Tuesday, March 24, 2015

สัจธรรมจาก Facebook#62

ทุกๆชีวิตจิตวิญญาณล้วนมีกรรมเป็นของตัวเอง
ไม่ว่าเธอทั้งหลายจะห่วงหรือจะไม่ห่วง จะกังวลหรือไม่กังวล
มันก็จะเป็นไปตามเหตุแห่งกรรมเช่นนั้นอยู่แล้ว
แม้แต่ตัวเธอเองก็ต้องเป็นไปตามเหตุแห่งกรรมเช่นกัน
เป็นไปด้วยลักษณาการแห่งการทำกรรมและใช้กรรมอยู่อย่างนั้นซ้ำๆ
ไม่มีอะไรเพิ่ม ไม่มีอะไรลด ไม่มีใครได้ ไม่มีใครเสีย
ในสรรพธรรมที่ไร้ความหมายอยู่แล้วโดยสิ้นเชิง
จึงไม่มีเหตุอะไรที่ต้องห่วงต้องกังวลในสิ่งที่มันเป็นไปของมันเองอีก
-------------------------------------------------

ถ้าเธอทั้งหลายยังคงคาดหวังในสิ่งที่มันเป็นไปเช่นนั้นเอง
เธอก็จะไม่มีวันพ้นไปจากความทุกข์ได้เลย

-------------------------------------------------

นิพพานนั้นไม่เกิดไม่ดับกับอะไร นอกเหนือจากธรรมทั้งปวง
ดังนั้นก็ไม่ต้องไปคอยดับอะไร ให้มันหลงเกิดกับการคอยดับนั้นอีก
มันก็จะไร้ในท่ามกลางสภาวะที่มันเกิดดับของมันตามเหตุปัจจัยทันที
ตรงต่อที่มันไม่เกิดไม่ดับ ไม่ติดไม่หลุดอยู่แล้วทันที
ที่คอยหลงจะหลุดจากสิ่งที่มันติดโดยธรรมของมันเองนั้น
ก็เป็นเพียงโมหะตัณหาในการคอยจะหลุดจะพ้นนั่นเอง

--------------------------------------------------

ไม่ใช่ข้อธรรมหรอกนะที่ทำให้เธอทั้งหลายต้องแตกแยก
แต่ความเห็นความหมายต่อข้อธรรมทั้งหลายที่ไม่ควรยึดมั่นถือมั่นนั่นแหละที่ทำให้เธอต้องแตกแยกกันเอง แบ่งแยกกันเอง
ไม่เว้นแม้แต่คนที่บอกว่าตัวเองถูกก็ตาม

----------------------------------------------------

จะถือศีลกินเจก็ให้มันเป็นไปด้วยการสละละวางความเบียดเบียนสรรพชีวิตอื่นๆ
สังสารวัฏและสรรพสัตว์ทั้งหลายจะได้ลดความร้อนแรงลงบ้าง
ไม่ใช่กินไปเพื่อหวังจะเอาบุญ ถือศีลเพื่อหวังจะเอาบุญ
ก็ตรงที่จะกินเอาถือเอานั่นแหละ มันคือเสร็จกิเลสไปแล้ว เสร็จตัณหาไปแล้ว
กินไม่กินเปล่า ยังไปดูถูกทับถมคนที่เขาไม่กินเจหมือนตนอีก
ละไม่ละเปล่า ยังยกความดีของตนไปข่มไปต่อว่าคนอื่นอีก
แบบนี้เรียกตัณหาในบุญ อัตตาในบุญ ยิ่งทำก็ยิ่งคับแคบ ไม่กว้างขวาง
และแม้จะได้บุญก็ไม่หลุดพ้น ไม่ใช่บุญบริสุทธิ์ที่เกิดจากการสละละวางอย่างหมดใจ
สุดท้ายก็ยังต้องอยู่ทรมานเฝ้าบุญกันต่อไป
ต้องคอยต่อบุญต่อกุศลไปทุกๆชาติไม่จบไม่สิ้นเสียที

------------------------------------------------------

ไม่ว่าเธอทั้งหลายจะใช้ชีวิตอย่างมีเหตุผลเช่นไร
ไม่ว่าเธอทั้งหลายจะใช้ชีวิตอย่างงมงายแค่ไหน
เธอทั้งหลายก็ล้วนแล้วแต่หลงอยู่ในวังวนของการใช้กรรมเฉกเช่นกัน
เพียงแต่โมหะอวิชชาที่ปิดบังอยู่นั้น ทำให้ตนหลงคิดไปว่า
สิ่งที่ตัวเองทำนั้นดีกว่าคนอื่น ฉลาดกว่าคนอื่น

และโดยความเป็นจริงเช่นนี้แล้ว...
โลกนี้จึงไม่มีใครคิดว่าตัวเองโง่
โลกนี้จึงไม่มีใครคิดว่าตัวเองเลว
โลกนี้จึงไม่มีใครคิดว่าตัวเองไร้เหตุผล

ความโง่ ความเลว ความไม่เอาไหนไร้เหตุผล ที่เธอทั้งหลายหลงไปว่าผู้อื่น
หลงไปตอกย้ำ ปรักปรำ และแปะป้ายประจานผู้อื่น
จนเกิดทิฏฐิมานะ ความน้อยเนื้อต่ำใจ ความเบียดเบียนต่อกัน
จึงเป็นเพียงแค่ความหลงในทิฏฐิมานะ
และความหลงในอัตตาของตนเองทั้งสิ้น

No comments:

Post a Comment