Thursday, April 24, 2014

บทขอขมากรรม ประกาศสละ และประกาศชดใช้หนี้กรรมสำหรับกรรมในการตอกย้ำอุปาทาน

วันนี้ขาข้างที่โดนมอเตอร์ไซค์ชนเมื่อ 3 อาทิตย์ก่อนดีขึ้นมากแล้ว ไม่ค่อยบวมแล้วครับ เลยนั่งเขียนอะไรสักหน่อย

ขึ้นชื่อบทความอาจจะงงๆหน่อย คือไม่รู้ว่าจะเรียกว่าเป็นกรรมประเภทอะไรดี ก็เลยใช้ว่ากรรมในการตอกย้ำอุปาทานก็แล้วกัน


วิบากกรรมจากการตอกย้ำนั้น เป็นไปได้หลากหลายแนวมากจาระไนไม่หมด แม้ว่าจะเป็นการตอกย้ำในสภาวะเหมือนๆกันหมดก็ตาม เรียกได้ว่ากรรมและกรรมอนุสัยทุกอย่างล้วนเกิดจากการตอกย้ำในอุปาทานทั้งนั้น นับตั้งแต่การตอกย้ำในอารมณ์ การตอกย้ำในความเชื่อ(อุปาทาน) การตอกย้ำในพฤติกรรม การตอกย้ำในความรู้สึก การย้ำคิดย้ำทำ คิดมาก อาการออทิสติก การเก็บตัว จิตตก หมกมุ่น เก็บกด ความเครียด ความหดหู่ท้อแท้ เศร้าสร้อย เจ้าน้ำตา อ่อนไหว เจ้าทิฏฐิ เจ้ามานะ ความบ้า ความคลั่งไคล้ วิตกจริต วิกลจริต โรคจิตชนิดต่างๆ อุปาทานคิดเอาเอง จับจด จุกจิกจู้จี้ ขี้บ่น จอมอคติ โลกสวย โลกเบี้ยว เจ้าเหตุผล เจ้าหลักการ ชอบจับผิดจับถูก การเสพติดต่อวัตถุสิ่งของต่างๆ และอื่นๆอีกมากมาย โดยเวลาวิบากให้ผล ก็จะทำให้คนๆนั้น วกวนอยู่แต่กับสภาวะอารมณ์เดิมๆ เรื่องเดิมๆ ประเด็นเดิมๆ สถานที่เดิมๆ อาการเดิมๆ สถานการณ์เดิมๆ ถ้าหนักอาจจะถึงขั้นเป็นโรคจิต เบาลงมาก็อาจจะตัดขาดโลกภายนอก ไม่สื่อสารบ้าง หมกมุ่นบ้าง หรือไม่ก็ตึงเครียด ถ้าเบาหน่อยก็จะเกิดพฤติกรรมที่ตอกย้ำซ้ำๆวกวนหมกมุ่นอยู่กับอะไรบางอย่าง จนเป็นทุกข์ อึดอัดขัดเคือง สับสน สาละวน จนหมดแรง

วันนี้ก็เลยจะมาพาขอขมากรรม ประกาศสละ ประกาศชดใช้หนี้กรรมสำหรับกรรมในการตอกย้ำอุปาทานกันสักหน่อยจะได้เพลาๆความหมกมุ่นหรือวิบากกรรมลงได้บ้าง บทนี้น่าจะเรียกว่าเป็นยาครอบจักรวาลก็ได้ครับ(ฮา) แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น กรรมจะทุเลามากน้อยเราไม่อาจจะคาดหวังเอาได้ เพราะเราไม่รู้ว่ากรรมเบื้องหลังของอุปาทานนั้นๆ มีมากน้อยแค่ไหน ทำมานานกี่ภพกี่ชาติ หรือกี่พุทธันดรแล้วก็ไม่รู้ ดังนั้นเมื่อกล่าวขอขมากรรมไปก็ไม่ต้องไปหวังอะไร ให้มันคลายของมันเองโดยอานุภาพ ตามวาระกรรม ไม่ต้องไปเร่งให้เกิดผลเร็วๆจะเป็นตัณหาซ้อนลงไปเป็นอุปาทานอีก อย่างนี้ไม่ดีแน่ครับ

เกริ่นพอเป็นประมาณ เริ่มเลยก็แล้วกันครับ ท่านสามารถดาวน์โหลดไฟล์ document ได้ตามลิงค์ข้างล่างนะครับ หรือจะคัดลอกไปปรับแต่งเพื่อให้เหมาะกับตนเองก็นะครับ

บทขอขมากรรม ประกาศสละ และประกาศชดใช้หนี้กรรมสำหรับกรรมในการตอกย้ำอุปาทาน

ขอนอบน้อมองค์มหาบารมีทุกพระองค์ทรงเป็นประธาน
กรรมใดๆ ที่ข้าพเจ้าทั้งหลายได้เคยหมกมุ่น
หลงวกวน ย้ำคิดย้ำทำ ตอกย้ำอุปาทานในตนเอง
หรือชักนำให้ผู้อื่นหลงตอกย้ำอุปาทานแห่งตน
ในทิฏฐิความเชื่อทั้งหลาย ในปรากฎการณ์ทั้งหลาย
ในสถานการณ์ทั้งหลาย ในอารมณ์กรรมทั้งหลาย
ในผัสสะอายตนะทั้งหลาย ในความเพลิดเพลินทั้งหลาย
ในสภาวะทั้งหลาย ในสิ่งของวัตถุทั้งหลาย ในสถานที่ทั้งหลาย
ในตัวตนบุคคลทั้งหลาย ในการคิดการปรุงแต่งทั้งหลาย
ในพฤติกรรมทั้งหลาย ทั้งทางกายและทางใจ
ในสภาวะจิตหนึ่งสภาวะจิตใดก็ตามที
จนเกิดเป็นทุกข์ อึดอัดขัดเคือง วกวนสับสนสาละวน
ตึงเครียดกดดัน เก็บกด หดหู่ ติดขัดข้องคาอยู่ในสภาวะหนึ่งสภาวะใด
พฤติกรรมหนึ่งพฤติกรรมใด สิงหนึ่งสิ่งใด อารมณ์หนึ่งอารมณ์ใด
สถานการณ์หนึ่งสถานการณ์ใดซ้ำๆ ไม่สามารถคลี่คลายออกด้วยตัวมันเองได้

ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมกราบขอขมากรรม ต่อกรรมทั้งหลายเหล่านี้
ขอองค์คุณแห่งมหาบารมีทั้งหลาย
ทรงได้โปรดยกโทษ อโหสิกรรมต่อกรรมทั้งหลายเหล่านี้
ให้กรรมทั้งหลายจงเป็น อโหสิกรรม นับตั้งแต่กาลบัดนี้เป็นต้นไปด้วยเทอญ

ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอประกาศสละ ประกาศถอน ความหลงตั้งเอา
ในทิฏฐิความเชื่อทั้งหลาย ในปรากฎการณ์ทั้งหลาย
ในสถานการณ์ทั้งหลาย ในอารมณ์กรรมทั้งหลาย
ในผัสสะอายตนะทั้งหลาย ในความเพลิดเพลินทั้งหลาย
ในสภาวะทั้งหลาย ในสิ่งของวัตถุทั้งหลาย ในสถานที่ทั้งหลาย
ในตัวตนบุคคลทั้งหลาย ในการคิดการปรุงแต่งทั้งหลาย
ในพฤติกรรมทั้งหลาย ทั้งทางกายและทางใจ
ในสภาวะจิตหนึ่งสภาวะจิตใดก็ตามที
เพื่อไม่ให้เป็นเชื้อโมหะอุปาทาน ต่อไปในภายภาคหน้า

และข้าพเจ้าทั้งหลายขอชดเชยชดใช้ ในหนี้กรรมทั้งหลายเหล่านี้
ด้วยการมีส่วนในการโปรดสรรพสัตว์ ตามองค์มหาบารมีทั้งหลาย
ด้วยอธิวาสนาบารมีที่มีต่อพระสัจธรรม
ด้วยการตรงต่อพระสัจธรรม ความไม่ยึดติดทั้งหลาย
ด้วยการบวช การสละ การเกื้อกูล สังสารวัฏทั้งหลาย
ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายจงได้มีส่วน
ในอธิวาสนาบารมีนี้โดยทั่วกัน ไปตลอดกาลนานเทอญ

อโหสิ อโหสิ อโหสิ

No comments:

Post a Comment