Tuesday, February 3, 2015

สัจธรรมจาก Facebook#61

หากความเหน็ดเหนื่อยทุกข์ทนทั้งหลายจากวิบากกรรมของตนเอง
จะเป็นเหตุให้เธอคับแคบและกลับมาตั้งเอากับสรรพสิ่งหรือผู้คน
เพื่อคืนทุนหรือเพื่อเป็นการชดเชยก็ตามที
จงรู้ไว้เถิดว่าเธอทั้งหลายกำลังสร้างภาระกรรมอย่างใหม่ขึ้นมา
เพื่อจะชดใช้มันอีกในอนาคต และจะเป็นอยู่อย่างนั้นซ้ำๆ โดยที่ไม่มีความหมายอะไรจริงเลย
ความเป็นไปของชีวิตสรรพสัตว์ทั้งหลายจึงเป็นเพียงความหลงงมอยู่กับการทำกรรมใช้กรรมบนความว่างเปล่าไร้แก่นสารแห่งธรรมด้วยลักษณาการอันวกวนเช่นนี้เอง
------------------------------------------------

อัจฉริยภาพแห่งอริยบุคคลทั้งหลายที่อยู่เหนือโลกเหนือธรรมทั้งปวง
ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ถูกมองและตัดสินว่าเพี้ยน ว่าบ้า ว่าไร้ประโยชน์
โดยหมู่เหล่าแห่งสรรพสัตว์ทั้งหลาย ที่ยังหลงอยู่กับการตั้งเอาในธรรมอันว่างเปล่าไร้แก่นสารโดยสิ้นเชิงอยู่เสมอทุกยุคทุกสมัย

------------------------------------------------

อัจฉริยภาพแห่งอริยบุคคลทั้งหลายที่อยู่เหนือโลกเหนือธรรมทั้งปวง
ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ถูกมองและตัดสินว่าเพี้ยน ว่าบ้า ว่าไร้ประโยชน์
โดยหมู่เหล่าแห่งสรรพสัตว์ทั้งหลาย ที่ยังหลงอยู่กับการตั้งเอาในธรรมอันว่างเปล่าไร้แก่นสารโดยสิ้นเชิงอยู่เสมอทุกยุคทุกสมัย

------------------------------------------------

เมื่อวานก่อนนโมแปรงฟันเพื่อจะเข้านอน
นโมก็ถามขึ้นมาว่า "ป๊า ทำไมคนเราทุกคนต้องแก่ แล้วก็ต้องตายล่ะ"
ป๊า(มันมาไม้ไหนวะ) "ทุกอย่างมันก็เสื่อมไปเป็นธรรมดาล่ะลูก มันเป็นเรื่องชั่วคราวทั้งนั้น เกิดมาก็ต้องตาย มันเกิดตายมาไม่รู้กี่รอบแล้ว ตัวตาย แต่จิตมันไม่ตายหรอก เดี๋ยวมันก็หาเรื่องมาเกิดใหม่จนได้ แต่จิตจริงๆก็ไม่มี เป็นเพียงแค่มายาเท่านั้นเอง เป็นเรื่องชั่วคราวทั้งนั้น"
นโม "อย่างนี้นโมก็เป็นมายาน่ะสิ"
ป๊า "ใช่แล้วลูก ป๊าก็เป็นมายา ก็อย่าไปหลงจริงจังกับอะไรๆก็แล้วกัน"
นโม "อย่างนี้หลวงพ่อฯก็เป็นมายาเหมือนกันใช่มั๊ย"
ป๊า "ใช่แล้วลูก ท่านก็เป็นมายาเหมือนกัน เป็นมายาที่ล้างมายา ท่านมาประกาศให้ทุกคนรู้ถึงความเป็นจริงว่า มันไม่มีอะไรจริงหรอกลูก"
คุยเสร็จนโมก็หันไปแปรงฟันต่อเหมือนบทสนทนานี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลย ฮา

------------------------------------------------

พุทธวจนคืออะไรหรือ...เธอทั้งหลาย?
พุทธวจนที่แท้จริงนั้นมิใช่ตัวสมมติบัญญัติ มิใช่ตัวอักขระ ตัวอักษรที่ถ่ายทอดกันมา
หากแต่พุทธวจนที่แท้จริงนั้นคือ สุญญตาธรรม
คือเนื้อหาธรรมที่ว่างเปล่าไร้แก่นสารใดๆให้ยึดถือ
เป็นธรรมที่ไร้ธรรม เป็นธรรมที่ไม่เนื่องด้วยธรรม
ไม่สามารถจะอธิบายด้วยคำพูดใดๆได้เลยแม้แต่น้อย

ผู้ที่กล่าวพุทธวจนจริงๆ จึงมิใช่ผู้ที่กล่าวให้ผู้ฟัง เชื่อตาม
ศรัทธาตาม ศึกษาตาม เข้าใจตาม ยึดถือตาม ปฏิบัติตาม
แต่ก็ไม่ได้ตรงต่อสุญญตาธรรม อันว่างไร้จากโมหะตัวตนซ้อนธรรมเลย
ได้แต่วกวน ยึดติด คับแคบในโมหทิฏฐิและมานะแห่งตน ที่มีต่อธรรมอันมีชื่อสมมติ เรียกว่า พุทธวจน

ผู้ที่กล่าวพุทธวจนจริงๆนั้น คือผู้ที่กล่าวธรรมซึ่งล้างโมหะทิฏฐิทั้งหลายให้ผู้ฟัง
ได้ตรงต่อสุญญตาตาม ดับตาม วางตาม ว่างตาม ไร้ตัวตนในท่ามกลางตาม
ไร้ความยึดถือในธรรมใดๆตาม ได้ตรงต่อสุญญตาธรรมเอง
เป็นหนึ่งเดียวกับองค์พระพุทธเจ้าโดยเนื้อหาที่สุญญตาอยู่แล้ว หรือว่างอยู่แล้วนั่นเอง

พุทธวจนแท้อันเป็นเนื้อหาสุญญตาธรรม จึงไม่ทิ้งสิ่งใดหลงเหลือไว้ให้เป็นภาระต่อสรรพสัตว์ทั้งหลายเลย
...แม้แต่ธรรมที่ถูกถ่ายทอดออกมาเองก็ยังไม่ใช่ธรรมที่แท้จริง
แต่เป็นเพียงสมมติที่ธรรมอันเป็นสื่อน้อมสรรพสัตว์ให้ตรงต่อสุญญตาธรรม ซึ่งไร้โมหะตัวตนซ้อนธรรมอย่างแท้จริง

No comments:

Post a Comment