนทนาธรรม ครั้งที่ 5 และ แจ้งเรื่องการทดสอบระบบสนทนาธรรมออนไลน์ผ่าน Hangouts

รอบนี้ออกมาไกลจากหอจดหมายเหตุพุทธทาสสักหน่อย (เห็นไกลๆ)
แจ้งข่าวสั้น: ลืมแจ้งไปว่า เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ในช่วงที่ผมไปวัดนั้น มีญาติธรรมฝากปัจจัยทำบุญมารวมทั้งหมดราวๆหมื่นหนึ่งต้นๆ ผมได้นำถวายให้องค์หลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะ เป็นที่เรียบร้อยไปแล้วนะครับ

------------------

ผ่านไปแล้วเรียบร้อยสำหรับงานสนทนาธรรม ครั้งที่ 5 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 พ.ย. 58 ที่ผ่านมา

งานครั้งที่ 5 นี้ มีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 4 ครั้งที่ผ่านมามาก นับได้ร่วมๆ 30 ท่าน เยอะที่สุดเท่าที่เคยจัดมา เยอะจนเป็นที่สังเกตจากเจ้าหน้าที่หอจดหมายเหตุฯ ครั้งนี้มีหน้าใหม่ที่ได้เจอกันครั้งแรก(แบบตัวเป็นๆนะครับ เพราะส่วนใหญ่ก็เจอกันในเฟสบุคอยู่แล้ว)ก็เยอะ มีตั้งแต่เด็กๆวัยรุ่นไปจนถึงคนเฒ่าคนแก่ที่มากับลูกหลาน มีเพื่อนฝูง น้องนุ่งที่ถูกชักชวนกันมา หรือคะยั้นคะยอกันมา คนที่มาไกลสุดเป็นญาติธรรมจากจังหวัดระยอง นั่งรถมาร่วมงานแล้วก็นั่งรถกลับเลยทันที ทรหดมากๆ ต้องอนุโมทนาด้วยจริงๆ (แต่ก่อนหน้านี้ก็จะมีมาจากทางอิสานเหมือนกัน แต่รู้กำหนดการจัดงานกระชั้นเกิน จนมาร่วมงานไม่ทัน รอบหน้าคงจะได้เจอกัน)

พอถึงเวลาเริ่มงาน เราก็พากันไปนั่งยังจุดเดิมที่เคยนั่ง ก็คือสถานที่ริมน้ำใกล้อาคารหอจดหมายเหตุพุทธทาส ซึ่งวันนี้ไม่มีใครมาจัดโยคะตรงนั้นพอดี เราก็เลยไปนั่งและเริ่มขอขมากรรมรวมกันจนจบ ความยาวประมาณครึ่งชั่วโมง ระหว่างการขอขมากรรมนั้น ช่วงแรกๆยังมีกระแสกรรมจากเจ้ากรรมนายเวร และกระแสวิบากของผู้เข้าร่วมอยู่บ้างแต่พอนำขอขมากรรมไปไม่นาน พลังงานนั้นก็เริ่มคลี่คลาย แต่ก็มีวิบากของทั้งภาคทิพย์ ภาคหยาบในงาน คลายออกมาเรื่อยๆจนจบการขอขมากรรม
บรรยากาศในงานสนทนาธรรมครั้งที่ 5

พอขอขมากรรมรวมเสร็จ เจ้าหน้าที่ของหอจดหมายเหตุฯก็เดินเข้ามาหาผมชี้แจงว่า ควรจะขออนุญาตใช้สถานที่ก่อน ถ้าคราวหน้าจะมาจัดอีกก็ควรจะทำเรื่องให้เรียบร้อยก่อนตั้งแต่เนิ่นๆ ประมาณครึ่งเดือนก่อนกำหนดการ ผมก็เลยชี้แจงไปว่าจริงๆแล้วไม่ได้คิดว่าจะมาเยอะขนาดนี้ ปกติเราก็จะทำเหมือนมานั่งคุยกันธรรมดา สุดท้ายทางเจ้าหน้าที่จึงเชิญพวกเราให้ขยับเข้าไปในพื้นที่ของสวนรถไฟแทน เราก็ย้ายสิครับ จะรออะไร

สุดท้ายเราก็ไปนั่งริมน้ำถัดออกไปประมาณ 20 เมตรในดงต้นมะพร้าว แล้วก็เริ่มการสนทนาธรรมกันต่อ เนื้อหาในงานนี้ก็ปะปนกันไป ไม่มีเรื่องใดเด่นขึ้นมาเป็นพิเศษ ก็จะมีเนื้อหาเรื่องความหวงห่วง ความกังวล การโปรดสัตว์ ตัณหาซ้อนในบุญกุศล เรื่องของกรรม ฯลฯ เอาไว้ตัดต่อเสียงบันทึกเสร็จก็จะได้ฟังกันเหมือนครั้งที่ผ่านๆมาครับ

มองจากระยะไกล
งานครั้งนี้ไม่ค่อยมีคำถามเพราะส่วนใหญ่ก็มากันหลายครั้งจนหมดคำถามไปแล้ว ผมก็พูดเดี่ยวซะเยอะ พูดล้างไปตามกระแสกรรมที่อยู่ในบริเวณงาน จนทุกอย่างคลี่คลายลงแล้ว (ไม่ใช่หมดคำถามนะครับ แต่ให้กระแสความข้องคาดับจนหมดถึงได้เลิก) ผมจึงจบสนทนาธรรม ซึ่งสั้นกว่าคราวก่อนเยอะพอสมควร เสร็จแล้วเราก็ นำพาขอขมากรรมโปรดเจ้ากรรมนายเวรและจิตญาณทุกชั้นภูมิ พาสละบวช และทำมหาสังฆทาน ซึ่งครั้งนี้ของทำมหาสังฆทานก็เยอะมาก จนพอเสร็จพิธี ผมก็ให้คุณหมอนิศาที่นำของมาทำมหาสังฆทานนำของทั้งหมดไปถวายวัดในกทม.นี่แหละ เพราะเราได้น้อมองค์มหาบารมีเป็นประธานในการรองรับมหาสังฆทานแล้ว ของที่ทำเราก็สามารถไปถวายพระที่ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นวัดร่มโพธิธรรมที่เดียว พระสงฆ์เป็นเพียงตัวแทนขององค์มหาบารมีในการรับของตามสมมติเท่านั้น

พอทำมหาสังฆทานเสร็จ ผมก็ปิดท้ายด้วยการพาทุกคนอธิษฐานปิดอบายภูมิ ตัดเส้นทางที่จะไปก่อเวรก่อกรรมเสียให้หมด จะได้ไม่ต้องกลับไปวนในสังสารวัฏอีก เป็นอันจบการสนทนาธรรม

ปิดงานด้วยอาหารกลางวันที่เอื้อเฟื้อโดยพี่จิ๋ม พี่แก้ว และน้องๆที่ช่วยกันตระเตรียมมาให้ผู้เข้าร่วมสนทนาธรรมได้ทานกันก่อนแยกย้ายกันกลับบ้าน

คืองานคนเยอะขนาดนี้ ผมก็ไม่สามารถที่จะสนทนาส่วนตัวกับใครได้มากนัก ถ้าติดขัดอะไรก็อโหสินะครับ เอาเป็นว่าโทรมาทีหลังก็ได้ไม่มีปัญหาอะไร
ผู้สูงอายุก็มาร่วมงานด้วย
ส่วนการจัดสนทนาธรรมครั้งต่อไปคงจะย้ายที่จัดงานแล้วเพราะ ทางหอจดหมายเหตุพุทธทาส ต้องการให้เราขออนุญาตใช้พื้นที่อย่างเป็นทางการเข้าไปก่อน ซึ่งก็เข้าใจว่าสถานที่มีกฎระเบียบ แต่จากที่พิจารณาดูเอกสารแล้วคงเรื่องยาว เพราะต้องขออนุญาติก่อนล่วงหน้า 10 วัน เขียนโครงการไปให้ดู เขียนวัตถุประสงค์ แผนผังการจัดงาน ฯลฯ รออนุมัติ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าผู้อนุมัติจะเข้าใจเนื้อหาพระสัจธรรมไหม รวมถึงการคิดค่าเช่าพื้นที่ด้วยเป็นรายชั่วโมง ซึ่งถ้าเกินเวลาที่ขอไว้ ก็จะต้องเสียเพิ่มอีกชั่วโมงละ 3,500 บาท อันนี้ก็ไม่ไหวครับ เพราะเรากำหนดไม่ได้จริงๆว่าจะจบเมื่อไหร่ สถานที่จัดงานสนทนาธรรมใหม่นี้ น่าจะใช้พื้นที่ของสวนรถไฟครับ แต่จะเป็นด้านใน หรือส่วนที่ติดกับหอจดหมายเหตุพุทธทาสฯเหมือนครั้งนี้ ก็จะต้องขอดูเรื่องที่จอดรถก่อน เพราะเราคงจะไปใช้ที่จอดรถของหอจดหมายเหตุฯไม่ได้อีกแล้ว
ของทำมหาสังฆทาน
การจัดงานสนทนาธรรมครั้งที่ 6 นี้ ขอกำหนดเป็นวันอาทิตย์ที่ 20 ธ.ค.58 เวลา 9.00 น. เหมือนเดิมนะครับ เป็นงานส่งท้ายปีนี้ แต่สถานที่จะประกาศให้ทราบอีกครั้งหนึ่งช่วงต้นเดือนธันวาคม

อีกข่าวหนึ่งคือช่วงที่ผ่านมา ผมได้ทดสอบระบบการประชุมออนไลน์ผ่านระบบ Google+ Hangouts เป็นการจัดงานสนทนาธรรมเล็กๆขึ้น ผ่านหน้อจอ โดยมีคนเข้าร่วมประมาณ 7-8 ท่าน ซึ่งการจัดงานก็ผ่านไปด้วยดี ผู้เข้าร่วมก็มีมาจากทั่วประเทศ การทดสอบค่อนข้างราบรื่น ปัญหาที่พบบ้างก็คือ บางท่านอินเทอร์เน็ตหลุดบ่อย เสียงก้อง เสียงไมค์หอนจนรบกวนการสนทนาทั้งหมด บางท่านเชื่อมต่อเข้ามาแล้วมีเสียงคนคุยกันอยู่ข้างหลังเป็นการรบกวนการสนทนาธรรม บางท่านก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงถึงจะต่อเข้ามาได้ ที่ดำริจัดงานผ่านระบบอินเทอร์เน็ต เพราะว่าจะได้เอื้ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่มาร่วมงานสนทนาธรรมที่กทม.ไม่ได้ ไม่ว่าจะอยู่ต่างจังหวัดก็ดี หรือต่างประเทศก็ดี จะได้มาร่วมสนทนาธรรม ขอขมากรรม และถวายมหาสังฆทานร่วมกัน โดยไม่มีข้อจำกัดด้านระยะทางอีกต่อไป ซึ่งถ้าจัดได้ก็อาจจะเริ่มจัดครั้งแรกช่วงเวลาไล่เลี่ยกับงานสนทนาธรรมครั้งที่ 6 เลย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องขอเวลาเตรียมการนิดนึงเพราะที่เห็นนี่ก็ทำอยู่คนเดียวนะครับ

เดี๋ยวประมาณอาทิตย์หน้านี้ผมจะลองทดสอบการออกอากาศผ่าน Youtube ให้ทุกคนได้เข้าร่วมการสนทนาธรรม โดยจะนัดผ่าน fanpage ของ rombodhidharma.net https://www.facebook.com/rombodhidharma ก็เข้าไปกด like เพื่อติดตามกันได้ ถ้าระบบใช้ได้ไม่ติดขัดอะไร ผมจะจัดงานขอขมากรรมข้ามปีในช่วงรอยต่อของปี 58-59 ผ่านทางอินเทอร์เน็ตนะครับ แล้วจะแจ้งรายละเอียดให้ทราบสำหรับการเข้าร่วมงานอีกครั้งหนึ่งช่วงอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนธันวาคม เพื่อทุกท่านจะได้เตรียมการแต่เนิ่นๆ ผมก็จะได้มีเวลาทดสอบระบบด้วยครับ

ขอให้ทุกหมู่ทุกเหล่าทุกชั้นทุกภูมิ จงได้มีส่วนในการคลี่คลาย ในอานุภาพแห่งพระสัจธรรม ในอธิวาสนามหาบารมี และการโปรดสัตว์ตามองค์มหาบารมีโดยทั่วกัน ไปตลอดกาลนานเทอญ

อโหสิ อโหสิ อโหสิ
โส โส โส
ปริ๊นซ์
dtac 081-552-9856
ais 089-050-4205

No comments:

Post a Comment