Sunday, April 20, 2014

สัจธรรมจาก Facebook#53

ไม่ต้องพยายามไปดับตัณหา เพราะความพยายามดับตัณหามันก็คือตัณหา
การดิ้นรนพยายามดับตัณหาทั้งหลายจึงการเป็นการต่อตัณหาเสียเอง
แต่ให้ยอม ยอมในทุกสภาพ ทุกสภาวะ ไม่ว่าทุกข์หรือสุข ก็ยอม
นั่นแหละมันจะจบตัณหาของมันเอง จะได้ไม่ต้องมีตัณหาไปซ้อนตัณหาอีก
-------------------------------------------------

การทำกรรมหรือชดใช้กรรมนั้นไม่มีลักษณะว่าโง่หรือฉลาด
การมองว่ากรรมหรือวิบากนั้นเป็นความโง่หรือความฉลาด ก็ยังเป็นความหลง
เป็นทิฏฐิมานะที่หลงไปคอยตัดสินสภาพธรรมที่ไม่ใช่อะไร ไม่มีความหมายอะไร
และการยึดติดในทิฏฐิมานะนั้น ก็เป็นกรรมและการชดใช้กรรมอีกลักษณะหนึ่ง
ซึ่งมันก็ไม่มีลักษณะว่าโง่หรือฉลาดแต่อย่างใด

ดังนั้นก็ไม่ต้องไปคอยเลือกว่าจะฉลาดหรือจะโง่
ไม่ต้องไปคอยตัดสินว่าอะไรคือความฉลาด อะไรคือความโง่
แบบไหนอย่างไรก็เป็นการใช้กรรมทั้งนั้น ไม่ต่างกัน
ก็ไม่ต้องไปตอกย้ำตำหนิใคร ให้เกิดเป็นทิฏฐิมานะใหม่ๆขึ้นมาอีก
มันก็จะเลิกโง่ เลิกฉลาดไปเองในที่สุด

--------------------------------------------------

ความคาดหวังต่อตัวเอง...เป็นทุกข์
ความคาดหวังต่อผู้อื่น...ยิ่งเป็นทุกข์
แม้กระทั่งกายใจของเธอเองก็ยังคาดหวังเอาไม่ได้ เอาแน่ก็ไม่ได้
แล้วเธอทั้งหลายจะไปคาดหวังเอากับผู้อื่นได้อย่างไร
เพราะทุกอย่างล้วนดำเนินไปตามกรรม ตามธรรมของมันอยู่อย่างนั้น
อนิจจัง เปลี่ยนแปลงอยู่อย่างนั้น ไม่แน่นอน
ทุกขัง เสื่อมไปโดยตัวมันเองอยู่อย่างนั้น ยึดถือไม่ได้
อนัตตา วูบไหวไร้ตัวตนให้จับต้องได้ ราวกับเงาบนผืนน้ำ
ผู้คนทั้งหลายล้วนแล้วแต่หลงอยู่ในมายาแห่งโมหะตน
แม้กระทั่งเธอทั้งหลายเองก็เช่นกัน
หลงไปยึดกับความหลงก็มีแต่ทุกข์กับทุกข์เท่านั้นเอง

และไม่มีทางที่เธอทั้งหลายจะล่วงรู้ได้เลยว่า
สิ่งต่างๆมันจะเป็นไปตามที่เราคาดหวังหรือไม่
แม้เราควบคุมสิ่งต่างๆให้ดีที่สุด มันก็ยังไม่เป็นไปตามคาดหวังอยู่เสมอ
กรรมจึงเป็นเรื่องลึกลับที่เกินวิสัยปุถุชนจะเข้าใจได้ หรือเข้าไปทำอะไรได้
เมื่อไม่มีใครสามารถควบคุมหรือคาดหวังอะไรได้จริงแม้แต่คนเดียว
แล้วเธอทั้งหลายจะคาดหวังในสิ่งที่ไม่แน่นอนให้ทุกข์ไปทำไม

--------------------------------------------------

ผู้คนทั้งหลายล้วนแล้วแต่มีเงื่อนไขกับการดำรงอยู่ของตน
เลยเถิดไปเป็นเงื่อนไขกับธรรม เงื่อนไขกับนิพพาน
โดยหารู้ไม่ว่า เงื่อนไขเหล่านั้นก็เป็นเหตุแห่งทุกข์ในตัวมันเอง
และนิพพานก็ไม่เนื่องด้วยเงื่อนไขหรือเงื่อนปมใดๆที่มนุษย์อุปโลกน์ขึ้นมาเอง

ก็อยู่อย่างไร้เงื่อนไขในการอยู่ ไม่ว่าเงื่อนไขกับกายหรือใจตนก็ตาม
มันก็จะไร้ตัวตนในการดำรงอยู่ไปเอง ไม่เนื่องด้วยเงื่อนไขใดๆไปเอง
แล้วมันก็จะพ้นทุกข์ของมันเอง นิพพานของมันเองนี่สุด

--------------------------------------------------

"ยึด"พระพุทธเจ้ามากเกินไปก็ผิดธรรมนะครับ

-------------------------------------------------

เมื่อใดก็ตามที่พยายามจะเอาตัวเธอเองเป็นประมาณ
เธอก็จะตกลงสู่ความคับแคบและความอึดอัดขัดเคืองทันที
เธอจะเริ่มเปรียบเทียบ เทียบเคียง กับสิ่งที่เธอหลงยึดเอาว่าเป็นเธอ
จนหลงเห็นสิ่งดี และสิ่งเลว เห็นความปกติ และความไม่ปกติ
เธอจะเริ่มมีความสุข...และมีความทุกข์ ขึ้นๆลงๆอยู่อย่างนั้น
แล้วก็เริ่มดิ้นรน เริ่มต้นการค้นหา เริ่มต้นไขว่คว้าหาความสุข
เริ่มไข่วคว้าหาทางพ้นทุกข์....แล้วเธอก็ออกเดินทางไป
ค้นหาในสิ่งที่มีอยู่แต่ในความคิดของเธอ
ด้วยวิถีวิธีการเท่าที่มีปรากฏในโลกหรือเท่าที่จะนึกคิดเอาได้

เธอทั้งหลายจงรู้ไว้เถิดว่า
ตัวเธอเองที่เธอยึดเอาไว้เป็นประมาณนั้น
มันเป็นแค่ความรู้สึกชั่วครู่ชั่วคราวที่ผ่านไปแล้วทั้งนั้น
ตัวเธอมันไม่เคยมีอยู่จริง ใจเธอก็ไม่มีอยู่จริง
มันเป็นแค่ขณะแห่งความรู้สึกที่เธอยึดเอามาเป็นประมาณ
ที่เกิดและดับลงเอง ณ ตรงนั้นอย่างหมดจด
ไม่มีสิ่งใดต่อเนื่องไปเบื้องหน้า ไม่มีสิ่งใดที่ดำเนินมาจากอดีต
แม้แต่ปัจจุบันที่เธอรู้เห็นก็เป็นเพียงมายาแห่งธรรมที่บริบูรณ์อยู่แล้วของมันเอง
ไม่มีสิ่งใดจับต้องหรือจับฉวยเอาได้เลยแม้แต่อย่างเดียว
เมื่อไม่มีสิ่งใดที่เป็นความจริงอยู่เลยในโลกนี้
เธอทั้งหลายก็ไม่ต้องมีกิจที่จะไปทำให้มันดี ทำให้มันบริบูรณ์
เพราะสิ่งทั้งหลายล้วนแล้วแต่เกิดและดับของมันเองอยู่แล้วตามธรรม...ตามกรรม
บริบูรณ์ในทุกๆขณะของมันเองอยู่อย่างนั้น แม้จะมีเธอหรือไม่มีก็ตาม

---------------------------------------------------

ผู้คนทั้งหลายล้วนแล้วแต่มีเงื่อนไขกับการดำรงอยู่ของตน
คับแคบคนเดียวไม่พอ แต่ยังยัดเยียดเงื่อนไขความคับแคบให้คนอื่น
เพื่อให้มาร่วมคับแคบกับตน เพื่อสนองตัณหาของตน เพื่อสิ่งที่ดีกว่า
ด้วยเห็นว่าสิ่งที่ตนคิดมันดีกว่า เหมาะสมกว่า ประเสริฐกว่า
คำว่าตัณหามันไม่มีค่าว่าดีกว่าหรือเลวกว่าอะไรเลย..ที่รัก
ตัณหามันก็เหมือนกันหมด ยังความเป็นสัตว์ให้สรรพสัตว์เหมือนกันหมด
พาสาละวนไปกับมายากรรมเหมือนกันหมด
ก็ได้แต่หลงคิดเข้าข้างตัวเองว่าดีกว่าเท่านั้น
ในสังสารวัฏนี้จึงไม่มีใครดีกว่าใคร สรรพสัตว์ด้วยกันทั้งหมด
การยัดเยียดเงื่อนไขตนให้กับคนอื่นจึงไม่เคยให้สิ่งที่ดีกว่ากับใคร
มันเป็นเพียงการหลงทำกรรมและชดใช้กรรมเท่านั้นเอง

No comments:

Post a Comment