Friday, December 13, 2013

การขอขมากรรมสำหรับเด็กเล็ก

ตอนนี้มาว่ากันด้วยการขอขมากรรมสำหรับเด็กเล็กๆกันดีกว่าครับ เพราะเด็กเล็กๆส่วนใหญ่นั้น วิบากกรรมยังไม่ให้ผลมากมายนักในช่วงวัยแรกเริ่มของชีวิต เขายังต้องพึ่งพาบารมีบุญกรรมของพ่อแม่อยู่ พูดง่ายๆคือพ่อแม่เป็นเหมือนเทพคุ้มครองเขาอยู่ วิบากกรรมจึงยังไม่ให้ผลมากนัก อันนี้ว่ากันโดยทั่วไป ขณะที่เด็กบางคนเกิดมาชีวิตก็ต้องเผชิญวิบากหนักหนามาตั้งแต่แรกก็มีครับ

เห็นเด็กหน้าตาใสๆแบ๊วๆอย่างนี้ก็อย่าชะล่าใจไป แต่ละคนก็มีวิบากกรรมของตนเองมาทั้งนั้น ไม่งั้นก็คงไม่มาเกิด เราก็จัดการเคลียร์กรรมเก่าด้วยการพาอโหสิกรรมก่อนจะดีที่สุด อย่างน้อยหากมีอกุศลวิบากเกิดขึ้น ก็จะได้บรรเทาเบาบางลงบ้าง หรือไม่ก็อาจจะกลายเป็นอโหสิกรรมไปจนหมดก็ได้

โดยธรรมชาติของเด็กนั้น เขายังไม่ติดขัดข้องคาอะไรมากนักกับสมมติทางโลก เรียกว่าไม่บ้าบอหลงจริงจังเหมือนผู้ใหญ่ ที่หลงสมมติกันเต็มเหนี่ยว แต่พอเริ่มต้นศึกษาเล่าเรียน ได้เข้าสังคมเรียนรู้ชีวิตไปเรื่อยๆ เขาก็จะติดในสมมติมากขึ้นๆ กระแสสังคมจะพาเขาไปให้เจอกับความทุกข์จากการยึดติดในสมมติทั้งหลายอันไม่จีรังมากขึ้น ไม่เชื่อลองสังเกตตัวเองดูก็ได้ว่า ตอนเด็กๆนั้นเราจะมีความสุขมากกว่าตอนที่โตมาเป็นผู้ใหญ่ ก็เพราะเรายังไม่ติดในสมมติมากนัก ดังนั้น เด็กจะเป็นวัยที่สละง่าย ปลงวางง่ายกว่าผู้ใหญ่

หลายคนอาจจะเถียงว่า ก็แน่ล่ะที่ว่าเด็กๆยังไม่มีภาระอะไร มันก็สบายกว่าอยู่แล้ว ก็ถูกครับ ไม่มีอะไรผิดเลย แต่ผมถามกลับว่า ผู้ใหญ่น่ะ ไปหลงแบกหลงวางกันทำไมเล่า ในเมื่อไม่ต้องแบกอะไรตั้งแต่แรก ทุกอย่างมันก็สามารถดำเนินไปได้เองอยู่แล้วตลอด แบกให้เมื่อยให้เหนื่อยไปทำไม จริงไหม ซึ่งความที่เด็กๆเขาคลี่คลายจากสภาวะอารมณ์ต่างๆได้อย่างรวดเร็วนี้เอง ทำให้เด็กๆมีอานุภาพของความคลี่คลายอยู่ไม่มากก็น้อย สัมผัสได้เวลาเราอยู่กับเด็กๆแล้วเราจะสบายใจผ่อนคลายกว่า ตอนอยู่กับผู้ใหญ่ ที่มักจะชอบตอกย้ำทิฏฐิ มีอัตตาตัวตนเยอะในทุกเรื่องที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ดีไม่ดีก็ชอบเอาทิฏฐิไปทิ่มแทงคนอื่นอีก ลองนึกดูสิครับว่าถ้าเด็กเล็กๆปากจัดแบบผู้ใหญ่ จ้องจับผิดจับถูกแบบผู้ใหญ่ จะมีใครชอบไหม

เด็กเล็กๆนั้นเขาไม่มีสมาธิมากพอที่จะกล่าวขอขมากรรม หรือ ประกาศสละประกาศชดใช้หนี้กรรมยาวๆอย่างที่ผู้ใหญ่ทำหรอกครับ ไม่ต้องไปบังคับเสียให้ยาก เราก็เพียงแค่สอนการขออโหสิกรรมแบบสั้นๆเท่านั้นพอ ยกตัวอย่างเช่น เจ้านโมลูกชายผมก็แล้วกัน

ปกติถ้ามีโอกาส ผมจะเปิดเสียงหลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะ เขมรโตนำขอขมากรรม ประกาศสละประกาศชดใช้หนี้กรรมแบบยาวๆให้เจ้านโมฟังอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง แต่ผมจะไม่บังคับให้เขามานั่งพนมมือกล่าวตามนะครับ เขาจะเล่นอะไรก็เล่นไป เปิดเสียงเอาไว้ให้เขาได้ซึมซับไปเองอย่างช้าๆ อย่างน้อยเวลาเปิดเสียงหลวงพ่อฯ จิตญาณทั้งหลายในบริเวณนั้นก็จะได้ขอขมากรรมไปด้วย คลี่คลายไปด้วย และการคลี่คลายของจิตญาณทั้งหลายในภาคทิพย์ ก็จะเป็นอานุภาพสะท้อนกลับมาที่มนุษย์ในบริเวณนั้นไปด้วย จิตของมนุษย์ก็จะได้รับอานุภาพการขอขมากรรมจากสุรเสียงของหลวงพ่อฯ และได้อานุภาพความคลี่คลายจากภาคทิพย์แล้วก็คลี่คลายไปโดยไม่รู้ตัว

ส่วนเวลาก่อนนอน ผมก็จะพาเจ้านโมกล่าวคำอโหสิกรรมสั้นๆ คือ แค่กล่าวว่า "ทุกอย่าง อโหสิ อโหสิ อโหสิ" แค่นี้เองครับ ง่ายมากๆ ซึ่งจากการพิสูจน์มาหลายเดือนก็พบว่า เจ้านโมจะเป็นเด็กที่ติดขัดข้องคาในอารมณ์ทั้งหลายน้อยมาก อารมณ์อะไรผ่านมาก็ตาม เขาจะเคลียร์ตัวเองเร็วมาก ไม่ค่อยมีอารมณ์ค้างคานานๆเหมือนผู้ใหญ่หรือเด็กคนอื่น

ซึ่งผมสังเกตอยู่ว่า ถ้าวันไหนที่เจ้านโมอารมณ์ค้างไปจนถึงตอนก่อนนอน เขาจะนอนไม่หลับ เหมือนมีอะไรคาอยู่ในใจ ไม่นานเขาก็จะหันมาบอกกับผมว่านอนไม่หลับ ซึ่งเราก็จะรู้กันสองคนว่า จะต้องกล่าวอโหสิกันแล้ว ผมก็นำเขากล่าวอโหสิสั้นๆทันที แล้วทุกครั้งที่กล่าวอโหสิจบ เขาก็จะคลายแล้วก็หาวทีนึง และหลับไปอย่างรวดเร็ว แต่ก็มีบ้างเหมือนกันที่ยังมีพลังงานกรรมตกค้างอยู่มาก ก็อาจจะนำกล่าวอโหสิกรรมอีกสักรอบ หรือไม่ก็พาไปหยาดน้ำ

ข้อดีอีกอย่างในการพาอโหสิกรรมก่อนนอนก็คือ ส่วนใหญ่เด็กจะไม่ฝันร้ายครับ นอนหลับสนิทดี จะฝันก็น้อยครั้งมาก(อันนี้เขาบอกเอง) จะมีฝันร้ายจนละเมอบ้าง ก็ในช่วงที่ผมสัมผัสได้ว่ามีจิตญาณมาแทรก ซึ่งกรณีหลังนี้ ผมจะลุกขึ้นไปหยาดน้ำแทนเขาครับ พอหยาดเสร็จ สักพักเขาก็จะสงบลงเอง

ในระยะยาวแล้วเด็กๆที่รู้จักการอโหสิกรรม ก็จะไม่ค่อยติดขัดข้องคาอะไร มีอะไรเขาก็จะวางตัวเองโดยธรรมชาติ โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องมีตัวซ้อนเข้าไปคอยวางครับ ก็ไม่ต้องเริ่มอะไรเพื่อที่จะไปจบให้กับอะไร

เด็กๆเขาสว่างกันเร็วกว่าผู้ใหญ่ครับ ถ้าเราสอนเขาดีๆบางคนก็อาจจะบรรลุธรรมกันตั้งแต่เด็กๆเลยก็ได้ ก็แค่เริ่มสอนให้อโหสิบ่อยๆในทุกกรณีกรรม จิตของเด็กจะนอบน้อม สอนง่าย อโหสิก็ง่าย ราคะจริตต่อสิ่งต่างๆก็จะเบาบาง ไม่เหนียวแน่นเหมือนผู้ใหญ่ และมันก็จะไม่มีอะไรตกค้าง ติดขัดข้องคา พอเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่เขาก็จะไม่ค่อยทุกข์ร้อนหรือเต้นไปตามสมมติภายนอกมากนัก วิบากกรรม อกุศลกรรมที่จะคอยตัดรอนเขาก็จะเบาบางลงหรือกลายเป็นอโหสิกรรมในที่สุด

อย่าลืมอีกอย่างหนึ่งก็คือให้เขาหยาดน้ำบ่อยๆ ถ้าไม่สะดวกระหว่างวัน ก็นำหยาดเช้าเย็นก่อนอาบน้ำ หรือจะตอนไหนก็ได้ครับตามสะดวก ก็จะช่วยคลี่คลายอุปาทานในธาตุขันธ์อีกทางหนึ่งด้วย

No comments:

Post a Comment