Friday, November 14, 2014

การขอขมากรรม การประกาศสละ และประกาศชดใช้หนี้กรรมในการขัดขวางซ้ำเติมผู้อื่น

ว่าจะเขียนเรื่องนี้มาตั้งนานแล้วก็ยังไม่ได้เขียนสักที เพราะกรรมในลักษณะที่ขัดขวางผู้อื่นจนกลายเป็นอุปสรรคขัดขวางปิดกั้นปิดบังเหล่านี้ มีทั้งที่เกิดขึ้นโดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวกับผู้คนทั้งหลาย แม้มีมากเหลือเกินในยุคปัจจุบัน

ยกตัวอย่างเช่น เวลามีคนรู้จักจะให้เงินขอทาน เราก็รีบห้ามด้วยความหวังดี เพราะดูเหมือนเป็นขอทานปลอม(ขนาดขอทานยังปลอมคิดดูน่ะ) แล้วแนะนำให้เอาไปทำบุญอย่างอื่นดีกว่า อันนี้ว่าด้วยการใช้ปัญญาเปรียบเทียบในการทำบุญจนกลายเป็นการสร้างอุปสรรคขัดขวางบุญกรรมของผู้อื่นขึ้นมา ไม่ว่าผู้นั้นจะสมควรได้รับบุญนั้นๆหรือไม่ก็ตาม จนเกิดความติดขัดข้องคา ซึ่งเราไม่สมควรที่จะไปตัดสินการสร้างบุญบารมีของผู้อื่นแม้แต่น้อย หรือบางคนขี้เกรงใจ มีคนจะเลี้ยงข้าว ให้เงิน หรือให้สิ่งของก็แล้วแต่ ก็ไปห้ามเขา หรือพยายามจะไม่รับเพราะเกรงใจ แบบนี้ก็กลายเป็นกรรมในการขัดขวางอีกโดยไม่รู้ตัว

อย่างเมื่อก่อน ผมเองได้ทำกรรมในลักษณะนี้เป็นประจำ เพราะญาติๆเขาทำกันต่อๆมา มันกลายเป็นความเคยชินที่ต้องแสดงความเกรงอกเกรงใจเอาไว้ก่อน คือ ชอบปฏิเสธที่จะรับของที่คนอื่นให้ นัยว่าแสดงมารยาทความเกรงอกเกรงใจ ขนาดแม่ผมจะทำกับข้าวให้ผมกินตอนไปเยี่ยมแกที่บ้าน หลายๆครั้งผมก็ได้ห้ามเอาไว้ กลัวแกเหนื่อย พอมานึกดูอีกทีในภายหลังก็เลยพบว่า นี่เราไปขัดขวางการสร้างบุญบารมี และการได้มีส่วนในพระสัจธรรม การโปรดสัตว์ตรงๆเลย

เมื่อผมเข้าใจเนื้อหาตรงนี้ ตอนนี้ใครจะให้อะไรมาผมจะรับหมด ไม่ขัดขวางแล้ว ให้ทุกคนได้มีส่วนโดยทั่วกัน แม้คนที่ให้จะไม่ค่อยมีก็ต้องรับ แล้วเดี๋ยวบุญบารมีนั้นจะสะท้อนกลับไปให้เขาเองในรูปแบบอื่น

มีเหตุการณ์หนึ่งเมื่อประมาณต้นตุลาคมปี 56 ที่ผมไปวัดวัดร่มโพธิธรรม 3 วัน ระหว่างที่หลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะพาผมและคณะพระ แม่ชีและฆราวาสไปโปรดจิตญาณที่ภูทับเบิก ผมได้ถวายปัจจัยทำบุญกับท่านไป 500 บาท สมทบกับญาติธรรมที่ฝากไปอีก 1 พันบาท ท่านก็ชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะรับปัจจัยที่ผมถวายท่าน จุดนี้ล่ะครับที่ทำให้ผมเข้าใจเรื่องนี้ แม้ผมจะไม่ค่อยมีเงินก็ตาม คือมีแค่พอดีใช้ ขยับตัวไปทำอย่างอื่นก็ไม่ค่อยถนัด แต่เมื่ออยากจะทำบุญ ผมก็ทำแบบไปไม่คิดอะไร เพราะนานๆไปวัดสักทีหนึ่ง

ที่หลวงพ่อท่านไม่ห้ามหรือปฏิเสธปัจจัยที่ผมถวาย(แม้ผมจะมีส่วนในพระสัจธรรมมากแล้วในการเผยแพร่ก็ตาม) ก็เพราะมันจะกลายเป็นกรรมในการปิดกั้นปิดบังผู้อื่นในการทำบุญสร้างบารมีและไปปิดกั้นปิดบังการมีส่วนในการโปรดสัตว์ในภายหลัง  สุดท้ายปัจจัยทำบุญส่วนนั้นก็สะท้อนกลับมาในรูปแบบอื่นโดยไม่คาดหวังเอง

ส่วนกรรมที่ก่อให้เกิดอุปสรรคขัดขวางในกิจการงานต่างๆ มักจะมีสาเหตุต้นๆมาจากการแข่งขันขับเคี่ยวเอาแพ้เอาชนะ ความอิจฉาริษยา ความเกลียดชัง จนต้องใช้วิธีสกปรกในการตัดกำลังคู่กรณี ใช้วิธีการต่างๆนานาในการบีบคั้น ต้อนให้จนมุม ตัดโอกาส กลั่นแกล้ง ดูถูกเหยียดหยาม ใส่ร้ายป้ายสี ใส่ความ บิดเบือน ทำลายชื่อเสียงเกียรติยศ ไปจนถึงการเหยียบย่ำซ้ำเติมไม่ให้ได้ผุดได้เกิด และอีกลักษณะหนึ่งที่เป็นกรรมรุนแรง ก็คือกรรมที่เคยขัดขวางการโปรดสัตว์ขององค์มหาบารมีทั้งหลาย กรรมในลักษณะนี้เวลาให้ผลจะรุนแรงมาก เพราะดันไปก่อกรรมกับเนื้อนาบุญที่มีบารมีมากๆนั่นเอง

เด็กบางคนเกิดมาก็มีแต่คนพูดจาดูถูกเหยียดหยาม เหยียบย่ำซ้ำเติม หรือพูดตัดกำลังใจ หรือเจอพูดห้าม พูดกีดกันตลอด จนเก็บกด ก็สามารถใช้บทขอขมากรรมนี้ได้ในการคลี่คลายกรรมได้เช่นกัน

ใครก็ตามมีอุปสรรคในชีวิตเยอะๆ ไม่ว่าจะทำอะไรก็เกิดอุปสรรคเต็มไปหมด ไม่รู้มาจากไหน มีคนดูถูกดูแคลน กลั่นแกล้ง ประนามหยามเหยียด ถูกบีบคั้นในทุกทาง ไม่ให้ความช่วยเหลือแถมยังมาซ้ำเติมอีก อันนี้ก็ต้องขอขมากรรมประกาศชดใช้หนี้กรรมไป อุปสรรคขัดขวางทั้งหลายก็จะค่อยๆคลี่คลายไปเอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ควรจะประกาศสละประกาศถอนตัวตั้งเอาในสิ่งต่างๆทั้งหลายไปด้วย เพราะถ้าไม่ประกาศสละตัวหลงตั้งเอาที่ว่านี้ พอขอขมากรรมจนอุปสรรคคลี่คลายแล้ว กิจต่างๆเริ่มเดินหน้าไปโลดแล้ว ก็อาจจะทำให้หลงไปสร้างกรรมใหม่ด้วยความฮึกเหิมลืมตัว จนเข้าสู่วงจรในการก่อกรรมปิดกั้นปิดบังรอบใหม่อีก ดังนั้นจึงต้องให้ประกาศสละความหลงตั้งลงเอาบ้าง เพื่อให้อะไรๆมันสมดุลโดยตัวมันเอง ไม่ใช่ขอขมากรรมเสร็จแล้วพุ่งไปก่อกรรมทำเข็ญอีก แบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องนะครับ องค์มหาบารมีประทานการขออโหสิกรรมไว้เพื่อที่จะลดกรรมให้สัตว์โลก ไม่ใช่เอาไว้ส่งเสริมการสร้างกรรมใหม่อีก เอาไปมากก็ต้องใช้คืนมากนะครับบอกไว้ก่อน

ดังนั้นเวลามีใครให้อะไรเรา ก็ไม่ต้องปฏิเสธนะครับ ถ้ารู้สึกห่วงที่เขาให้ทั้งๆที่ไม่มี ก็ให้รับไว้ก่อน แล้วค่อยให้เขาคืนในภายหลังก็ได้ แบบนี้จะไม่เป็นการขัดขวางบุญบารมีใครครับ จะเป็นการโปรดกันและกันแทน ส่วนกรรมที่เคยขัดขวางในอดีตก็ให้มันแล้วไป ไม่ต้องไปตอกย้ำซ้ำเติมตัวเองอีก แต่ให้ขอขมากรรมและประกาศสละชดใช้หนี้กรรมไปเรื่อยๆ เดี๋ยวกรรมที่ขัดขวางมันก็จะเบาบางลงเองครับ

บทขอขมากรรม การประกาศสละ และประกาศชดใช้หนี้กรรมในการขัดขวางซ้ำเติมผู้อื่น

ขอนอบน้อมองค์มหาบารมี ทุกพระองค์ทรงเป็นประธาน

กรรมใดๆ ที่หมู่เหล่าข้าพเจ้าทั้งหลาย ได้เคยฉุดรั้ง ปิดกั้นปิดบัง ขัดขวาง ห้ามปราม การสร้างบุญบารมีของผู้อื่น การทำบุญทำกุศลของผู้อื่น การให้การสละของผู้อื่น การบวชของผู้อื่น

กรรมที่เคยขัดขวาง หรือ บ่อนทำลาย กิจการงานของผู้อื่น ไม่ว่าจะทางโลกก็ดี หรือทางธรรมก็ดี ไม่ว่าจะทางตรง หรือทางอ้อมก็ดี

กรรมในการแข่งขัน ขับเคี่ยวเอาแพ้เอาชนะทั้งหลาย กรรมในการอิจฉาริษยา ไม่ต้องการให้คนอื่นดีกว่าตน จนก่อให้เกิดการกลั่นแกล้ง ใส่ร้ายป้ายสี ใส่ความ โกหกหลอกลวงผู้อื่น บิดเบือนความเป็นจริง สร้างความไม่เป็นธรรม เพื่อผลประโยชน์แห่งตน หรือเพื่อขัดขวางผู้อื่น จากผลประโยชน์ หรือบุญบารมีที่ควรได้รับ

กรรมที่เคยทำร้ายทำลายผู้อื่น ทั้งทางตรงและทางอ้อม ทั้งทางกาย ทางวาจา และทางใจทั้งหลาย

กรรมที่เคยบีบคั้น เอารัดเอาเปรียบ ในการใช้แรงงานผู้อื่น จนเกินความเหมาะสมพอดี จนกลายเป็นหนี้แรงงาน

กรรมที่เคยเพิกเฉยเมินเฉย ต่อการร้องขอความช่วยเหลือของผู้อื่น จนกลายเป็นความติดขัดข้องคาในทุกข์ทั้งหลาย

กรรมที่เคยใช้อธิวาสนาบารมี ในทางที่ผิด เป็นไปเพื่อผลประโยชน์แห่งตน โดยมิชอบ ใช้อำนาจบาตรใหญ่ ใช้อิทธิพลแห่งตน ใช้พวกพ้องบริวาร ลูกหลาน ญาติสนิท มิตรสหาย หรือกระทำการ ด้วยตนเองก็ตาม ในการขัดขวางผู้อื่น กีดกันผู้อื่น ขับไล่ไสส่งผู้อื่น ตัดโอกาส บีบคั้นกดดัน บีบบังคับขู่เข็ญผู้อื่น ทำลายชื่อเสียงเกียรติยศผู้อื่น ทำลายความน่าเชื่อถือของผู้อื่น ทำลายหนทางของผู้อื่น สร้างเงื่อนไขการเอารัดเอาเปรียบผู้อื่น หรือฉ้อฉลเอาผลประโยชน์ที่ผู้อื่นควรจะได้รับ แล้วยึดเอาผลประโยชน์นั้น มาเป็นของตนโดยมิชอบ

กรรมที่เคยประนามหยามเหยียด ดูหมิ่นดูแคลน กลั่นแกล้งผู้อื่น เหยียบย่ำซ้ำเติม ทับถมผู้อื่น ด่าทอสาปแช่งผู้อื่น อาฆาตมาดร้ายผู้อื่น

กรรมที่เคยขัดขวาง ปิดกั้นปิดบัง ห้ามปราม ใส่ร้ายป้ายสี ต่อการโปรดสรรพสัตว์ทั้งหลาย การเผยแพร่พระสัจธรรมทั้งหลาย ขององค์มหาบารมี ของผู้โปรดสัตว์ทั้งหลาย ของคุรุครูบาอาจารย์ทั้งหลาย ตลอดจนถึงการขัดขวาง ฉุดรั้งหน่วงเหนี่ยว ความคลี่คลายสว่างไสว ของบุคคลอื่นทั้งหลาย ในพระสัจธรรม

ข้าพเจ้าทั้งหลาย สำนึกผิดแล้ว ขอให้องค์มหาบารมีทั้งหลาย ทรงได้โปรดยกโทษ อโหสิกรรม ทั้งหลายทั้งปวง ขอให้กรรมทั้งหลาย พึงเป็นอโหสิกรรม นับตั้งแต่กาลบัดนี้เป็นต้นไป

และข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอประกาศสละ ประกาศถอน ความหลงตั้งเอาทั้งหลาย ความหลงยึดติดทั้งหลาย ในผู้คนทั้งหลาย ในสรรพสิ่งทั้งหลาย ในอำนาจวาสนา ในบุญบารมีทั้งหลาย ในทิฏฐิมานะทั้งหลาย ในความเห่อเหิมอหังการทั้งหลาย ในความหลงงมงายทั้งหลาย ในความหมกมุ่นมัวเมาทั้งหลาย ในกิเลสตัณหาอุปาทานทั้งหลาย ทั้งทางโลกและทางธรรม ในคำสาปแช่งทั้งหลาย ในความพยาบาทอาฆาตทั้งหลาย ในการจองเวรจองกรรมทั้งหลาย ในความผูกใจเจ็บทั้งหลาย ในความโลภโมโทสันทั้งหลาย ในความโกรธเคืองคับแค้นใจทั้งหลาย

ขอชดเชยชดใช้ ในหนี้เวรหนี้กรรมทั้งหลาย ด้วยอธิวาสนาบารมี ที่มีต่อพระสัจธรรม ด้วยการบวช ด้วยการสละ ด้วยการเกื้อกูล ต่อพระศาสนา และการโปรดสรรพสัตว์ทั้งหลาย ตามองค์มหาบารมี ตามผู้โปรดสรรพสัตว์ทั้งหลาย ไปตลอดกาล

และขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย หมู่เหล่าสรรพสัตว์ทั้งหลาย จงได้มีส่วนในอธิวาสนาบารมี และการโปรดสรรพสัตว์ โดยทั่วกัน ไปตลอดกาลนานเทอญ

อโหสิ อโหสิ อโหสิ

DOWNLOAD บทขอขมากรรม(รวมทั้งหมด)

No comments:

Post a Comment