Friday, May 22, 2015

ตอบคำถามจากทางบ้าน#01

1 ทำไมตัวเองจึงเห็นนิสัยตัวเองบางครั้งก็มีเมตตามาก พอเห็นตัวเองมีเมตตามากก็รู้สึกเป็นสุข แต่บางครั้งก็เห็นตัวเองเหมือนนางยักษ์ ใจร้าย นิสัยไม่ดี ไม่มีน้ำใจ เห็นแก่ตัว มีสติเห็นตัวเองอยู่ ว่านิสัยไม่ดี และรู้ว่าไม่ควรทำแบบนั้น แต่ไม่สามารถห้ามตัวเองได้ ว่าอย่าคิด อย่าทำแบบนั้นนะ มันไม่ดี ทำไมถึงเป็นแบบนั้นคะ บางคนที่เขาคิดและทำไม่ดี เขาไม่เห็นตัวเอง ไม่มีสติดูตัวเอง แต่ทั้งๆที่ตัวเองก็มีสติเห็นตัวเองแล้ว แต่ทำไมยังห้ามไม่ได้

ตอบ
ด้วยความที่ทุกอย่างอนัตตาอยู่แล้ว ธาตุขันธ์ของเราจึงสามารถเป็นแหล่งรวมกรรมทุกชนิดตั้งแต่ดีสุดจนกระทั่งเลวร้ายที่สุด ซึ่งก็มีความเป็นไปได้สูงที่กรรมจากทุกภพ
ทุกชาติจะจัดสรรปันส่วนมาลงในชาตินี้แบบพิสดาร บางคนเหมือนเป็น bipolar บางคนวิกลจริต บ้างก็หาย บ้างก็ไม่หาย บางคนเป็นมะเร็งอยู่ๆก็หายเป็นปลิดทิ้งก็มี ทั้งนี้ทั้งนั้น เราไม่สามารถจะล่วงรู้ได้เลยว่ากรรมมันจัดสรรมาอย่างไรในแต่ละภพชาติ สิ่งที่เราควรจะไปแก้ไขก็ไม่มี เพราะมันเป็นของเก่าที่มาให้ผล ณ ปัจจุบัน ก็ปล่อยมัน อย่าไปมีเอี่ยวกับมันในเชิงอารมณ์ความรู้สึก ช่างมันเลย แล้วก็กล่าวอโหสิออกมาบ่อยๆ เพื่อยุติกรรมตรงนั้น อโหสิเพื่อที่เราจะไม่ต่อกรรมนั้นอีกต่อไป พอปล่อยให้มันคลายไปเรื่อยๆ กรรมเหล่านี้จะจืดจางลงไปเองครับ จะช้าจะเร็วก็ขึ้นอยุ่กับปริมาณและคุณภาพของกรรมนั้นๆว่าเข้มข้นแค่ไหน อโหสิบ่อยๆ เดี๋ยวอาการเหวี่ยง อาการรักแรงเกลียดแรงมันจะค่อยๆหายไปเองครับ นี่คือการกลั่นกรองสัจธรรมในอีกลักษณะหนึ่ง เป็นกรรมทางอารมณ์ ก็แนะนำให้ขอขมากรรมในกรรมที่เคยตอกย้ำอารมณ์กรรม ความรู้สึก คติ อคติ ทิฏฐิมานะ กรรมที่เคยยึดติดในความคิดความเห็นความหมายแห่งตน กรรมที่เคยยึดในความดีทั้งหลาย และประกาศสละประกาศถอน ความหลงตั้งเอา ความหลงยึดติด ความหลงคาดหวัง ต่อผู้คนทั้งหลาย ต่อคตินิยมทั้งหลาย ต่ออคติทั้งหลาย ต่อสังคมส่วนรวม ต่อทิฏฐิมานะแห่งตน ความดื้อรั้นดื้อดึงทั้งหลายครับ

ส่วนที่เรารู้แล้วแต่ก็ห้ามไม่ได้นี่มันเป็นตัณหาซ้อนหลุดอีกทีหนึ่งครับ คือมีตัณหาอยากหลุดอยากหาย มันก็เลยทุกข์ซ้อนของเก่าครับ อย่างนี้ก็ต้องช่างมัน ให้ทุกอย่างมันเป็นธรรมชาติธรรมดาของมันไป อโหสิบ่อยๆจนเป็นนิสัยครับ เดี๋ยวมันคลี่คลายเอง

2 บางคนดีกับเรา มีบุญคุณกับเรา แต่ทำไมเรายังไม่ชอบ ยังอคติ ทั้งๆที่ก็รู้ว่าเขาดี แต่ไม่สามารถห้ามความรู้สึกของตัวเองได้ ทั้งๆที่รู้อยู่ เห็นอยู่ ว่าไม่ควรคิด ไม่ควรทำแบบนั้น ก็คล้ายๆข้อ 1 นั่นแหละค่ะ หรือว่าชาติก่อนเขาเคยทำเราไว้ แล้วฝังอยู่ในจิตใต้สำนึก ทำให้รู้สึกสับสนตัวเอง เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย มีสติเห็นนิสัยตัวเองทุกอย่างแต่ไม่สามารถเปลี่ยนความรู้สึกนั้นได้ ทำให้รู้สึกแย่ว่าทำไมตัวเองเป็นแบบนั้น 

ตอบ
กรรมที่ผู้หนึ่งผู้ใดกระทำต่อเรามา มันก็มีทั้งดีและไม่ดี เวลากรรมเหล่านี้ให้ผล บางทีมันก็ไม่เป็นเหตุเป็นผลกันครับ พอมันให้ผลมันจึงขัดแย้งในทางอารมณ์อย่างที่เห็น ก็โสให้บ่อยๆ อโหสิในอารมณ์ที่ไม่ถูกอกถูกใจ ปฏิฆะขัดเคืองทั้งหลายบ่อยๆ ก็เพิ่มการขอขมากรรมในส่วนที่เคยเอาแต่ใจตัวเอง เอาแต่ทิฏฐิมานะตนเอง ไม่เปิดใจรับฟัง ยึดถือแต่อคติแห่งตนเข้าไปด้วยครับ หรือจะให้ดีก็ไปขอขมากรรมต่อคู่กรณีกรรมโดยตรงเลยก็ได้ครับ โดยน้อมองค์มหาบารมีเป็นประธานก่อนด้วยนะครับ

3 ฆ่ามด ฆ่ายุงบาปมั้ยคะ บางครั้งก็สงสารเมตตามัน บางครั้งก็รำคาญเพราะมันชอบสร้างความเดือดร้อนให้ มดบุกยึดบ้านมากันเยอะมากๆ เราไม่ทำอะไรมันก็ไม่ได้ เพราะคนในบ้านจะเดือดร้อน ยุงมารุมกัด เราไม่ตบก็ไม่ได้ และกลัวคนในบ้านโดนกัดด้วย ทั้งๆที่รู้อยู่ว่าไม่ควรเบียดเบียนสัตว์ ควรเมตตาต่อมัน แต่ก็สับสนเพราะตัวเองและคนรอบข้างเดือดร้อน ตอนนี้หนูก็มาอาศัยอยู่ใต้ฝ้า

ตอบ
ฆ่าสัตว์ก็ไม่ดีอยู่แล้วครับ เราก็หาวิธีจัดการดูแลไปแบบไม่ต้องเสียเลือดเสียเนื้อมากนัก เช่นกวาดทิ้งบ้าง หาทางป้องกันโดยโรยปูนขาวรอบๆบ้านบ้าง กำจัดแหล่งอาหารที่อยู่ในบ้านที่มดชอบมาตอมบ้าง กำจัดแหล่งน้ำขัง ฯลฯ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การอยู่ในสังสารวัฏนี้ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ทั้งหมด อาจจะมีบ้างที่เผลอฆ่า หรือจงใจฆ่าเพราะรำคาญ ก็ให้หยาดน้ำขอขมากรรมไป หรือถ้าไปฆ่ามดแมลงเล็กๆเอาไว้มาก ก็ให้เอาข้าวสารไปถวายเป็นสังฆทานทำให้กับเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายไปครับ

อันนี้เป็นในส่วนของการโปรดสัตว์นะครับ ซึ่งแตกต่างไปจากเนื้อหาพระสัจธรรมหรือการจบเฉพาะตัว การโปรดนั้นจะมุ่งเน้นไปที่การทำให้วงจรกรรมของสรรพสัตว์หดสั้นลง การฆ่าสัตว์นั้นจะทำให้ดวงจิตของสัตว์ที่ถูกฆ่านั้นโปรดยาก เพราะเขาจะเปลี่ยนเป็นคู่กรณีกรรมเราแทน พอมาเจอกันอีกทั้งในรูปกายมนุษย์ เขาจะดื้อไม่ฟังเราครับ ทำให้โปรดยาก แต่ในบางกรณีถ้าปล่อยไปจะสร้างกรรมมาก เช่นอาจจะไปกัดหรือดูดเลือดองค์มหาบารมีหรือผู้ที่เป็นเนื้อนาบุญที่มีบารมีมากๆ กลายเป็นกรรมหนักยิ่งกว่าการเป็นสัตว์เดรัจฉานที่เป็นอยู่ อย่างนี้ก็อาจจะจัดการได้ตามสมควรครับ เปลี่ยนภูมิให้เลย แต่ก็ต้องรับวิบากแทนไป ในกรณีที่บารมีมากๆก็ไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าบารมีน้อยอาจจะกระเทือนได้เหมือนกันครับ ซึ่งก็ไม่ควรทำบ่อยครับ จัดการเท่าที่จำเป็น ไม่งั้นอีกหน่อยจะสัตว์ที่โปรดยากแวะเวียนมาให้ปวดหัวกันอีกในภายหลัง


4 คนที่ตรงต่อสัจธรรมแล้ว จะมีเมตตาเองโดยอัตโนมัติเหรอคะ จะรู้ว่าอะไรควรทำอะไรไม่ควรทำหรือเปล่า

ตอบ
คนที่ตรงต่อพระสัจธรรมแล้ว เขาจะเป็นไปตามเนื้อหาเดิมของเขาครับ เรื่องเมตตาก็มีอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้ยึดเอาเป็นสรณะ เพราะท่านทั้งหลายเข้าใจดีว่าสังสารวัฏมันก็แค่นี้เอง วนอยู่แค่นี้ ท่านเห็นแล้วก็สมเพช ก็เลยดำริช่วยครับ ซึ่งเราไม่รู้หรอกว่าเมตตาของท่านจะเป็นแบบไหน บางท่านก็อ่อนโยนกับเรามาก บางทีก็ดุเดือดบ้างก็มี ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็แล้วแต่สภาวธรรมในแต่ละช่วงของผู้ที่ได้รับการโปรดครับ เรื่องที่ว่าอะไรควรทำไม่ควรทำก็จะรู้เองครับ ได้เรียนรู้เองกับตัวเลย แต่บางทีวิบากให้ผลมันก็ข้ามเรื่องพวกนี้ไปเหมือนกัน อย่างที่หลวงพ่อท่านว่าล่ะครับ ผิดร้อยครั้งก็ให้อภัยร้อยครั้ง ผิดพันครั้งก็ให้อภัยพันครั้ง เพราะกรรมเหล่านี้มันมีวันหมดอยู่แล้ว เพียงแต่เราต้องให้โอกาสครับ อย่าไปผลักไสหรือตอกย้ำซ้ำเติมอะไรใครอีก

5 บางทีก็เบื่อ เกลียดตัวเอง สับสนตัวเอง ว่าเป็นคนยังไงกันแน่ จริงๆก็อยากเป็นคนดีมีเมตตา แต่ก็ทำไม่ได้ 

ตอบ
นี่ก็เรียกว่าตัณหาในธรรมครับ ให้ประกาศสละความอยากดีทั้งทางโลกและทางธรรม สละความยึดติดในพระสัจธรรมและพระนิพพานเสีย เพราะสิ่งนี้มันก่อให้เกิดตัณหาซ้อน กรรมซ้อนกุศล อกุศลซ้อนกุศลอีกทอดหนึ่ง มันเลยเป็นเหตุผลักดันให้อยากจะดีครับ จะให้ดีจริงๆต้องปล่อยให้มันคลายเองครับ จะน่ารังเกียจบ้างอะไรบ้างก็ต้องช่างมันเลย ปล่อยเลยครับ แล้วมันจะค่อยๆจางคลายลงไปเอง

6 ถามจริงๆเถอะค่ะ คนที่ตรงต่อสัจธรรมแล้ว ไม่ฆ่าสัตว์ใช่มั้ย เช่นยุง มด แมลง แล้วเราจะมีวิธีป้องกันสัตว์พวกนี้ยังไงโดยไม่ทำร้ายคะ 

ตอบ
ผู้ที่ตรงต่อพระสัจธรรมแล้ว บางทีก็ยังมีการฆ่าสัตว์อยู่ครับ เผลอบ้างอะไรบ้าง จำเป็นบ้าง ไม่อย่างนั้นก็อาบน้ำไม่ได้นะครับ ไปฆ่าแบคทีเรียตายหมด ท่านก็ไม่ได้ฆ่าด้วยความเคียดแค้นสะใจอะไร บางทีมันเป็นไปตามเหตุปัจจัย แต่ถ้าเลี่ยงได้เป็นเลี่ยง ถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องพิจารณาว่าวิธีแบบไหนที่จะช่วยลดวงจรกรรมให้กับสรรพสัตว์มากกว่ากัน ก็เลือกจัดการแบบนั้น แต่ไม่ใช่ฆ่าให้หมดนะครับ เท่าที่จำเป็นและไม่กระทบสังสารวัฏมากจนเกินไป

พวกมดแมลงทั้งหลายบางทีเขามาก็เพราะจิตญาณของพวกเดียวกันตกค้างอยู่ในพื้นที่นั้นๆนะครับ อย่างพวกมดแมลงสาปที่เราเคยฆ่า ก็จะอยู่ตรงนั้น มันก็ดึงดูดพวกที่ยังมีชีวิตอยู่มาเยอะแยะเลย เพราะเราไม่เคยคลี่คลายให้เขาเลย ก็แนะนำให้หยาดน้ำอุทิศบารมีในบริเวณนั้นๆ เปิดเสียงขอขมากรรมของหลวงพ่อในบริเวณนั้นๆบ่อยๆ(เน้นบทที่มีไตรสรณคมน์นำนะครับ) เดี๋ยวจิตญาณทั้งหลายเหล่านั้นคลี่คลายจนไปเกิดใหม่แล้ว พวกแมลงที่มีกายหยาบจะค่อยๆหายไปเองครับ เพราะไม่มีวิญญาณของพวกเดียวกันมาดึงดูดให้มาหาอีกแล้วครับ

ต้องการถามคำถามเกี่ยวกับพระสัจธรรม ติดต่อได้ตามอีเมล์นี้ครับ prince.dhanon@gmail.com

No comments:

Post a Comment