Friday, February 13, 2015

ความรักที่ปราศจากเงื่อนไข

ทุกคนรู้จักความรักกันมาตั้งแต่เด็กๆ
บ้างก็ได้รับความรักเต็มที่ บ้างก็ไม่โชคดีขนาดนั้น
แต่ทุกคนล้วนแสวงหาความรักและการยอมรับจากใครสักคนหนึ่งเสมอ
เราจึงดิ้นรนไขว่คว้า ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ความรักนั้นมา
ทุกคนจึงเริ่มทำให้ตัวเองดูดี ทำให้ตัวเองดูมีคุณค่า
ทำให้ตัวเองมีสเน่ห์ ทำให้ตัวเองเป็นที่ต้องการ
ไม่ต่างอะไรกับสินค้าที่วางขายกันดาษดื่น
เพียงเพื่อให้ตัวเองสมหวังกับความรักในสักวันหนึ่งข้างหน้า

ที่รักทั้งหลาย...
เมื่อเธอออกแรงเชื้อเชิญความรักด้วยวิธีการแห่งตัณหา ด้วยวิธีการแห่งอุปาทาน
สิ่งที่ได้มานั้นจึงไม่ใช่ความรัก แต่เป็นตัณหาและอุปาทานของคนอื่นในสภาวะหนึ่งที่เธอเคยเป็น
เป็นความหลงใหลมัวเมาในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส อารมณ์ อันไม่เที่ยง
ความรักของเธอทั้งหลายจึงเต็มไปด้วยความคาดหวัง การตั้งเอา การเสนอและการสนอง
ความลังเลสงสัย หวาดระแวงว่าเขาจะยังรักเราอีกหรือไม่
เราสวยพอไหม เราหล่อพอไหม เราดีพอไหม

แล้วความรักของเธอทั้งหลายก็ก่อให้เกิดความกดดัน ความอึดอัดคับแคบ
ความบีบคั้น การต่อรอง การแลกเปลี่ยน การทะเลาะเบาะแว้ง
และเป็นพันธนาการทั้งทางกายและทางใจ ที่มุ่งแต่จะทรมานกันและกันในที่สุด
จนความรักของเธอไม่สามารถที่จะเติบโตงอกงามได้อีกต่อไป
สุดท้ายต้นไม้แห่งความรักของเธอทั้งหลายก็แห้งตายลง
โดยที่เธอไม่เข้าใจเลยว่าเพราะอะไร? ทำไม? เราผิดตรงไหน?
แล้วเธอก็จะมีแต่คำถามตอกย้ำตัวเองซ้ำๆ แล้วก็ทุกข์อยู่อย่างนั้นร่ำไป

ที่รักทั้งหลาย...
สิ่งเหล่านั้นที่เธอหลงเข้าใจว่าคือความรัก...มันไม่ใช่ความรักหรอกนะ
มันเป็นเพียงตัณหาที่พาเธอไปแสวงหาที่ยึดเหนี่ยวเท่านั้นเอง
ความรักที่แท้จริงนั้น ปราศจากลักษณาการแห่งการผูกมัด
ปราศจากลักษณาการของความคาดหวังตั้งเอา
ปราศจากลักษณาการของความอึดอัดกดดัน
ปราศจากลักษณาการของความขัดแย้ง ปฏิฆะขัดเคือง

ถ้าเพียงเธอทั้งหลายเข้าใจความเป็นจริงที่ว่า
แต่ละคนล้วนแล้วแต่มีกรรมและวิบากกรรมเป็นของตนเอง
เขาก็มีวิบาก เราก็มีวิบาก ต่างคนต่างก็มีวิบากแก่กันและกัน
เราทั้งหลายล้วนแล้วแต่จมอยู่ในทะเลแห่งความหลงของตน
ทำร้ายทำลายกัน บีบคั้นกดดันกันเองด้วยความหลง
ต่างดิ้นรนกระเสือกกระสนตะเกียกตะกายเพื่อให้คลายจากทุกข์
จนเข้าใจไปว่าความรักคือการที่ได้ยึดเหนี่ยวใครสักคนเพื่อให้คลี่คลายจากทุกข์
ทั้งๆที่ความเป็นจริง...เธอทั้งหลายล้วนแล้วแต่ลำบากเพราะตัวเองทั้งนั้น

ลำบากเพราะตัณหาของตน ลำบากเพราะอุปาทานของตน
ลำบากเพราะควางหลงของตน ลำบากเพราะกิเลสของตน
ลำบากเพราะสิ่งเหล่านี้ที่มีต่อตนเองและผู้อื่น
และในนามแห่งความรักของเธอทั้งหลาย
จึงพาเธอไปแสวงหาความลำบาก และนำพาคนอื่นให้ลำบากตามไปด้วย
เพียงแต่มันไม่ใช่ในนามของความรักหรอกนะที่รัก
มันเป็นเพียงแค่ความหลงยึดหลงติดในสิ่งที่ไม่จีรังยั่งยืนเท่านั้นเอง

เมื่อเข้าใจความจริงได้เฉกเช่นนี้แล้ว
เธอทั้งหลายก็ไม่มีเหตุอันใดที่จะต้องกระเสือกกระสนดิ้นรนแสวงหาความรักอีกต่อไป
ไม่มีเหตุที่จะต้องไปบีบคั้นกดดันใครเพื่อความรักอีกต่อไป
ไม่มีเหตุที่จะต้องไปตั้งเงื่อนไขอะไรกับใครเพื่อความรักอีกต่อไป
ตัวตนที่โหยหาความรักของเธอจะค่อยๆมลายหายไป
ท่ามกลางสภาวะต่างๆที่ล้วนผ่านมาและผ่านไป
เกิดขึ้นและจบไปด้วยตัวมันเอง ของมันเอง
แม้กระทั่งอารมณ์ทั้งหลายที่เราหลงยึดจริงจังแทบเป็นแทบตาย

ในที่สุดเธอก็จะหมดความขัดแย้ง หมดความดิ้นรน หมดความโหยหาในใจไปเอง
เมื่อนั้นเธอทั้งหลายก็จะสามารถกลมกลืนไปกับทุกสิ่งทุกอย่างได้โดยไม่ต้องพยายาม
โดยไม่ต้องมีข้อผูกมัด ไม่ต้องใช้ความบีบคั้นกดดันเพื่อให้ได้มา
ไม่ต้องมีความคาดหวังใดๆ ไม่ต้องแลกเปลี่ยนเพื่อให้ได้มา
นี่คือความรักที่ไร้เงื่อนไขในการตั้งเอาและข้อเรียกร้องใดๆ
เป็นความรักที่จะทำให้เธอโอบกอดผู้อื่นได้โดยไม่ต้องพันธนาการ
เป็นความรักที่เธอให้แก่ผู้อื่นได้โดยไม่ต้องการความรักตอบแทน
เป็นความรักที่ปลดปล่อยทุกดวงจิตให้เป็นอิสระจากกันและกัน
เป็นความรักที่ปล่อยปล่อยทุกดวงจิตให้เป็นอิสระจากพันธนาการในตัวมันเอง
เพราะเธอและความรักนั้นคือหนึ่งเดียวกัน
คือความรักที่นอกเหนือเงื่อนไขความคับแคบทั้งปวง
...นิพพาน

No comments:

Post a Comment