Monday, March 10, 2014

สัจธรรมจาก Facebook#51

ดีเพราะชอบ ชั่วเพราะชัง
สรรพสัตว์ทั้งหลายต้องหลงวนเวียนในสังสารวัฏ
ก็เพราะดิ้นรนไปตามทิฏฐิที่หลงตันสินเรื่องดีๆชั่วๆของตน
โดยที่นึกเอาเองว่ามันจะแก้ปัญหาทุกอย่างได้
นึกเอาว่ามันจะรักษาโลกและสังคมเอาไว้ได้
ไม่รู้ความจริงว่า ทุกอย่างในสังสารวัฏนี้
มันก็มีแค่การทำกรรมและชดใช้กรรม ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้
การยึดในความดีความชั่ว มันจึงเป็นเพียงโมหะความหลง
ที่ปิดบังสัจธรรมความเป็นจริง ให้ต้องไปชดใช้กรรมเท่านั้น
------------------------------------------------------------

หากมีทิฏฐิมานะแห่งตนเป็นที่ตั้งในการสนทนาเสียแล้ว
ผู้คนทั้งหลายก็ได้แต่คุยกับตัวเองนั่นแหละ
หลงติดอยู่ในสมมติของตน เพื่อสนองทิฏฐิมานะตนไม่รู้จบ
การที่จะเชื่อมโยงถึงผู้อื่นมันก็กลายเป็นเรื่องยากทันที

------------------------------------------------------------

เห็นสอนกันจังว่าให้มีสติตื่นรู้
เธอทั้งหลายจึงแปลงร่างเป็นรปภ.เฝ้าสภาวะ
เฝ้าดู เฝ้ารู้ ตลอด ไม่ว่าจะ ยืน เดิน นั่ง นอน
เฝ้าดู เฝ้ารู้ จนเครียด เพื่อที่จะเฝ้ามองว่า
...วินาทีไหนจะทำให้เรานิพพาน
ทั้งๆที่ยังไม่เข้าใจจริงๆว่า
อย่างไรคือตื่น และตื่นจากอะไร
อย่างไรคือรู้ และรู้อะไร

โดยเนื้อหาแห่งสติอริยะนั้น....
ตื่นโดยตัวมันเองอยู่แล้ว ไม่ต้องทำให้สติมันตื่นอีก
รู้อยู่แล้ว ไม่ต้องไปคอยรู้อะไรอีก
ไม่มีกิริยาว่าดู ว่าเห็น หรือว่ารู้อะไร อย่างไร ทำไม
ไม่มีลักษณะของนาม-รูป นอกเหนือโลกียวิสัย
นอกเหนือคติ-อคติ จึงไร้ความหมายในการรู้
สติอริยะจึงรู้แบบไม่มีเรื่องไม่มีราวอย่างที่เข้าไปกำหนดรู้

การเฝ้าดู เฝ้ารู้ที่เธอเพียรทำอยู่นั้น
จึงกลับกลายเป็นความหลงวนไปปรุงแต่งในสมมติแทน
แล้วนึกฝันเอาว่า กำลังเฝ้าดูความจริงอยู่ทุกๆขณะ
กลับกลายเป็นการหลงรู้ วกวนในความเห็นความหมายอันเป็นสมมติไปแทน
ทั้งหมดนี้ก็เพราะโมหะความหลงที่ปลอมตัวมาเป็นเธอ เพื่อเฝ้ารู้สภาวะต่างๆนั่นเอง

จะเข้าถึงซึ่งสติอริยะได้ เธอก็ไม่ต้องเข้าไปแทรกแซงสภาวะใดอีก แม้กระทั่งการรู้
จะรู้อะไรก็ช่างมัน จะไม่รู้อะไรก็ช่างมัน
ปล่อยให้รู้มันเป็นไปตามเหตุปัจจัยของมันเอง
ไม่ต้องจดจ่อ ไม่ต้องกำหนดว่าจะรู้อะไร ไม่ต้องไปคอยตัดอะไร
ไม่ต้องไปรู้เรื่องหรือไม่รู้เรื่อง ไม่ต้องเลือกที่จะรู้หรือไม่รู้อะไร
ปลงตัวตนที่ซ้อนรู้ เมื่อหมดตัวตนซ้อนลงไปในการรู้เมื่อไหร่
สตินั้นก็จะเป็นสติอริยะ ที่เป็นธรรมชาติเดิมแท้แห่งสติไปเอง

No comments:

Post a Comment