Saturday, February 28, 2015

ทำไมทำบุญทำทานตั้งเยอะแต่ชีวิตยังไม่ดีขึ้น(หรือพ้นวิกฤติ)เลย?

คำถามนี้เป็นข้อสังเกตจากที่หลายๆคนพยายามทำบุญทำทานให้ชีวิตตัวเองดีขึ้น ให้พ้นวิกฤติ แต่ยิ่งทำก็ยิ่งไม่ได้แก้ไขอะไรให้ดีขึ้นเลย

หรือแบบที่เคยเห็นข่าวหน้าหนึ่ง ที่ดาราบางท่านมีเหตุให้ต้องล้มป่วยหนัก ก็เลยเดินสายทำบุญบ้าง ให้ลูกบวชบ้าง แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรดีขึ้น แล้วก็ต้องตายไปในที่สุด

จริงๆผมก็เคยเป็นแบบนี้เหมือนกัน คือชีวิตกำลังจวนตัวจะแย่อยู่แล้ว ก็เลยเร่งทำบุญทำทานตามที่หมอดูบอก แต่ทำๆไปก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย มันเป็นเพราะอะไร? เมื่อก่อนตัวผมเองหาคำตอบให้คำถามนี้ไม่ได้ แต่วันนี้จะมาตอบให้แบบชัดๆกันเลย

Tuesday, February 24, 2015

สังคมอบายภูมิ

ถ้าเราสามารถถ่ายภาพใจของแต่ละคนได้ ภาพน่าจะออกมาประมาณนี้
วันนี้ขอหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดถึงกันให้ชัดๆสักทีหนึ่งหลังจากพูดพาดพิงเรื่องนี้ในบทความหลายๆตอนที่ผ่านมา

โดยปกติธรรมดานั้น สังคมมนุษย์ สามารถตั้งอยู่ได้บนพื้นฐานที่อิงแอบธรรมชาติเป็นหลัก โดยมนุษย์ไม่ต้องลงมือทำงานมากนัก พืชอาหารทั้งหลายนั้นเดิบโตบนดิน กินดินแล้วแปลงเป็นอาหารให้มนุษย์และสัตว์เดรัจฉาน น้ำก็มาจากฝนที่ตกลงมาช่วยให้พืชสามารถเติบโตได้ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปเช่นนี้เป็นวัฏฏะ เป็นสังสารวัฏในภาพใหญ่โดยรวม สภาพธรรมชาติส่วนใหญ่จึงดูแลตัวมันเองได้ถ้าเราไม่เข้าไปแทรกแซง

วัฏฏะนั้นก็มีธรรมชาติที่ขับเคลื่อนไปเป็นวงจรซ้ำๆ หมุนเวียนเปลี่ยนไปตามธรรมชาติธรรมดาของมัน ไม่มีอะไรติดขัดข้องคา ไม่เชื่อไปสังเกตดูได้ ทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาลนี้ล้วนแล้วแต่เป็นวงจรซ้ำๆกันหมดโดยสภาพปกติของมัน

Friday, February 20, 2015

พุทธเกษตร

พุทธเกษตรมีส่วนคล้ายๆแบบนี้อยู่ แต่ให้ความรู้สึกที่สวยกว่านี้มาก
วันนี้มาเรื่องอจิณไตยกันหน่อย แล้วก็เหมือนเดิมนะครับ เขียนจากญาณวิถีล้วนๆ ไม่อิงตำราไหนในโลกนี้เลย

เรื่องราวนี้ไม่เคยเล่าผ่านสื่อมาก่อน มีเพียงไม่กี่คนที่ได้ฟังจากปากเท่านั้น

เมื่อกลางปี 2554 ผมได้นิมิตรไปเห็นสถานที่แห่งหนึ่ง ที่นั่นมีภูมิประเทศเป็นที่ราบกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา พื้นดินเต็มไปด้วยต้นข้าวเต็มไปหมด แทบไม่มีที่ว่างให้เห็นพื้นดิน มองไปไกลๆจะเห็นภูเขา สันฐานคล้ายภูเขาตะปูอยู่เรียงรายอยู่เป็นระยะๆ สวยงามมากราวกลับภาพเขียนพู่กันจีน สภาพแสง ณ เวลานั้น ไม่ใช่แดดแผดเผา แต่มันสว่างฟุ้งจ้าราวกับอยู่ในฝัน ขณะที่อากาศเย็นสบายกำลังพอดี

Wednesday, February 18, 2015

การขอขมากรรมและการประกาศสละชดใช้หนี้กรรมสำหรับกรรมเรื่องคู่ครอง

กรรมเรื่องคู่ครองนี้ สำหรับคนทั่วไปถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ในชีวิต ที่เราถูกครอบงำกันมานานผ่านสื่อบ้าง ผ่านคตินิยมที่ถ่ายทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษบ้าง ขนบธรรมเนียมประเพณีบ้าง จนกลายเป็นอุปาทานหมู่ในสังคมที่ครอบงำต่อๆกันมา ว่าต้องอย่างนั้นต้องอย่างนี้เป็นท่าบังคับ เรียกว่าทั้งชีวิตนี่กดดันก็เรื่องคู่นี่แหละ

เรื่องคู่ครองนี่ หากไม่มีกรรมจะต้องไปใช้เป็นคู่กับใครก็ดีอยู่แล้วครับ เพราะกรรมเรื่องคู่นั้นมักจะมีลักษณะที่ ติดพัน ผูกมัด และมีเงื่อนไขต่อกันตลอดเวลา เหนียวหนืดเหนียวแน่น กระทบกระทั่งโปรดกันยาก เพราะความเป็นคู่นี่มันบังกันเกือบหมดทุกเรื่อง (ยกเว้นที่เป็นคู่บุญบารมีก็จะดีขึ้นมาหน่อย แต่นึกดูนะครับว่าจะมีสักกี่คนที่ถูกรางวัลที่ 1)

Friday, February 13, 2015

ความรักที่ปราศจากเงื่อนไข

ทุกคนรู้จักความรักกันมาตั้งแต่เด็กๆ
บ้างก็ได้รับความรักเต็มที่ บ้างก็ไม่โชคดีขนาดนั้น
แต่ทุกคนล้วนแสวงหาความรักและการยอมรับจากใครสักคนหนึ่งเสมอ
เราจึงดิ้นรนไขว่คว้า ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ความรักนั้นมา
ทุกคนจึงเริ่มทำให้ตัวเองดูดี ทำให้ตัวเองดูมีคุณค่า
ทำให้ตัวเองมีสเน่ห์ ทำให้ตัวเองเป็นที่ต้องการ
ไม่ต่างอะไรกับสินค้าที่วางขายกันดาษดื่น
เพียงเพื่อให้ตัวเองสมหวังกับความรักในสักวันหนึ่งข้างหน้า

Tuesday, February 10, 2015

สัจธรรมข้างเปล ตอนที่ 6 ธรรมชาติของอุปาทาน

ตอนก่อนเราพูดกันถึงธรรมชาติของตัณหาไปแล้ว ทีนี้มาลงรายละเอียดเรื่องอุปาทานกันบ้าง ซึ่งอุปาทานนี่ก็สร้างปัญหาไม่เบาเหมือนกัน

อุปาทานนั้นแปลเป็นไทยได้ว่า ความยึดติด หรือความยึดมั่นถือมั่น ซึ่งเป็นธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสถึงเป็นครั้งสุดท้ายก่อนเสร็จปรินิพพานว่า "ธรรมทั้งหลายไม่ควรยึดมั่นถือมั่น" หมายความว่า ธรรมทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นกายเป็นจิต เป็นสรรพสิ่ง สรรพธาตุ สรรพธรรมทั้งหลาย ล้วนแล้วแต่ยึดไม่ได้ เพราะมันไม่ยึดกันอยู่แล้ว เป็นอิสระจากกันอยู่แล้ว มาสัมพันธ์กันแค่ชั่วคราวตามเหตุปัจจัยเท่านั้น ธรรมทั้งหลายจึงเป็นเพียงสิ่งที่เปลี่ยนแปลง เสื่อมไป ไม่มีตัวตนจริงทั้งนั้น

Saturday, February 7, 2015

ระบบนิเวศน์แห่งโลกธาตุ

คราวก่อนคุยถึงเรื่ององค์รวมของโลกธาตุไปแล้ว มาคราวนี้มาคุยกันเรื่องระบบนิเวศน์เชิงสมมติแห่งโลกธาตุกันดีกว่า เปิดโลกธาตุซะหน่อย ทุกคนจะได้กว้างขวาง ไม่มาจำกัดจำเขี่ยอยู่กับแค่ศาสนาตน หรืออัตตาของตัวเอง เพราะพระศาสนาโดยแท้จริงแล้วกว้างกว่าที่หลงเข้าใจผิดๆจนเกิดความขัดแย้งไปทั่วโลกมากมายนัก

บอกไว้ก่อนว่าบทความนี้จะไม่อ้างอิงตำราใดๆ เขียนขึ้นจากญาณวิถีล้วนๆนะครับ อ่านจบแล้วก็ไม่ต้องไปสนใจอะไรมาก

Tuesday, February 3, 2015

สัจธรรมจาก Facebook#61

หากความเหน็ดเหนื่อยทุกข์ทนทั้งหลายจากวิบากกรรมของตนเอง
จะเป็นเหตุให้เธอคับแคบและกลับมาตั้งเอากับสรรพสิ่งหรือผู้คน
เพื่อคืนทุนหรือเพื่อเป็นการชดเชยก็ตามที
จงรู้ไว้เถิดว่าเธอทั้งหลายกำลังสร้างภาระกรรมอย่างใหม่ขึ้นมา
เพื่อจะชดใช้มันอีกในอนาคต และจะเป็นอยู่อย่างนั้นซ้ำๆ โดยที่ไม่มีความหมายอะไรจริงเลย
ความเป็นไปของชีวิตสรรพสัตว์ทั้งหลายจึงเป็นเพียงความหลงงมอยู่กับการทำกรรมใช้กรรมบนความว่างเปล่าไร้แก่นสารแห่งธรรมด้วยลักษณาการอันวกวนเช่นนี้เอง