Monday, August 24, 2015

คุยข้างเดียว#32 สรุปบรรยากาศงานสนทนาธรรมครั้งที่ 3 - 23 ก.ค. 58

ผ่านมาแล้วสำหรับงานสนทนาธรรมครั้งที่ 3 เวลา 9.00 น. เช้าวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 58 ณ หอจดหมายเหตุพุทธทาสอินทปัญโญ ใกล้สวนรถไฟ

งานสนทนาธรรมครั้งนี้ก็มีผู้มาร่วมงานๆเกือบๆ 20 ท่าน คนใหม่ที่มาตั้งแต่ครั้งแรกก็มี ครั้งที่สองก็มี คนเก่าๆที่มาหลายครั้งแล้วก็มี บางคนก็เคยสนทนาธรรมทางโทรศัพท์จนคลี่คลายไปก่อนบ้างแล้วก็มี

บรรยากาศวันนี้ก็เป็นไปด้วยความโปร่งโล่งสบาย อากาศไม่ร้อน แดดไม่ค่อยแรง นั่งรอคนจน 9.20 น. เราก็เคลื่อนขบวนลงไปนั่งกันบริเวณสนามหญ้าริมน้ำที่เคยนั่งคุยกันเมื่อครั้งแรก รอบนี้มีแม่ชีแจนพาพ่อแลแม่มานั่งฟังด้วย และเอาสื่อสัจธรรมจากวัดร่มโพธิธรรม ติดมาแจกกันมากมายทีเดียว

งานเริ่มต้นด้วยการนำขอขมากรรม ประกาศสละชดใช้หนี้กรรม ด้วยบทขอขมากรรมรวมวันที่ 18 ส.ค.58 ที่เพิ่งจะลงเว็บไปไม่นาน การขอขมากรรมรวมนี้กินเวลาไปทั้งหมด 26 นาที นานที่สุดเท่าที่เคยนำขอขมากรรมมา เพราะเป็นบทขอขมากรรมที่ครอบคลุมแทบจะทุกประเด็นกรรม ซึ่งเท่าที่สัมผัสผู้เข้าร่วมสนทนาธรรมก็รู้สึกว่า ไม่ได้มีอะไรติดขัดข้องคากันมากนัก เพราะส่วนใหญ่จะเคยขอขมากรรมกันมาบ้างแล้ว ไม่เหมือนครั้งที่สองที่ยังมีมวลวิบากของผู้ร่วมสนทนาที่ยังติดขัดข้องคาอยู่เยอะ

พอขอขมากรรมเสร็จ การสนทนาจึงเริ่มต้นขึ้น แต่ก็ไม่ค่อยมีคนถามอะไร ผมจึงพูดไปเรื่อยๆ แบบไม่ได้จำเพาะเจาะจง เนื้อหาส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับเรื่องการเป็นการอยู่ ความหมกมุ่นในโลกียวิสัย ความหมกมุ่นในธรรม อบายภูมิ สังสารวัฏ ความพ้นทุกข์ ทุกขสัจจะ การหยาดน้ำ การอุทิศบารมี การแก้ไขความขัดแย้งในโลกในสังสารวัฏ การเคลียร์จิตญาณตกค้างในพื้นที่ต่างๆ การเคลียร์กระแสเวทนาตามที่ต่างๆ ฯลฯ สรุปโดยรวมแล้วก็คือความหมกมุ่นจมแช่ในกิเลสตัณหาเสียส่วนใหญ่ ไม่ค่อยมีเรื่องการปฏิบัติมากนักเพราะผู้ร่วมสนทนาส่วนใหญ่ก็เลิกปฏิบัติกันไปแล้ว แต่พอจับกระแสได้ว่าวันนี้เหล่าสัตว์ในอบายภูมิมากันเยอะ เพราะได้กล่าวนำเรียกให้มาร่วมพิธีตั้งแต่ช่วงต้นก่อนขอขมากรรม

การสนทนาจบลงประมาณ 11 โมงนิดหน่อย เพราะไม่มีคำถาม ประกอบกับทุกอย่างคลี่คลายแทบจะหมดแล้วตั้งแต่ขอขมากรรมรวม ทุกคนจึงไม่ค่อยมีคำถาม เราก็เลยปิดงานสนทนาธรรมครั้งที่ 3 ด้วยการนำพาเจ้ากรรมนายเวร จิตญาณทั้งหลาย ขอขมากรรม ประกาศสละบวชโดยพร้อมเพรียงกัน รอบนี้ทีแรกผมจัดผ้าไตรเต็มมาชุดเดียวจากเงินที่ญาติธรรมร่วมทำบุญเป็นเจ้าภาพกันมาหลายท่าน แต่ในงานก็มีญาติธรรมนำผ้าไตรมาเองอีก 4 ชุด รวมเป็นทั้งหมด 5 ชุด ก็ทำพิธีเสร็จแล้วเราก็ทำมหาสังฆทานกันต่อจนจบ จากนั้น แม่ชีแจนก็ช่วยนำอธิษฐานปิดอบายภูมิ เนื้อหาก็ประมาณว่า หากกรรมใดๆที่จะทำให้สรรพสัตว์ทั้งหลายต้องหมกมุ่น วกวน ก่อกรรมไม่จบไม่สิ้นก็ขอให้ทำไม่ขึ้น แต่หากดำริใดที่เป็นไปเพื่อการโปรดสัตว์ เป็นไปเพื่อเกื้อกูลโลกและสังสารวัฏก็ให้เจริญยิ่งๆขึ้นไป ซึ่งเดี๋ยวผมจะเขียนเป็นบทความอีกทีหนึ่งในภายหลัง

ก่อนจากกันก็มีการแจกสื่อสัจธรรมทั้งซีดี ดีวีดี หนังสือบทขอขมากรรม หนังสือถอดเทปเทศนาธรรมของหลวงพ่อที่แม่ชีแจนนำมาจากวัดมากมายหลายรายการ ก็ให้เลือกหยิบกันตามสะดวกครับ พอจบแล้วก็แยกย้ายกันกลับบ้าน

การจัดงานสนทนาธรรมในลักษณะนี้ไม่ใช่ว่าจะมีประโยชน์กับภาคหยาบอย่างมนุษย์นะครับ อย่ามองแต่การได้ประโยชน์ของตนเองอย่างเดียว งานนี้มนุษย์ก็ได้มีส่วนร่วมในการคลี่คลายในภาคทิพย์ด้วย อานุภาพความคลี่คลายนั้นจะสะท้อนกลับมาที่ภาคมนุษย์ด้วย คือสร้างเหตุแห่งความหลุดพ้นให้สรรพดวงจิตอื่น ตนเองก็จะหลุดพ้นได้ง่ายขึ้นเป็นธรรมที่สะท้อนกันอยู่ ขณะที่ภาคทิพย์ที่ไม่มีกำลังในการเปลี่ยนภูมิก็จะได้มีส่วนในบารมีและไปเกิดใหม่ในภพภูมิปกติ รอวันที่จะกลับมาให้โปรดอีกในอนาคตกาลเบื้องหน้า เป็นการเกื้อกูลกันโดยรวมทั้งสังสารวัฏให้คลี่คลายไปพร้อมๆกัน

ส่วนงานสนทนาธรรมครั้งที่ 4 ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ก็น่าจะประมาณปลายเดือนกันยายน (คาดว่าวันที่ 27 ก.ย.58 นะครับ) แต่เดี๋ยวช่วงต้นเดือนกันยายนจะแจ้งข่าวให้ทราบถึงกำหนดการแน่ชัดกันอีกครั้งหนึ่งผ่านทางเว็บไซต์ เพจ และเฟสบุคครับ ซึ่งก็คงจะจัดขึ้นที่หอจดหมายเหตุพุทธทาสเหมือนเดิมครับ เพราะการเดินทางสะดวกสบายดี พื้นที่บริเวณกลางเมืองอย่างวัดปทุมวนารามก็เอาไว้ก่อนเพราะนอกจากรถติดแล้วก็ยังเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการก่อวินาศกรรมด้วย


ให้จิตญาณทุกดวง ทุกหมู่ทุกเหล่า ทุกชั้นทุกภูมิ ได้มีส่วนในอธิวาสนาบารมีและการโปรดสัตว์ตามองค์มหาบารมีโดยทั่วกันไปตลอดกาลนานเทอญ

อโหสิ อโหสิ อโหสิ
โส โส โส

No comments:

Post a Comment