Wednesday, October 29, 2014

การโปรดจิตญาณตกค้างในพื้นที่อาถรรพ์

สถานที่เกิดอุบัติเหตุล้วนมีจิตญาณตกค้างอยู่ทั้งนั้น
อุตส่าห์นั่งดูหนังผีสุดสยองไปเรื่องนึงตอนกลางดึกก่อนจะมาเขียนบทความนี้ นัยว่า build อารมณ์นิดหน่อย แต่ดันสยองเกิน เล่นเอากลัวขี้หดตดหายเลย หมดกัน ฮา

ที่ผ่านมาเราคงจะเคยได้ยินเรื่องบ้านผีสิง ห้องผีเฮี้ยน สมบัติผี อาถรรพ์ผีดุในสถานที่ต่างๆกันมาแล้วมากมาย ไม่มากก็น้อย บ้างก็เชื่อ บ้างก็ไม่เชื่อ แต่ในความเป็นจริงแล้วมันมีทุกที่ล่ะครับ พวกจิตญาณ สัมภเวสี หรือแม้แต่ผีปู่ย่าตายายที่ตายแล้วไม่ไปเกิด ได้แต่วนเวียนอยู่กับบ้านบ้าง อยู่กับสมบัติจนกลายเป็นปู่โสมเฝ้าทรัพย์บ้าง แขวนคอตายหรือฆ่าตัวตายตามที่ต่างๆบ้าง เกิดอุบัติเหตุตายฉับพลันกลางถนนบ้าง ตายในห้องผ่าตัดบ้าง เด็กที่ตายจากการทำแท้งบ้าง ตายโหงตามโค้งอันตรายบ้าง


ซึ่งการตกค้างอยู่ในพื้นที่ของเหล่าจิตญาณเช่นนี้ ก็เกิดจากความยึดติด หรือจมจ่อมหมกมุ่นในอะไรสักอย่าง นับตั้งแต่ บ้าน ทรัพย์สิน ผู้คน สิ่งของ ความอาฆาตแค้นชิงชัง ความรักความผูกพัน ความเศร้าโศกเสียใจ ฯลฯ เมื่อจิตของคนตายนั้นยังยึดกับสิ่งไหนมากๆ ตอนตายลงจิตหลังตายก็จะไปเกิดกับสิ่งนั้น เฝ้าสิ่งนั้น หรืออย่างคนที่ตายในสนามรบที่ยังสู้รบที่ติดพัน ขนาดตายแล้วยังรบราฆ่าฟันกันอยู่อย่างนั้น หรือบางดวงจิตที่เกิดจากการฆ่าตัวตาย ก็จะฆ่าตัวตายซ้ำๆอยู่อย่างนั้นโดยไม่รู้ตัว ณ พื้นที่นั้นๆไม่ไปไหนจนกว่าจะใช้กรรมตรงนั้นหมดหรือมีการโปรดเกิดขึ้น เราจึงมักจะได้ยินตำนานผีในที่ต่างๆ สิ่งของต่างๆมากมาย ซึ่งผมเองยังไม่เคยเจอกับตัวจังๆ เจอแบบแวบๆก็พอจะมี แต่ก็คงจะไม่อยากเจอถ้าไม่จำเป็นต้องโปรด(ฮา)

และความที่ยึดติดกับอะไรบางสิ่งบางอย่างด้วยความเหนียวแน่นนี่ล่ะที่ทำให้จิตญาณกลุ่มนี้ค่อนข้างมืด หมกมุ่น มัวเมา จนกลายร่างเป็นอสุรกายน่าตาน่าหวาดกลัวอย่างที่มีผู้คนได้พบเห็นแล้วมาเล่าสู่กันฟัง แต่จิตญาณเหล่านี้เขาไม่ได้ร้ายอะไรนะครับ เพียงแต่เขาไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้ จนเกิดความคับแคบเคียดแค้นในตัวเองจนอาจจะทำให้จิตญาณตกค้างเหล่านี้โปรดยากสักหน่อย เพราะวิบากกับสิ่งต่างๆนั้น บางทีมันก็เยอะจนกลายเป็นเขตแดนพิเศษแห่งการใช้กรรม คือปิดกั้นปิดบังให้เหล่าจิตญาณทั้งหลายต้องวนเวียนใช้กรรมกันยาวนาน ทำให้ไม่มีกำลังที่จะออกจากสิ่งยึดติดนั้น ขนาดที่บางที่อุทิศบารมีให้ก็ยังรับไม่ค่อยได้เพราะวิบากปิดกั้นอยู่ก็มี

ส่วนวิธีที่มีคนเคยทำ คือเอาพระไปสวดและนำวิญญาณนั้นกลับบ้าน บางทีมันก็ได้ผล บางทีก็ไม่ได้ผลครับ เพราะวิบากกรรมที่มีต่อสถานที่นั้น สิ่งนั้นๆ หรืออารมณ์นั้นๆมันอาจจะเข้มข้นมากเสียจนกลายเป็นแรงดึงดูดให้ต้องติดอยู่ ณ ที่แห่งนั้น แล้วการนำวิญญาณกลับบ้านนี่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้นสักเท่าไหร่ เพราะเขาเหล่านั้นก็ยังไม่สามารถที่จะไปเกิดในภพภูมิอื่นได้ตามธรรมชาติ

และการตกค้างของจิตญาณเหล่านี้ ล้วนส่งผลให้มนุษย์ในภาคหยาบไม่มากก็น้อย เพราะจิตญาณเหล่านั้นก็ยังเป็นกลุ่มก้อนของพลังงานที่รวมเอาเวทนาและวิบากซึ่งสามารถจะส่งผลกระทบกับผู้คนในบริเวณนั้นได้อยู่ตลอดเวลา ตัวอย่างเช่น อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุในบริเวณนั้นได้ง่ายขึ้น

การช่วยเหลือที่ดีที่สุดในกรณีเช่นนี้ก็คือต้องอุทิศบุญให้ เพื่อที่เขาจะได้มีกำลังในการไปเกิดในภพภูมิปกติอีกครั้งหนึ่ง ไม่ใช่ติดคาอยู่ในพื้นที่อย่างนั้น

การช่วยเหลือจิตญาณตกค้างเหล่านี้ก็ต้องดูเป็นกรณีไปว่าตายแบบไหน ตายเพราะอะไร ไม่ว่าจะเป็นตายเพราะความเสียใจ ความน้อยใจ ความอาฆาตแค้น ความหมกมุ่นยึดติด ตายโดยไม่รู้ตัว ฯลฯ แล้วนำพาขอขมากรรม ประกาศสละประกาศถอน และประกาศชดใช้หนี้กรรมให้ตรงประเด็น ตรงจุด ที่สำคัญคือเราต้องหยาดน้ำอุทิศบารมีให้ด้วยเพื่อจะได้มีกำลังในการเปลี่ยนภูมิ แต่ถ้ากรรมหนักจริงๆอาจจะต้องทำบ่อยๆ ให้บ่อยๆ แล้วก็พาสละบวชไปเลย แต่ถ้าจะพาสละออกบวชก็ต้องเตรียมผ้าไตรจีวรไปให้เขาเป็นสัญญลักษณ์ในการออกบวชด้วย แล้วเราค่อยนำไปถวายพระสงฆ์ในภายหลัง

ในกรณีที่จิตญาณนั้นมีกระแสความอาฆาตพยาบาทรุนแรงมากจนมากระทบเรา ก็ให้กล่าวคำว่า โส ออกไปเพื่อแหวกกรรมวิบากนั้นก่อน เหมือนเป็นการให้พร แล้วก็กล่าวอโหสิให้บ่อยๆ เขาจะคลายออกจากความอาฆาตนั้นได้นิดนึง ทำให้เริ่มได้สติและน้อมตามได้ วิธีนี้ทำได้ทุกแห่งที่มีจิตญาณตกค้างนะครับ ไม่ว่าจะเป็นในโรงพยาบาล ในห้องผ่าตัด ในคุก ในแดนประหาร ในสถานที่ๆเกิดอุบัติเหตุมีคนตาย สถานที่ๆมีคนฆ่าตัวตายหรือถูกฆ่าตาย

ผมจะให้บทขอขมากรรมเอาไว้คร่าวๆนะครับ ตัดทอนหรือเพิ่มเติมได้ตามความเหมาะสมกับสถานการณ์ของพื้นที่และจิตญาณนั้นๆ แต่ที่สำคัญคือ อย่าลืมว่า นะโมฯก่อนสามจบ เพื่อให้น้อมสู่องค์คุณ และไตรสรณคม เพื่อเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวในเบื้องต้นก่อน แล้วค่อยพาขอขมากรรม

แล้วก็ไม่ต้องสงสัยนะครับว่า เขาเหล่านั้นจะเอาอธิวาสนาบารมีตรงไหนมาประกาศชดใช้ ก็นี่ไงครับ เราได้พาขอขมากรรม แค่นี้ก็มีส่วนในอธิวาสนาบารมีแล้ว ก็เอาอันนี้แหละให้เขาประกาศชดใช้หนี้กรรมอีกทีหนึ่ง

ส่วนเรื่องการสละออกบวชนั้น มันไม่ได้เกี่ยวกับรูปแบบใดๆที่เคยยึดถือกันในโลกมนุษย์อยู่แล้วครับ ไม่ต้องมีพิธีรีตองมาก ไม่ต้องแบ่งเพศและวัย ภพภูมิอื่นเขาก็สละบวชกันง่ายๆเพียงแค่พากล่าวประกาศสละบวชไม่กี่ประโยคเท่านั้นเอง อันนี้ว่ากันด้วยการบวชโดยเนื้อหาโลกุตระนะครับ

อันนี้ก็ให้ตัวช่วยเอาไว้ให้ทุกท่านได้ไปโปรดปลดปล่อยจิตญาณทั้งหลายให้ออกจากพื้นที่เสียเมื่อมีโอกาสผ่านไปในพื้นที่อาถรรพ์ต่างๆ

บทขอขมากรรม ประกาศสละ ชดใช้หนี้กรรมสำหรับจิตญาณที่ตกค้างในพื้นที่ต่างๆ

(บอกกล่าว) จิตญาณทั้งหลายทั้งที่อยู่ในบริเวณนี้ ให้น้อมขอขมากรรมโดยพร้อมเพรียงกัน

นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

ขอนอบน้อมองค์มหาบารมี ทุกพระองค์ทรงเป็นประธาน

กรรมใดๆที่หมู่เหล่าข้าพเจ้าทั้งหลาย ในทุกชั้นทุกภูมิ ทุกดวงจิตทุกดวงวิญญาณ
ได้เคยตอกย้ำ ในความอาฆาตพยาบาทจองเวรจองกรรมทั้งหลาย ในความสะใจทั้งหลาย
ได้เคยตอกย้ำในความโศกเศร้าเสียใจทั้งหลาย ความผิดหวังทั้งหลาย ความน้อยอกน้อยใจทั้งหลาย
ได้เคยตอกย้ำในความห่วงหวงทั้งหลาย ความหลงยึดติดทั้งหลาย ความหวงแหนทั้งหลาย ในผู้คนทั้งหลาย ในสรรพสิ่งทั้งหลาย ในอารมณ์ทั้งหลาย

กรรมที่เคยฆ่าตัวตาย และฆ่าชีวิตผู้อื่นให้ตายตกไปตามตน

กรรมที่ได้เคยเข่นฆ่าชีวิตผู้อื่น การทรมานผู้อื่นจนถึงแก่ความตายทั้งหลาย การวางยาพิษผู้อื่น การปิดล้อมวางเพลิงผู้อื่น ในอาชญกรรมทั้งหลาย ในการฆาตกรรมอำพรางทั้งหลาย ในการทะเลาะเบาะแว้งทั้งหลาย ในสงครามทั้งหลาย ในการประหารชีวิตทั้งหลาย
ในอุบัติเหตุจากความประมาทเลินเล่อทั้งหลาย กรรมที่เคยทำแท้งตัดชีวิตผู้อื่น
จนเป็นเหตุให้ต้องมาเสวยเวทนา เสวยวิบากกรรมทั้งหลายเหล่านั้น จนกลายเป็นจิตญาณเร่ร่อน ตกค้างอยู่ตามสถานที่ต่างๆ

ข้าพเจ้าทั้งหลาย ในทุกหมู่ทุกเหล่า ทกชั้นทุกภูมิ ได้สำนึกในกรรมทั้งหลายแล้ว ขอให้องค์มหาบารมีทั้งหลาย ทรงได้โปรดยกโทษ อโหสิกรรมทั้งหลายทั้งปวง ให้แก่หมู่เหล่าข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอให้กรรมทั้งหลายพึงเป็นอโหสิกรรม นับตั้งแต่กาลบัดนี้เป็นต้นไป

และข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอประกาศสละ ขอประกาศถอน ความหลงยึดติดทั้งหลาย ความห่วงหวงทั้งหลาย ความรักความหวงแหนทั้งหลาย ความพยาบาทอาฆาตจองเวรจองกรรมทั้งหลาย ความโลภทั้งหลาย ความเศร้าโศกเสียใจทั้งหลาย เพื่อไม่ให้เป็นความหลงยึดติดอีกต่อไป

ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอประกาศสละ ประกาศชดใช้หนี้เวรหนี้กรรมที่มีต่อเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย ด้วยอธิวาสนาบารมีที่มีต่อพระสัจธรรม ที่มีต่อองค์มหาบารมีทั้งหลาย ขอชดเชยชดใช้ด้วยการตรงต่อสัจธรรม ความไม่ยึดติดทั้งหลาย ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายจงได้มีส่วนในวาสนาบารมีนี้ไปตลอดกาล

อโหสิ อโหสิ อโหสิ

(พาประกาศสละบวช)
และด้วยผ้าไตรจีวรเหล่านี้ ขอให้องค์มหาบารมีทั้งหลายทรงเป็นประธาน ในการสละออกบวชแห่งข้าพเจ้าทั้งหลาย นับตั้งแต่กาลบัดนี้เป็นต้นไปเทอญ

และที่สำคัญนะครับ อย่าลืมหยาดน้ำด้วย หยาดด้วยน้ำขวด 1.5 ลิตร หรือ 500 ซีซีก็ได้ ก่อนเทน้ำก็กล่าวว่า(จำเป็นต้องพูดบอกนะครับ เพราะภูมิต่ำเขาจะได้รับสื่อได้) ให้จิตญาณทั้งหลายได้มีส่วนในบารมีนี้โดยทั่วกันในทุกชั้นทุกภูมิ แล้วก็เทน้ำแบบว่างๆโล่งๆไปเลยครับ แค่นี้ก็ได้รับบารมีแล้ว ถ้าพื้นที่ไหนกรรมหนักอย่างพื้นที่สนามรบก็หยาดเยอะๆหน่อย

No comments:

Post a Comment