Friday, October 9, 2015

สัจธรรมจาก Facebook#66

อย่ามัวแต่วิ่งหาสิ่งดีๆ แต่เป็นผู้ให้สิ่งดีๆแก่ผู้อื่นเสียเอง

-----------------------------------------------------------

เธอทั้งหลายไม่สามารถที่จะชำระพระศาสนาให้บริสุทธิ์ขึ้นมาได้ ด้วยโมหะ ตัณหา อุปาทาน คตินิยม หรืออคติต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือการเข้าห้ำหั่นเอาเป็นเอาตายต่อบุคคลอื่นที่เธอหลงคิดว่า เขาเหล่านั้นได้ทำในสิ่งที่ทำลายพระศาสนา

ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ว่าเธอทั้งหลายจะกระทำสิ่งใดลงไปต่อพระศาสนา หรือทำเพื่อพระศาสนาก็ตาม สิ่งเหล่านั้นล้วนเป็นกรรมของเธอเอง ที่หลงคิดเอาเอง ยึดเอาเองทั้งสิ้น และกรรมของเธอทั้งหลายก็ไม่สามารถที่จะทำให้พระศาสนาที่บริสุทธิ์อยู่แล้ว หม่นหมองหรือเสื่อมโทรมลงไปได้เลย

เฉกเช่นเดียวกับกรรมที่พยายามฟื้นฟูพระศาสนา หรือชำระพระศาสนาก็ไม่เคยทำให้พระศาสนาดีขึ้นแต่อย่างใด เพราะเนื้อหาของพระศาสนานั้นล้วนว่างอยู่แล้วตลอดนิรันดร ไม่เคยปนเปื้อน ไม่เคยตกต่ำ ไม่เคยดีขึ้น ไม่เคยแย่ลง

ความเสื่อมหรือความรุ่งเรืองแห่งพระศาสนาในทัศนะของสรรพสัตว์ทั้งหลายจึงเป็นเรื่องของโมหะอุปาทานของสัตว์โลกทั้งนั้น ไม่เกี่ยวกับพระศาสนาเลยแม้แต่น้อย

ถ้าจะดำรงพระศาสนาไว้ในโลกได้ เธอทั้งหลายก็ต้องตรงต่อเนื้อหาพระสัจธรรมอันว่างจากโมหะเสียเอง แล้วนั่นแหละเธอทั้งหลายก็จะเป็นพระศาสนาให้แก่สรรพสัตว์ทั้งมวล ไม่ใช่มาทะเลาะกันเพราะพระศาสนาเช่นที่เป็นอยู่นี้
(rombodhidharma.net)
----------------------------------------------------

คนที่มันลำบาก มันเริ่มลำบากที่ใจก่อนเป็นลำดับแรก
ใจที่มีเงื่อนไข ใจที่มีแต่ความห่วงหวงกังวล
ใจที่มันมีแต่จะเอาจะยึด ใจที่มันมีแต่ความจดจ่อหมกมุ่น
ใจที่มีแต่ความคาดหวังในสิ่งต่างๆ ใจที่มันยึดเอาความอยากของตนเป็นประมาณ
เมื่อใจลำบากจากสิ่งต่างๆ หรืออารมณ์ทั้งหลายเหล่านี้แล้ว
ก็เลยผลักดันให้กายหยาบภายนอกลำบากไปด้วย
ไปลำบากให้ได้มา ลำบากดิ้นรน ทำตัวเองให้ลำบาก
แล้วบอกกับตัวเองว่า เดี๋ยวบั้นปลายจะได้ไม่ต้องลำบาก
กลายเป็นความเคยชินในการแบกความลำบากทางใจ
พอถึงเวลาจะสบายจริงๆ มันก็ไปหาเรื่องลำบากอีก
นี่ก็เพราะใจมันลำบาก เสพติดความลำบาก
มันไม่ยอมวางตัวมันเองต่อเงื่อนไขในสิ่งต่างๆ
เรียบง่ายไม่เป็นทั้งๆที่มันก็ไม่มีอะไรที่จะต้องลำบากอะไรอีกเลย

โลกมันก็เป็นอย่างนี้แหละ เป็นอย่างที่มันเป็น
แม้จะมีเราหรือไม่มีเรา จะกังวลหรือไม่กังวลกับมัน
มันก็เป็นแบบนี้แหละ เป็นอย่างที่มันเป็น
แล้วจะทำใจให้ลำบากไปทำไม?
(rombodhidharma.net)
--------------------------------------

คำของพระพุทธเจ้านั้นไม่ใช่สมมติที่พระองค์ท่านใช้สื่อ
ถ้อยคำทั้งหลายที่ทรงถ่ายทอดออกมาล้วนเป็นเพียงสมมติธรรม
เป็นเพียงสื่อที่จะล้างโมหะของผู้ฟังให้ปลงให้วางเสียซึ่งธรรมทั้งหลาย
แล้วก็ตรงต่อธรรมเสียเอง ว่างโดยเนื้อหาสุญญตาเสียเอง
ที่ว่าง ที่ไร้ตัวตนนั้นแล จึงจะเป็นคำของพระพุทธเจ้าโดยแท้จริง

No comments:

Post a Comment