Friday, August 1, 2014

ทำไมผู้โปรดสัตว์ยังเบียดเบียนกินเนื้อสัตว์อยู่?

คำถามที่ว่านี้เป็นทั้งคำกระแนะกระแหน คำค่อนขอด คำกระทบกระเทียบ ที่คนกินเจ คนกินมังสวิรัติทั้งหลายประเคนใส่กลุ่มลูกศิษย์วัดร่มโพธิธรรมอยู่บ่อยๆ แต่ก็ไม่มีใครตอบได้จะแจ้งสักที วันนี้ก็ขอเตะก้านคอ เอ๊ย อธิบายซะหน่อย ท่านทั้งหลายจะได้เข้าใจและเลิกประเคนความอยากดีของตัวเองให้คนอื่นเสียทีนะครับ

การโปรดสัตว์จริงๆนั้นไม่มีการเลือกชั้นภูมิหรือเลือกที่รักมักที่ชังนะครับ การโปรดเป็นไปได้ตั้งแต่ชั้นพรหม จนถึงสัตว์นรก โปรดไปตามวาระของแต่ละดวงจิตที่จะได้มาสัมผัสสัมพันธ์กับสัจธรรมและผู้โปรดในแต่ละวาระ

การกินเนื้อสัตว์เดรัจฉานก็เป็นการโปรดสัตว์ในลักษณะหนึ่ง แต่การโปรดในลักษณะนี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อผู้ที่กินเนื้อสัตว์เข้าไปนั้น เป็นผู้ที่ไม่ตั้งเอาต่อโลกต่อธรรม เป็นผู้เสียสละเกื้อกูลต่อโลกต่อสังสารวัฏ เข้าสู่เนื้อหาการโปรดสัตว์ ตรงต่อเนื้อหาสัจธรรม หรือนิพพาน กลายเป็นเนื้อนาบุญให้สัตว์โลกได้มีส่วนในการคลี่คลายจากทุกข์

แต่หากผู้ที่กินเนื้อสัตว์นั้น ยังเป็นไปด้วยความหลง ยังตั้งเอาในกายในใจตน ในธรรมแห่งตนอยู่ การกินเนื้อสัตว์ก็เรียกได้ว่าเป็นการเบียดเบียนอย่างหนึ่ง ก็เป็นการทำกรรมใช้กรรมไม่ต่างอะไรจากที่สัตว์ทำกันเอง

ในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าก็ยังทรงฉันท์เนื้อสัตว์บ้างตามวาระ พระองค์ท่านไม่ได้สั่งให้งดเว้นในทุกกรณี เพราะว่ายังมีสัตว์โลกจำนวนหนึ่งต้องใช้กรรมไปเกิดเป็นสัตว์ให้ฆ่าเพื่อกินเนื้อ วงจรกรรมในลักษณะนี้จะวนเวียนไปซ้ำๆจนกว่าจะหมด ตามแต่กรรมของสัตว์โลกในแต่ละยุคสมัย ซึ่งในบางยุคที่กรรมเบาบาง ผู้คนทั้งหลายก็จะกินแต่พืชผัก ธัญพืช ไม่กินเนื้อสัตว์เลย

แต่โดยเชื้อของโมหอวิชชาที่ครอบงำสรรพสัตว์ทั้งหลายอยู่นั้น วงจรนี้จะไม่หมดไปง่ายๆถ้าไม่มีการโปรดสัตว์กลุ่มนี้ เพราะในระหว่างที่ทำกรรมใช้กรรมอยู่นั้น ก็จะมีคนทำกรรมอีกด้วยความหลงตามๆกันไป สัตว์ที่ถูกฆ่าเอามาทำอาหารจึงไม่หมดไปเสียที จะไปเทศน์ให้สัตว์เดรัจฉานฟังก็ไม่ได้ เพราะมันฟังไม่รู้เรื่อง จะเทศน์ให้เนื้อหมูในเขียงหมูฟังเหรอ หรือจะรอให้ใช้กรรมหมดก่อนแล้วค่อยเกิดมาเป็นมนุษย์เพื่อฟังพระสัจธรรม อีกกี่ร้อยชาติล่ะ

ผู้โปรดสรรพสัตว์หรือองค์พุทธะทั้งหลาย ท่านมาเพื่อยุติกรรมให้กับสรรพสัตว์ หรือลดทอนอายุรกรรมของสรรพสัตว์ให้สั้นลง ไม่ใช่ปล่อยไปตามยถากรรม ถ้าเป็นแบบนั้นก็ไม่ต้องมีพระพุทธเจ้าก็ได้นะครับจริงไหม

ดังนั้นการโปรดสัตว์เดรัจฉานที่ถูกฆ่าเพื่อเอามาทำเป็นอาหาร เราก็กินเข้าไปครับ กินเข้าไปให้เขาได้มีส่วนในการสละ การเกื้อกูลกับพระศาสนา เป็นเนื้อนาบุญที่จะช่วยลดทอนอายุรกรรมของสัตว์เดรัจฉานเหล่านั้นให้สั้นลง ได้มีส่วนสัมพันธ์กับพระสัจธรรมไปด้วย แต่ไม่ได้กินด้วยความอยาก ความสะใจในรสชาติ แม้เขาจะตายด้วยเวทนาที่จัดจ้านก็ตามที แต่เมื่อได้มีส่วนในพระสัจธรรมไม่ว่าจะในมิติไหนก็ตาม เขาก็จะมีส่วนในการคลี่คลายและได้รับกำลังในการออกจากเวทนาออกจากกรรมตรงนั้นด้วยทันที จะมากจะน้อยก็ขึ้นอยู่กับกรรมที่เคยกระทำมาและวิบากที่เหลืออยู่

ซึ่งโดยธรรมชาติของสัตว์เดรัจฉานนั้น มีแต่เวทนา มีแต่ความคับแค้น เนื่องจากถูกกระทำอยู่ตลอด(เพราะกรรมที่เคยไปกระทำเบียดเบียนคนอื่น) ฟังสัจธรรมก็ไม่รู้เรื่องเพราะเวทนาและอายตนะถูกปิดบังด้วยลักษณะความเป็นเดรัจฉานจนหมด บื้อใบ้ใช้กรรมไปอย่างเดียว ซึ่งการถูกฆ่าตายเพื่อเป็นอาหารให้กับผู้คนทั้งหลาย มันก็เป็นลักษณะของกรรมที่ต้องชดใช้อยู่แล้ว จนกว่าจะหมด แต่เมื่อมาเจอกับผู้โปรดสรรพสัตว์เข้า ก็จะได้มีส่วนในสัจธรรมไปโดยอัตโนมัติ และภพชาติที่ต้องไปเกิดให้เขาฆ่าเพื่อชดใช้หนี้กรรมจะลดน้อยลงไปในทันที

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราจะไปชี้เป็นชี้ตายว่าเอาปลาตัวนั้นตัวนี้ไม่ได้นะครับ ปล่อยให้เป็นไปตามวาระ ไปกินอาหารร้านไหน สั่งอะไร เขาทำอะไรก็กินไปแบบไม่อะไรกับอะไร ซึ่งการกินเนื้อสัตว์นั้น เราจะได้รับวิบากและเวทนาจากเขามาส่วนหนึ่ง พอสะสมมากๆอาจจะทำให้เจ็บไข้ได้ป่วยไปด้วย เมื่อกินเข้าไปแล้ว ก็ต้องหยาดน้ำ และเอ่ยปากให้ทุกชีวิตจิตวิญญาณได้มีส่วนในการโปรดโดยทั่วกัน เขาก็จะมีส่วนในความคลี่คลายนั้นทันที และเราก็จะได้คลี่คลายวิบากกรรมซึ่งรับมาจากการกินเนื้อสัตว์ไปด้วยในตัว อันนี้คือการโปรดสัตว์ ซึ่งผู้โปรดสัตว์ทั้งหลายก็ไม่ได้ไปตั้งธงว่าจะกินเนื้อไปซะทุกมื้อเพื่อเป็นการโปรด บางมื้อเป็นเจ เป็นมังสวิรัติก็กินได้ไม่ขัดแย้งนะครับ เพียงแต่ปล่อยให้มันเป็นไปตามวาระการโปรดเองโดยอัตโนมัติ

การกินเจ กินมังสวิรัติ หากยังกินเพื่อเอาสุขภาพ เอาศีล เอาธรรม เอาบุญ เอาบารมีอยู่ มันก็ยังเป็นไปโดยเนื้อหาความเป็นสัตว์อยู่ คือยังวกวนดิ้นรนไปกับมายาแห่งธรรมทั้งหลายด้วยตัณหาอยู่ ยิ่งถ้ากินแล้วเอามายกตนข่มคนอื่นนี่ หรือข่มผู้โปรดสัตว์นี่ ลองถามตัวเองนะครับว่าใช่เนื้อหาสัจธรรมแล้วหรือ ใช่การโปรดสัตว์จริงๆแล้วหรือ

การโปรดสัตว์นั้น องค์มหาบารมีท่านไม่เลือกโปรดหรอกครับว่า กลุ่มนี้โปรด กลุ่มนั้นไม่โปรด ท่านโปรดหมดทุกกลุ่ม เพียงแต่วิธีการนั้นแตกต่างกันไป บางทีก็นอกเหนือความเข้าใจของสัตว์โลก แล้วก็ได้วิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆนานา ไม่รู้ถึงความเป็นจริงแห่งกลไกกรรม จนกลายเป็นกรรมเสียเอง กรรมจากความอวดดี อวดในความดีของตน จะให้ดีก็หุบปากเสียบ้าง นั่นแหละจะดีเอง

การถือศีลกินเจก็ได้บุญในระดับหนึ่ง แต่หากยังกินเพื่อหวังเอาบุญมันก็เป็นเพียงการอยู่เสวยบุญไปชาติหนึ่งๆเท่านั้น กลายเป็นพันธนาการในบุญที่ต้องกลับมาเสวยบุญให้หมด ทั้งที่มันก็สูญเปล่าทั้งหมด และสุดท้ายก็ต้องรอผู้โปรดสรรพสัตว์มาโปรดอยู่ดี

จะให้ดีก็สละเสียเลย สละในการตั้งเอาในสรรพสิ่ง สรรพธาตุ สรรพธรรมทั้งหลาย เมื่อสละแล้วซึ่งการหลงตั้งเอาในกายในใจในสภาวะทั้งหลาย ก็จะเข้าสู่เนื้อหาแห่งการโปรดสัตว์เสียเอง หมดความเบียดเบียนในทุกชีวิตจิตวิญญาณในทุกมิติไปเอง

เมื่อตรงต่อที่นิพพานอยู่แล้วจริงๆ แม้กระทั่งการกินเนื้อสัตว์ก็เป็นการโปรดสัตว์เช่นกัน กลายเป็นเนื้อนาบุญแห่งโลก แห่งสังสารวัฏที่จะฉุดช่วยปวงสัตว์ให้พ้นจากทุกข์ทั้งหลาย ได้คลี่คลายจากสังสารวัฏและหลุดพ้นอย่างแท้จริง โดยไม่เลือกวิถีวิธีการใดๆมาเป็นเงื่อนไขเลย


No comments:

Post a Comment