Friday, May 8, 2015

ไร้การดำรง

เราทุกคนล้วนเติบโตมาในโลก ในสังคมที่ดิ้นรน
ต้องไขว่คว้า ต้องแสวงหา ต้องยึดเหนี่ยวอะไรสักอย่าง
เพื่อที่จะเป็นคนสำคัญ เพื่อที่จะเก่งอะไรสักอย่าง
เพื่อที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญ เพื่อที่จะเอาดีให้ได้สักเรื่อง
เพื่อที่จะยิ่งใหญ่ เพื่อที่จะมีชื่อเสียง
เพื่อที่จะมีคนสนใจรู้จัก เพื่อที่จะมีอำนาจ
เพื่อที่จะมีคนห้อมล้อม เพื่อจะได้ภูมิใจในตนเอง
เพื่อที่จะได้มั่นใจในตนเอง เพื่อที่จะเหนือกว่าคนอื่น
เพื่อที่จะประสบความสำเร็จ เพื่อความมั่นคง
และทำทุกวิถีทางเพื่ออะไรๆอีกมากมายหลายอย่าง

แต่ในที่สุดแล้ว เมื่อเธอทั้งหลายได้บรรลุเป้าหมายที่เธอต้องการ
เธอกลับรู้สึกวังเวง เคว้งคว้าง ว่างเปล่า ราวกับเป้าหมายเหล่านั้นได้มลายหายไปอย่างรวดเร็ว
ความกลัว ความไม่พอใจ ความพร่องแห่งความรู้สึกเริ่มหลั่งไหลถาโถมเข้ามาหาเธออีกครั้ง
และแล้วเธอทั้งหลายก็ถูกตัณหา และความหลงของตนเอง สนตะพายให้ต้องดิ้นรนต่อไป
เพื่อที่จะไปพบความว่างเปล่า วังเวง เคว้งคว้าง เช่นเดิมซ้ำๆอยู่อย่างนั้น

ตัวตนของเธอทั้งหลายอยู่ตรงไหนกันเล่า?
ความมั่นคงในใจของเธอทั้งหลายอยู่ที่ไหนกันเล่า?
ทำไมความรู้สึกของเธอทั้งหลายถึงได้สั่นคลอนหวั่นไหวตลอดเวลาไม่รู้จบ?
ทำไมถึงเติมความรู้สึกไม่เคยเต็มเสียที?

แต่เธอทั้งหลายรู้หรือไม่ว่า...
ยิ่งเธอแสวงหา ไขว่คว้า ดิ้นรนมากยิ่งขึ้นเท่าไหร่
เธอก็จะไม่มีวันที่จะมีความมั่นคงในใจเลย

เพราะสิ่งต่างๆที่เธอพยายามยึดเหนี่ยว พยายามดิ้นรนแสวงหานั้น
มันเกิดจากมายาแห่งความรู้สึกชั่วครู่ชั่วคราวแห่งตนเอง
ที่หลอกให้เธอหลงเข้าใจว่า เมื่อได้มีสิ่งนั้นสิ่งนี้ ได้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้แล้ว เธอจะรู้สึกมั่นคง
เมื่อเหตุแห่งความดิ้นรนของเธอทั้งหลายล้วนเกิดจากมายาแห่งความรู้สึกแล้ว
สิ่งที่เธอจะได้จากการดิ้นรนนั้น สุดท้ายก็เป็นเพียงแค่มายาเช่นกัน

เธอทั้งหลายก็ไม่ต้องไปแสวงหา ดิ้นรนเพื่อความมั่นคงอะไร...เพราะมันไม่มี
เธอทั้งหลายก็ไม่ต้องไปคอยเปรียบเทียบคนอื่นเพื่อจะมีชีวิตที่ดีกว่า...เพราะมันก็แค่หลงคิดเอาเองทั้งนั้น
เธอทั้งหลายก็ไม่ต้องไปพยายามที่จะสร้างตัวตนของตัวเอง...เพราะเธอเองก็ไม่เหมือนใครอยู่แล้วโดยธรรม
เธอทั้งหลายก็ไม่ต้องไปหลงยึดกับความหลงของคนอื่นอีก...เพราะเขาเหล่านั้นก็ยังว่ายวนอยู่ในสังสารวัฏเช่นกัน

เธอทั้งหลายก็ไม่ต้องไปเปรียบเทียบกับอะไร หรือกับใคร เพื่อให้ตัวเองได้มีที่ยืน
ไม่ต้องเปรียบเทียบว่าเหมือนใคร แตกต่างอย่างไร ดีกว่าหรือแย่กว่าใคร อะไร แบบไหน
เพราะสิ่งเหล่านี้ รังแต่จะทำให้เธอทุกข์ และเป็นเหตุแห่งการเบียดเบียนผู้อื่นต่อไปอีกไม่จบสิ้น
อย่าพยายามเหยียบหัวใครเพื่อให้ตนเองรู้สึกดี หรือเพียงแค่เพื่อความรู้สึกที่เหนือกว่าคนอื่น
เพราะมันก็มีแต่จะสร้างกรรม สร้างทุกข์ในใจเธอและผู้อื่นต่อไปไม่สิ้นสุด

เพียงแค่ปล่อยให้สิ่งต่างๆทั้งหลายมันเป็นไปของมันเอง ตามจังหวะแห่งธรรม
ไม่ต้องตัดสิน ไม่ต้องคาดหวัง ไม่ต้องเปรียบเทียบ ไม่ต้องไปทุกข์ใจกับมัน
เพราะแต่ละคน แต่ละสิ่ง แต่ละปรากฏการณ์ แต่ละสถานการณ์ ล้วนมีเหตุปัจจัยไม่เหมือนกัน
มันจึงไม่มีอะไรเหมือนกันจริง และไม่มีอะไรที่แตกต่างกันจริง มันเปรียบเทียบกันไม่ได้เลย

และเมื่อเธอทั้งหลายปล่อยให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปของมันเองแล้ว
โดยไม่ไปหลงยึด หลงติด หลงหลุด หลงบ้าบอไปกับนาฎกรรม หรือมายาแห่งธรรมทั้งหลาย
ใจของเธอก็จะสงบรำงับลงไปเอง หมดตัณหา หมดความดิ้นรน หมดความเร่าร้อนลงไปเอง

และในท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสิ่งต่างๆที่วูบไหว พลุ่งพล่าน ผ่านมาผ่านไปเช่นที่เคยเป็นมา
เธอก็จะไม่มีความลังเลหวั่นไหวใดๆเหลืออยู่อีกเลย
เธอก็จะไม่ต้องทุกข์เพราะความพร่องในใจที่เติมไม่เคยเต็มอีกเลย
เธอก็จะไม่มีปมด้อยค้างคาใจกับความไม่บริบูรณ์อะไรอีกเลย
เธอจะอาจหาญ เบิกบาน ร่าเริง และไม่ลังเลค้างคา หรือขัดแย้งในใจอีกต่อไป
เพราะเธอได้ตระหนักถึงความจริงแล้วว่า มันไม่มีอะไรที่จะต้องทำให้จบหรือทำให้บริบูรณ์อีกเลย
ทุกอย่างมันเป็นไปของมันอย่างนั้นเอง ตามเหตุปัจจัย ตามวาระกรรม ตามวาระธรรม
จะบกพร่อง จะบริบูรณ์หรือไม่บริบูรณ์ มันก็บริบูรณ์ตามเหตุปัจจัยของมันอย่างนั้นเองอยู่แล้ว

และเมื่อเธอแจ้งถึงความจริงเช่นนี้ เธอทั้งหลายก็จะไม่ปรากฏบนโลกธาตุนี้อีกต่อไป
ไร้การดำรงอยู่ ในท่ามกลางสรรพสิ่ง สรรพธาตุ สรรพธรรมทั้งหลาย
ที่แสดงนาฎกรรมและมายาธรรมของมันไปตามท่วงทำนองแห่งเหตุปัจจัย
โดยไม่มีความหมายอะไรจริงแม้แต่อย่างเดียว

No comments:

Post a Comment