Tuesday, September 30, 2014

กรรมจับผิดจับถูก

วันนี้จะมาว่ากันด้วยกรรมอีกลักษณะหนึ่งที่สร้างความกดดันให้กับโลกและสังสารวัฏอย่างมาก  กับทุกคนทุกที่ทุกเวลา นั่นก็คือ กรรมที่คอยไปจับผิดจับถูกผู้อื่น

การจับผิดจับถูกนั้นแม้จะทำเพื่อความถูกต้องแต่มันก็เป็นกรรม เพราะทุกครั้งที่เกิดการจับผิดจับถูกเกิดขึ้น มันก็คือการกระทำไปบนความหลงเข้าใจของตนว่าถูกว่าดี แต่คนอื่นเขาไม่เห็นดีเหมือนตน มันจึงเกิดความขัดแย้งกันไปทั่ว เกิดความกดดันกันไปทั่ว ไม่เชื่อลองถามตัวเองสิว่า ถ้าคุณทำงานอยู่ดีๆแล้วมีคนจ้องจับผิดจับถูกคุณ คุณจะทำงานได้ดีหรือไม่

Friday, September 26, 2014

การโปรดสัตว์ ตอนที่ 4 : การโปรดสัตว์โดยการล้างสมมติ

ปกติการโปรดสัตว์นั้น เป็นไปเพื่อนำพาสรรสัตว์หลุดพ้นจากความทุกข์ โดยที่จะไม่เข้าไปยุ่งกับสมมติทั้งหลายในโลก แต่หลายครั้งที่สรรพสัตว์เองก็ยังเห็นสมมติอันเป็นเหตุแห่งทุกข์เหล่านั้น เป็นที่พึ่งเป็นทางออกอยู่ ภายใต้อำนาจแห่งโมหะอวิชชาอย่างเหนียวแน่น ในกรณีนี้ "การล้างสมมติ(หรือเรียกว่า ทำลายสมมติ)" ก็จะเข้ามามีบทบาทในการโปรดสัตว์เป็นทางเลือกสุดท้าย เรียกว่ายังไงก็ได้รับการโปรดอยู่แล้วไม่ว่าจะด้วยไม้นวมหรือไม้หน้าสาม ฮา

Friday, September 19, 2014

สัจธรรมจาก Facebook#58

เห็นผู้คนทั้งหลายคร่ำเคร่งกับการทำงาน ต่อสู่้เพื่อเงินทอง ตัวตน ที่ยืนในสังคม เกียรติยศ ศักดิ์ศรี ชื่อเสียง อำนาจวาสนาบารมี ซึ่งสุดท้ายแล้วก็เพียงเพื่อที่จะได้ทำสิ่งที่ไร้สาระ เพื่อการผ่อนคลาย เพื่อความที่ไม่ต้องไปอะไรกับอะไร แต่ยิ่งมีสิ่งเหล่านี้มากเท่าไหร่ มันก็กลายเป็นกรงกักขังทุกคนเอาไว้ ขังตัวเองด้วยความคาดหวังจากคนรอบข้างและสังคม

Tuesday, September 16, 2014

สังขาร (การปรุงแต่ง) 101

วันนี้เรามาว่ากันด้วยเรื่อง สังขาร การปรุงแต่งดีกว่า จะได้เข้าใจว่า ไอ้ที่เข้าใจคำว่าการปรุงแต่งกันมาตลอดนี้ก็ยังไม่ชัดเจนทั้งหมดเสียทีเดียว เพราะถ้ารู้จักการปรุงแต่งจริงๆแล้ว ก็จะไม่ไปทำอะไรกับจิตอีกเลย ยกเว้นแต่จะยึดในทิฏฐิ อคติตน นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

สังขาร หรือการปรุงแต่งนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากโมหะอวิชชา หรือความหลงรู้ หลงไปรู้ โดยที่ไม่เข้าใจแจ้งในสัจธรรมว่าสิ่งทั้งหลายหรือแม้แต่การรู้ของตัวเองก็เป็นมายาการปรุงแต่งในการรู้(สักกายทิฏฐิ) ก็เลยหลงไปปรุงแต่งว่ามันเป็นนั่นเป็นนี่ แล้วก็เลยเถิดไปถึง วิญญาณ นามรูป ตัณหา อุปาทาน ภพ ชาติ ชรา มรณะ ฯลฯ ไปเรื่อยไม่รู้จบ นี่ก็เพราะโมหะอวิชชาตัวเดียว

Friday, September 12, 2014

เลิกซ่าน

จงหาเรื่องจากภาพนี้
เห็นเธอทั้งหลายชอบกันเหลือเกิน
อินกันเหลือเกินในเรื่องราวต่างๆบนโลกนี้
จะเรื่องดีๆก็อิน จะเรื่องร้ายๆก็อิน
อินจนก่อให้เกิดความซ่านไปเรื่อย
ซ่านจนได้เรื่อง ทุกข์บ้าง สุขบ้าง เศร้าบ้าง บ้าบ้าง
คับแค้นบ้าง หน้าแหกบ้าง โดนด่าบ้าง
แล้วเธอทั้งหลายก็นิยามมันว่ารสชาติของชีวิต แล้วก็ซ่านหาเรื่องต่อไป
แล้วเมื่อไหร่ที่เธอทั้งหลายจะเลิกซ่านไปทั่วเสียที
เพราะซ่านทีไรเป็นได้เรื่อง มีเรื่องทุกครั้งไป
ทุกข์ขึ้นมาก็เห็นร้องโอยโอยให้คนอื่นช่วยทุกที

Wednesday, September 10, 2014

ธรรมชาติของจิตมนุษย์ไหลลงต่ำจริงหรือ?

เคยได้ยินคำพูดนี้มานานแล้ว ไม่รู้ว่ามาจากครูบาอาจารย์ท่านไหน แล้วก็พูดต่อๆมาโดยไม่เข้าใจความเป็นจริง วันนี้ก็อธิบายลงรายละเอียดก็แล้วกันว่ามันเป็นยังไงมายังไงกันแน่ แล้วมันจริงหรือไม่

Friday, September 5, 2014

สัจธรรมข้างเปล ตอนที่ 2 ว่าด้วยเรื่องเด็กเลี้ยงยาก

ห่างจากตอนแรกปีกว่า กลับมาเขียนต่อดีกว่าครับ ในตอนนี้จะมาว่ากันด้วยเรื่องเด็กเลี้ยงยากกันหน่อย เพราะเห็นหลายคนปวดหัวกับการเลี้ยงลูกเหลือเกิน บางท่านก็รบกับลูกตลอดเวลา พูดยังไงก็ไม่ฟัง เด็กบางคนเลี้ยงไม่ยากหรอก แต่ดันไปติดที่กรรมของพ่อแม่ที่เคยมีต่อเด็ก คือพ่อแม่ยากซะเอง ทำให้ไปกดข่มเด็กจนเกินไป โดยที่พ่อแม่เองก็ไม่รู้ตัว แต่มันเป็นไปตามอำนาจกรรม ซึ่งทำให้เด็กบางคนเครียดจนถึงกับเสียผู้เสียคนไปเลยก็มี ทั้งหมดทั้งมวลก็ล้วนมีสาเหตุมาจากกรรมสัมพันธ์ของทุกฝ่ายร่วมกันทั้งนั้น

Tuesday, September 2, 2014

การโปรดสัตว์ ตอนที่ 3 : การโปรดโดยอานุภาพสัจธรรม

เมื่อสองตอนก่อนเราพูดถึงการโปรดด้วยการนำพาขอขมากรรมปลดล็อคกรรมที่ปิดบังสัจธรรม กับการโปรดด้วยการสะท้อนสัจธรรมกันไปแล้ว มาตอนนี้จะเป็นการโปรดอีกแบบหนึ่งที่ไม่ต้องอาศัยสมมติบัญญัติหรือวาจาใดๆในการโปรด เพราะเป็นการโปรดโดยอานุภาพของสัจธรรมพรือพระนิพพานนั่นเอง

การโปรดโดยอานุภาพนี้ปกติผู้โปรดสัตว์ที่ตรงต่อเนื้อหาแห่งอริยะแล้ว จะโปรดโดยอานุภาพแห่งสุญญตาไปอย่างอัตโนมัติพร้อมๆกับการโปรดในแบบรูปอื่นๆ หรือจะเรียกว่าโปรดสัตว์โดยพื้นฐานนิพพานอยู่แล้วก็ได้ คืออาศัยว่างเป็นเนื้อหาในการโปรด แต่ในกรณีที่สรรพสัตว์หมู่เหล่าใดก็ตามที่ยังถูกปิดกั้นปิดบังต่อสัจธรรมหรือยังติดอยู่ในเขตแดนพิเศษแห่งการใช้กรรม ไม่สามารถน้อมรับสัจธรรมได้ การโปรดโดยอานุภาพก็จะมีบทบาทมากขึ้นมาทันที เรียกว่าพูดก็ไม่ฟัง มัวแต่ก้มหน้าหมกมุ่นกับตัวเอง ก็ต้องใช้อานุภาพสัจธรรมในการโปรด แต่จะรับได้มากได้น้อย ก็ขึ้นอยู่กับว่ากรรมมันปิดบังมากแค่ไหน ถ้ากรรมปิดกั้นปิดบังมากๆ ก็จะใช้เวลานานมาก กว่าจะคลี่คลาย ต้องปล่อยให้ไปใช้วิบากก่อนจนกว่าจะเบาบางลง ถึงจะเปิดใจน้อมรับสัจธรรมได้มากขึ้น และโดยมากแล้วมักจะเปิดใจให้สัจธรรมก็ตอนทุกข์หนักๆจนอะไรก็ช่วยไม่ได้แล้วนั่นแหละ