Wednesday, February 18, 2015

การขอขมากรรมและการประกาศสละชดใช้หนี้กรรมสำหรับกรรมเรื่องคู่ครอง

กรรมเรื่องคู่ครองนี้ สำหรับคนทั่วไปถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ในชีวิต ที่เราถูกครอบงำกันมานานผ่านสื่อบ้าง ผ่านคตินิยมที่ถ่ายทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษบ้าง ขนบธรรมเนียมประเพณีบ้าง จนกลายเป็นอุปาทานหมู่ในสังคมที่ครอบงำต่อๆกันมา ว่าต้องอย่างนั้นต้องอย่างนี้เป็นท่าบังคับ เรียกว่าทั้งชีวิตนี่กดดันก็เรื่องคู่นี่แหละ

เรื่องคู่ครองนี่ หากไม่มีกรรมจะต้องไปใช้เป็นคู่กับใครก็ดีอยู่แล้วครับ เพราะกรรมเรื่องคู่นั้นมักจะมีลักษณะที่ ติดพัน ผูกมัด และมีเงื่อนไขต่อกันตลอดเวลา เหนียวหนืดเหนียวแน่น กระทบกระทั่งโปรดกันยาก เพราะความเป็นคู่นี่มันบังกันเกือบหมดทุกเรื่อง (ยกเว้นที่เป็นคู่บุญบารมีก็จะดีขึ้นมาหน่อย แต่นึกดูนะครับว่าจะมีสักกี่คนที่ถูกรางวัลที่ 1)

ใครที่โสดอยู่แล้วก็อย่าให้อุปาทาน ค่านิยม หรือขี้ปากชาวบ้าน มากดดันให้ต้องรีบวิ่งไปหาคู่นะครับ ช่างมัน เพราะถ้าจะมีกรรมเรื่องคู่จริง ต่อให้ไปแอบอยู่ตรงซอกไหนของโลก เดี๋ยวกรรมนั้นก็จะมาหาเองยิ่งกว่าจรวดนำวิถี แถมเมื่อถึงเวลานั้นที่ต้องใช้วิบาก ต่อให้พระพุทธเจ้ามาโปรดเองก็ฟังสัจธรรมไม่รู้เรื่องล่ะครับ ห้ามก็ไม่ฟัง ขนาดแม้กระทั่งขี้ก็หอมน่ะ เห็นแต่กุศลที่เคยทำร่วมกัน ก็เลยต้องออกไปใช้วิบากก่อนแล้วจึงจะตาสว่าง เรียกว่าโมฆะต่อสัจธรรมไปชั่วคราว พอนานๆเข้า(หรือบางคู่ก็แป๊บเดียว)อกุศลวิบากให้ผลก็จะตาสว่างขึ้นทันทีทันใดว่าพลาดไปแล้ว

ส่วนคนที่แต่งงานมีคู่ไปแล้ว ก็จะเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าผมพูดอะไร ไปแอบปาดน้ำตาแล้วมาขอขมากรรมนะครับ (ฮา)

กรรมของคนมีคู่นั้นส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของเงื่อนไขผูกมัด พันธนาการ การหึงหวง อิจฉาริษยา การกระทบกระทั่ง ทิฏฐิมานะ การเอาชนะคะคานกัน บ้างก็ขับเคี่ยวแข่งขันกัน ข่มกัน การเล่นสงครามประสาท ความห่วงหวง ความรัก ความปรารถนาดีจนเกินพอดี จนกลายเป็นการยึดติด เป็นการกักขังหน่วงเหนี่ยว ครอบงำ เรื่องความคาดหวังตั้งเอาจากคู่ของตนในทุกๆเรื่อง ไม่ว่าจะอะไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้ล้วนก่อให้เกิดความอึดอัดขัดเคืองได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพราะอะไรๆที่ว่ามานี้ก็เป็นอุปาทานทั้งนั้น แล้วขึ้นชื่อว่าอุปาทาน มันก็จะนำทุกข์มาให้เสมอๆ แค่ชื่อมันก็ติดเสียแล้ว

นอกจากนั้นก็มีเรื่องกิ๊ก เรื่องชู้สาว เรื่องนอกใจ เรื่องอื้อฉาวที่ต้องปกปิด มือที่สาม พฤติกรรม อนุสัยที่เข้ากันไม่ได้ ความเปลี่ยนแปลงหลังแต่งงาน การเงิน ความเจ็บป่วย ภาระต่างๆ การเข้ามาแทรกแซงและเรื่องปวดหัวจากญาติของทั้งสองบ้าน ความคาดหวังจากคนรอบๆข้าง ฯลฯ ซึ่งคนที่ยังไม่แต่งงานก็อย่าโลกสวยไปนะครับ เพราะโลกจริงๆมันไม่ค่อยสวยเท่าไหร่หรอก(ฮา) มันเป็นเรื่องของกิเลสตัณหาอุปาทานทั้งนั้น ความรักจริงๆมักจะไม่ค่อยมีหรอก

จริงๆกรรมเรื่องคู่นี่ซับซ้อนมากแล้วก็ปวดหัวมากอันดับต้นๆของกรรมทั้งหมดเลยทีเดียว แต่ก็ไม่เป็นไร เมื่อตาสว่างแล้วก็มาขอขมากรรมกันเนอะ ให้กรรมมันคลี่คลายตัวเองสักหน่อย จะได้ไม่ผูกมัดรัดรึงจนอึดอัดคับแคบไปหมดอย่างที่เป็นๆกันอยู่

หากคู่ใครที่ไม่ค่อยฟังกัน พูดทีไรทะเลาะกันทุกที ก็ให้แอบ "โส" ให้บ่อยๆ หยาดน้ำให้บ่อยๆ และขอขมากรรมในส่วนของเราบ่อยๆ เดี๋ยวอานุภาพจะเข้าไปละลายกำแพงใจเอง (ใครไม่เข้าใจว่า โส คืออะไร ก็ลองเข้าไปอ่าน ที่นี่ ครับ หรือจะไปฟังสนทนาธรรมตอนนี้ก็ได้ คลิกที่นี่ เพื่อฟังสนทนาธรรม )

บทขอขมากรรมนี้ใช้ได้สำหรับทั้งคนหลวมตัวมีคู่ไปแล้ว และคนที่ยังโสดอยู่นะครับ ขอขมากรรมไปเรื่อยๆเดี๋ยวกรรมทั้งหลายเหล่านี้จะคลี่คลายไปเอง

บทขอขมากรรมและการประกาศสละชดใช้หนี้กรรมสำหรับกรรมเรื่องคู่ครอง

นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

ขอนอบน้อมองค์มหาบารมี ทุกพระองค์ทรงเป็นประธาน

กรรมใดๆที่หมู่เหล่าข้าพเจ้าทั้งหลาย ตลอดจนถึงคู่ครอง และบริวารที่พ่วงพันกันมาทั้งหลาย ที่ได้กระทำต่อคู่ครองหรือคนรักของตน ไม่ว่าจะเป็นกุศลกรรมหรืออกุศลกรรมก็ตาม กรรมที่ได้เคยผูกมัดผู้อื่น ไม่ว่าจะทางกาย ทางวาจา หรือทางใจทั้งหลาย จนกลายเป็นพันธสัญญา เป็นพันธนาการ เป็นข้อผูกมัด กรรมที่เคยมุ่งหวังตั้งเอากับคู่ของตน หรือลูกหลานบริวารทั้งหลายในบ้าน ต่อทุกๆเรื่อง กรรมที่เข้าไปแทรกแซงกรรมของผู้อื่น จนก่อให้เกิดความคับแคบ บีบคั้น อึดอัดกดดันซึ่งกันและกัน

กรรมที่เคยล่อลวง หลอกลวงผู้อื่นให้มารักมาชอบตน กรรมที่เคยพูดคำหวาน โปรยประโยชน์เพื่อหวังบางสิ่งบางอย่าง จากคนอื่นโดยมิชอบ

กรรมที่เคยยุยงส่งเสริม ให้ครอบครัวผู้อื่นเกิดความแตกแยกร้าวฉาน กรรมที่เคยยุแหย่ให้เกิดความเกลียดชังขึ้นในครอบครัวของบุคคลอื่น กรรมที่เคยติฉินนินทา เคยประนามหยามเหยียดผู้อื่น ด่าว่าผู้อื่น ประจานผู้อื่น หรือครอบครัวของผู้อื่น ให้ได้รับความอับอาย จนก่อให้เกิดความปฏิฆะขัดเคือง อึดอัดกดดัน เกิดการทะเลาะเบาะแว้ง ระรานซึ่งกันและกัน

กรรมที่เคยละเมิดล่วงเกิน นางต้องห้ามทั้งหลาย กรรมที่เคยล่วงละเมิดสามี หรือภรรยาบุคคลอื่นทั้งหลาย กรรมที่เคยผิดประเวณีต่อผู้อื่น ต่อลูกหลานผู้อื่น กรรมที่เคยล่วงละเมิดทางเพศ กรรมเกี่ยวกับเรื่องคบชู้ทั้งหลาย กรรมที่เคยแย่งชิงคนรักของผู้อื่นมาเป็นของตนโดยมิชอบ

กรรมที่เคยตั้งแง่อคติ จับผิดจับถูก ใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่น ตำหนิติเตียน พร่ำบ่นก่นด่า เสียดสีกระทบกระเทียบ กระแนะกระแหน  หรือเปรียบเทียบผู้อื่น ด้วยอคติความเชื่อแห่งตน จนก่อให้เกิดปมด้อย ความน้อยอกน้อยใจ เกิดความปฏิฆะขัดเคือง ไม่พออกพอใจหรือขุ่นเคืองใจทั้งหลาย กรรมที่เคยอิจฉาริษยาผู้อื่น กดขี่กดดัน ข่มขู่ทำร้ายผู้อื่นด้วยวาจาหรือการใช้กำลังกาย กรรมที่เคยทำร้ายทำลายผู้อื่นให้ได้รับบาดแผลและความเจ็บปวด กรรมที่เคยสาปแช่งผู้อื่น กรรมที่เคยกักขังหน่วงเหนี่ยวผู้อื่น ปิดกั้นปิดบัง ขัดขวางคนในครอบครัว จากพระสัจธรรม จากองค์มหาบารมี และผู้โปรดสัตว์ทั้งหลาย

กรรมที่เคยโกหกหลอกลวง หรือครอบงำคนในครอบครัวโดยมิชอบ กรรมที่เคยเบียดเบียนคดโกง ยักยอก เข่นฆ่า แย่งชิงทรัพย์สินเงินทอง มรดกตกทอด หรือผลประโยชน์ต่างๆในครอบครัวโดยมิชอบ

รวมถึงหนี้กรรมหนี้บุญคุณทั้งหมดทั้งสิ้น

ข้าพเจ้าทั้งหลาย ตลอดจนถึงคู่ครองและบริวารที่พ่วงพันกันมาทั้งหลาย ได้สำนึกผิดแล้ว ขอให้องค์มหาบารมีทั้งหลาย ทรงได้โปรดยกโทษและอโหสิกรรม ต่อกรรมทั้งหลายเหล่านี้ ขอให้กรรมทั้งหลาย พึงเป็นอโหสิกรรม นับตั้งแต่กาลบัดนี้เป็นต้นไป

และข้าพเจ้าทั้งหลาย ตลอดจนถึงคู่ครองและบริวารที่พ่วงพันกันมาทั้งหลาย ขอให้อโหสิกรรมต่อกรรมทั้งหมดทั้งมวล ต่อกรรมทั้งหลาย ที่ผู้อื่นได้กระทำต่อข้าพเจ้าทั้งหลายเอาไว้ นับตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน ขอให้กรรมทั้งหลาย จงเป็นอโหสิกรรม ณ กาลบัดนี้เทอญ

และข้าพเจ้าทั้งหลาย ตลอดจนถึงคู่ครองและบริวารที่พ่วงพันกันมาทั้งหลาย ขอประกาศสละ ประกาศถอน ความหลงตั้งเอา ความหลงยึดติด ในตัวบุคคลอื่นทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นสามีภรรยา ลูกหลานบริวาร ในสรรพสิ่งทั้งหลาย ในทรัพย์สิน ทรัพย์สมบัติทั้งหลาย ในคำมั่นสัญญา ในคำสาบานทั้งหลาย ในข้อผูกมัดทั้งหลาย ในทิฏฐิมานะ ในความดื้อดึง ในการเอาชนะคะคานกันทั้งหลาย ในความหลงหมกมุ่นมัวเมาทั้งหลาย ในจริตราคะ ในอารมณ์กรรมทั้งหลาย ในกามสุขทั้งหลาย ในความพยาบาทอาฆาต จองเวรจองกรรม ในการผูกใจเจ็บทั้งหลาย ในปมเด่นปมด้อยทั้งหลาย ในค่านิยม ในอุดมคติอุดมการณ์ทั้งหลาย ในวิถีวิธีการทั้งหลาย ในคติ-อคติทั้งหลาย อันก่อให้เกิดความอึดอัดคับแคบ ปฏิฆะขัดเคืองต่อผู้อื่นทั้งหมดทั้งสิ้น

ขอประกาศสละ ชดใช้หนี้เวรหนี้กรรมทั้งหลาย ด้วยอธิวาสนาบารมี ที่มีต่อพระสัจธรรม ที่มีต่อองค์มหาบารมีทั้งหลาย
ขอชดเชยชดใช้ ด้วยการตรงต่อสัจธรรม ด้วยการบวช ด้วยการสละ ด้วยการเกื้อกูล ต่อพระศาสนา และการโปรดสัตว์ทั้งหลาย

ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย และสรรพสัตว์ทั้งหลาย ในทุกหมู่ทุกเหล่า ทุกชั้นทุกภูมิ จงได้มีส่วนในการโปรดสัตว์ ตามองค์มหาบารมี โดยทั่วกัน ไปตลอดกาลนานเทอญ

อโหสิ อโหสิ อโหสิ

ส่วนขอขมากรรมกันในครอบครัว(สำหรับผู้นำขอขมากล่าว)

และกรรมใดๆที่หมู่เหล่าข้าพเจ้าทั้งหลาย ได้เคยกระทำซึ่งกันและกันมาในทุกภพทุกชาติ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จนก่อให้เกิดความติดขัดข้องคา กินแหนงแคลงใจกัน ไม่ลงรอยกัน ทะเลาะเบาะแว้งซึ่งกันและกันในครอบครัว เป็นเหตุให้อยู่ร่วมกันด้วยความยากลำบาก เป็นเหตุให้เกิดความแตกแยกทั้งหลาย  ความพยาบาทอาฆาตจองเวรกันมาในทุกภพทุกชาติ ขอให้กรรมทั้งหลายพึงเป็นอโหสิกรรมร่วมกัน นับตั้งแต่กาลบัดนี้เป็นต้นไปเทอญ

(กล่าวขึ้นพร้อมๆกัน)
อโหสิ อโหสิ อโหสิ
โส

No comments:

Post a Comment