Tuesday, January 27, 2015

การขอขมากรรมและการประกาศสละชดใช้หนี้กรรมสำหรับกรรมเกี่ยวกับการทำงาน

ช่วงนี้จะเน้นไปที่การขอขมากรรมเยอะหน่อยก็แล้วกันนะครับ เพราะกรรมเยอะจริงๆ กรรมเยอะขนาดนี้ปัญญาที่จะพาจบก็ทำอะไรไม่ได้ ต้องคลี่คลายกรรมกันก่อน ไม่งั้นหน้ามืด

รอบนี้ถึงคิวของกรรมจับกังแล้วครับ กรรมสำหรับผู้ที่เป็นหนี้แรงงานหนี้แรงเงินทั้งหลาย


ลักษณะของกรรมประเภทนี้ก็ได้แก่ พวกที่ต้องทำงานหนักแต่ได้เงินน้อย  ทำงานไม่มีวันหยุด ทำงานแทบเป็นแทบตายแต่ไม่พอกิน หาเงินมาได้เท่าไหร่ก็หมด ทำงานเมื่อไหร่ ที่ไหนเป็นต้องโดนเอาเปรียบหรือโดนโกงอยู่เสมอ ทำงานแล้วเจ้านายไม่เห็นคุณค่า เจ้านายไม่รัก เราทำดีแต่สุดท้ายโดนถีบหัวส่ง ทำงานแล้วมีคนจ้องขโมยเครดิตอยู่เสมอๆ มีแต่คนมองข้ามหัวไปหมด แต่พอมีอะไรยากๆหนักๆก็ลงที่กูทุกเรื่อง(ฮา)

ทำงานก็มีแต่คนขัดแข้งขัดขา ใส่ร้ายป้ายสี โกหกหลอกลวง โดนกลั่นแกล้ง เตะถ่วง เกียร์ว่าง เกียร์ถอยหลัง ถอยทับ(ฮา) โดนจับผิดจับถูก เจอผักชีโรยหน้า เจองานหมกเม็ด มีแต่เรื่องบั่นทอนกำลังใจ ทำงานแล้วไม่มีใครสนับสนุนเกื้อหนุน ทำงานแล้วโดนหักหลัง แทงข้างหลัง โดนเหยียบหัวขึ้นที่สูง โดนประเมินผลอย่างไม่เป็นธรรม มรสุมการเมืองในที่ทำงาน มีแต่คนจ้องจะหาผลประโยชน์โดยมิชอบ การฉ้อฉลคอรัปชั่นในแวดวงการทำงาน เจอคนกินแรง เพื่อนร่วมงานไม่ให้ความร่วมมือ ทำงานไม่ค่อยประสานงาน มีแต่จะประสานงา หรือมีแต่เรื่องงี่เง่าคอยบั่นทอน มีแต่เรื่องกดดันบีบคั้น โอ้นี่มันสังคมมนุษย์หรืออบายภูมิกันแน่วะ(ฮา) พอเจอแบบนี้มากๆมันก็รู้สึกว่าชีวิตมันหมาไม่แดกน่ะนะ อันนี้รู้เพราะเคยเจอมาทุกรูปแบบ ผ่านมาหมดแล้ว จนไม่เอาแล้ว กุหลอน (ฮา) แต่เชื่อนะครับว่าคนที่กำลังโดนอะไรแบบนี้อยู่คงจะฮาไม่ออกแน่ๆ

จริงๆแล้วโลกมนุษย์นี่เขาให้อยู่กันฟรีๆนะครับ ดินก็ฟรี น้ำก็ฟรี อากาศก็ฟรี พืชพรรณต่างๆก็เกิดขึ้นมาเองให้กินกันฟรีๆ โลกไม่เคยคิดเงินเรา แต่มนุษย์ขี้เหม็นนี้ดันมาคิดเงินกันเอง กดดันกันเอง กดขี่กันเอง จากที่น่าจะอยู่กันอย่างเอื้อเฟื้อเกื้อกูล อยู่กันแบบสบายๆไม่อะไรกับอะไร ลั้นลากันไป มันก็ดันมาคิดเล็กคิดน้อย คิดเงิน จองเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ตั้งเอากับการอยู่และการเบียดเบียน จนคับแคบกันไปหมดทั้งโลก บีบคั้นกันจนหน้าเขียว จากที่ควรจะอยู่กันฟรีๆ ก็เลยไม่ฟรีเสียแล้ว เอาน้ำ เอาดิน เอาอากาศของโลกมาขายกิน บวกหัวคิว บวกกำไรกันไม่รู้กี่เท่า สร้างเวรสร้างกรรมกับเพื่อนร่วมโลก แถมยังมาสนตะพายกินแรงกันอีก มันไม่ใช่อะไรอื่นเลยนอกจากกรรม

ในยุคสมัยที่มนุษย์เราอยู่กันโดยธรรมนั้น ไม่มีใครที่ต้องไปทำงานรับจ้างอะไรนะครับ พืชพรรณขึ้นเอง เก็บกินกันได้ง่ายๆอุดมสมบูรณ์ อยู่กันแบบไม่ต้องบีบคั้น สายลมแสงแดดกันไป แต่พอกรรมในการเบียดเบียนเยอะขึ้น หันมาอยู่กันโดยกรรม พืชพรรณก็เกิดเองยากขึ้น ต้องลงมือลงแรงปลูกเอาตรากตรำหน้าดำคร่ำเครียดอีก สุดท้ายก็เลยต้องตะกายหนีความลำบากด้วยการจับคนอื่นมารองรับความลำบากของตนเสียเลย

บทขอขมากรรมนี้สามารถนำไปใช้ได้กับทุกคนนะครับ ไม่ว่าจะลูกจ้างหรือนายจ้าง แล้วก็ให้ระลึกไว้เสมอว่า ยังไงเสียเราก็อยู่บนโลกใบเดียวกันนี้ ไม่ว่าจะเกลียดกันหรือรักกันก็ตาม ดังนั้นก็อย่าทำให้มันเป็นนรกด้วยความเบียดเบียนกันและกัน เอารัดเอาเปรียบกันจนเกินไป ไม่อย่างนั้น เดี๋ยวตอนกลับมาใช้กรรมที่เคยกระทำคนอื่นไว้มันจะอ่วมอรทัย จะไปมุบมิบแอบทำกรรม สุดท้ายมันก็ตามไปให้ผลอยู่ดี

แล้วก็เตือนเหมือนเดิมนะครับ อย่าขอขมากรรมด้วยตัณหาความอยากให้มันดี ขอขมากรรมก็ให้มาจากสำนึกจริงๆ เป็นไปด้วยการสละละวางจริงๆ ยอมน่ะเข้าใจไหม ยอมให้หมดใจเลย กรรมจะได้คลี่คลาย

บทขอขมากรรมและการประกาศสละชดใช้หนี้กรรมสำหรับกรรมเกี่ยวกับการทำงาน

นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

ขอนอบน้อมองค์มหาบารมี ทุกพระองค์ทรงเป็นประธาน

กรรมใดๆที่หมู่เหล่าข้าพเจ้าทั้งหลาย และบริวารที่พ่วงพันกันมาทั้งหลาย ได้เคยเบียดเบียนผู้อื่น ในกิจการงานทั้งหลาย กรรมที่เคยเอารัดเอาเปรียบผู้อื่นทางด้านแรงงานหรือค่าจ้าง การค้ากำไรจนเกินควร การใช้แรงงานผู้อื่นหนักจนเกินความจำเป็น บีบคั้นกดดัน บังคับฝืนใจ หรือใช้กำลังข่มขู่ ให้ต้องตกเป็นทาสหรือข้ารับใช้โดยไม่เต็มใจ

กรรมที่เคยตัดสินหรือประเมินผู้อื่นโดยไม่เป็นธรรม กรรมที่เคยใช้อคติหรือความลำเอียงต่อผู้อื่น กรรมที่เคยเพิกเฉยเมินเฉยต่อปัญหา และการร้องขอความช่วยเหลือของผู้อื่น กรรมที่เคยกีดกันขัดขวาง หน่วงเหนี่ยวความเจริญก้าวหน้า หรือตัดโอกาสของผู้อื่น กรรมที่เคยกลั่นแกล้ง หรือเหยียบย่ำซ้ำเติมผู้อื่น กรรมที่เคยอิจฉาริษยา พยาบาทอาฆาตจองเวรผู้อื่น

กรรมที่เคยถือทิฏฐิมานะต่อกันและกัน กรรมที่เคยสร้างความขัดแย้ง การโต้เถียงทะเลาะเบาะแว้ง กินแหนงแคลงใจ ผิดใจไม่ลงรอยกันให้เกิดในหมู่คณะ กรรมที่เคยต่อว่าด่าทอกันทั้งหลาย กรรมที่เคยขับเคี่ยวแข่งขันเอาชนะ ทั้งที่เป็นธรรมหรือไม่เป็นธรรมทั้งหลาย การโต้ตอบกันและกันด้วยความรุนแรง ทำร้ายทำลายกันทั้งทางกาย วาจา ใจทั้งหลาย

กรรมที่เคยหักหลังผู้อื่น ทุจริตคดโกงผู้อื่น ฉ้อฉลเอาทรัพย์สินหรือแรงงานผู้อื่นโดยมิชอบ โกหกหลอกลวง ใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่น กรรมที่เคยนินทาว่าร้าย กรรมที่เคยหลงเคร่งเครียดจริงจัง จับผิดจับถูกผู้อื่น หลอกใช้งานผู้อื่น กรรมที่เคยพูดโปรยประโยชน์ ให้ความหวังแก่ผู้อื่น หรือปกปิดความเป็นจริง เพื่อเอาประโยชน์เข้าตัวเองโดยมิชอบ ฉกฉวยประโยชน์ที่ผู้อื่นควรได้รับเอามาเป็นของตน กรรมที่เคยติฉินนินทาว่าร้ายผู้อื่น กรรมในเชิงชู้สาว กรรมที่เคยละเมิด ยักยอก ลักขโมย หรือทำลายทรัพย์สินผู้อื่น

ข้าพเจ้าทั้งหลายและบริวารที่พ่วงพันกันมาทั้งหลาย ได้สำนึกผิดแล้ว ขอให้องค์มหาบารมีทั้งหลาย ทรงได้โปรดยกโทษและอโหสิกรรม ต่อกรรมทั้งหลายเหล่านี้ ขอให้กรรมทั้งหลาย พึงเป็นอโหสิกรรม นับตั้งแต่กาลบัดนี้เป็นต้นไป

และข้าพเจ้าทั้งหลายตลอดจนถึงบริวารที่พ่วงพันกันมาทั้งหลาย ขอให้อโหสิกรรมต่อกรรมทั้งหมดทั้งมวล ต่อกรรมทั้งหลาย ที่ผู้อื่นได้กระทำต่อข้าพเจ้าทั้งหลายเอาไว้ นับตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน ขอให้กรรมทั้งหลาย จงเป็นอโหสิกรรม ณ กาลบัดนี้เทอญ

และข้าพเจ้าทั้งหลายตลอดจนถึงบริวารที่พ่วงพันกันมาทั้งหลาย ขอประกาศสละ ประกาศถอน ความหลงตั้งเอา ความหลงยึดติด ในผู้คนทั้งหลาย ในสรรพสิ่งทั้งหลาย ในทรัพย์สิน ทรัพย์สมบัติทั้งหลาย ในทิฏฐิมานะ ในปัญญา ในตำแหน่งหน้าที่ทั้งหลาย ในการเอาชนะคะคานกันทั้งหลาย ในอำนาจวาสนาบารมีทั้งหลาย ในลาภยศชื่อเสียงทั้งหลาย ในความหลงหมกมุ่นมัวเมาทั้งหลาย ในจริตราคะ ในกามสุขทั้งหลาย ในทิฏฐิมานะ ในความพยาบาทอาฆาต จองเวรจองกรรมทั้งหลาย

ขอประกาศสละ ชดใช้หนี้เวรหนี้กรรมทั้งหลาย ด้วยอธิวาสนาบารมี ที่มีต่อพระสัจธรรม ที่มีต่อองค์มหาบารมีทั้งหลาย
ขอชดเชยชดใช้ ด้วยการตรงต่อสัจธรรม ด้วยการบวช ด้วยการสละ ด้วยการเกื้อกูล ต่อพระศาสนา และการโปรดสัตว์ทั้งหลาย

ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย และสรรพสัตว์ทั้งหลาย ในทุกหมู่ทุกเหล่า ทุกชั้นทุกภูมิ จงได้มีส่วนในการโปรดสัตว์ ตามองค์มหาบารมี โดยทั่วกัน ไปตลอดกาลนานเทอญ

อโหสิ อโหสิ อโหสิ

ส่วนขอขมากรรมกันในหมู่คณะ(สำหรับผู้นำขอขมา กล่าวในหมู่คณะ)

และกรรมใดๆที่หมู่เหล่าข้าพเจ้าทั้งหลาย ได้เคยกระทำซึ่งกันและกันมาในทุกภพทุกชาติ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จนก่อให้เกิดความติดขัดข้องคา กินแหนงแคลงใจกัน ไม่ลงรอยกัน ทะเลาะเบาะแว้งซึ่งกันและกันในหมู่คณะ เป็นเหตุให้อยู่ร่วมกันด้วยความยากลำบาก เป็นเหตุให้เกิดความแตกแยกทั้งหลาย  ความพยาบาทอาฆาตจองเวรกันมาในทุกภพทุกชาติ ขอให้กรรมทั้งหลายพึงเป็นอโหสิกรรมร่วมกัน นับตั้งแต่กาลบัดนี้เป็นต้นไปเทอญ

(กล่าวขึ้นพร้อมๆกัน)
อโหสิ อโหสิ อโหสิ
โส

No comments:

Post a Comment