Wednesday, November 20, 2013

การโปรดสัตว์ ตอนที่ 1 : การโปรดสัตว์ด้วยการปลดล็อคกรรม

เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ว่าจะเขียนตั้งนานแล้ว แต่ด้วยเนื้อหาเรื่องการโปรดสัตว์จริงๆนั้นมีความเป็นอจิณไตยอยู่มาก แถมรายละเอียดก็เยอะ แถมเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ถ้าจะเขียนหมดก็คงหลายตอน

แต่ถึงจุดนี้ก็คงต้องเขียนแล้วครับ เพราะมีผู้โปรดสัตว์และผู้แสวงหาสัจธรรมจำนวนมาก(เรียกว่าเกือบทั้งหมด) สับสนระหว่าง การจบกิจเฉพาะตน กับ การโปรดสัตว์ ซึ่งเนื้อหามันเป็นคนละเรื่องเลย ก็เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า

การโปรดสัตว์นั้นคืออะไร?

การโปรดสัตว์นั้นคือ การนำพาสรรพสัตว์ให้หลุดพ้นจากทุกข์ หลุดพ้นจากโมหะอวิชชา ซึ่งถ้าจะพูดกันจริงๆถึงเรายละเอียดคงจะสาธยายได้ไม่รู้จบ แต่ก็สามารถที่จะสรุปรวมได้ว่า ทุกอย่างคือการโปรดสัตว์จริงๆ แต่....

ประโยคที่ว่า "ทุกอย่างคือการโปรดสัตว์" นั้นจะเกิดขึ้นเมื่อผู้โปรดฯตรงต่อเนื้อหาพระนิพพาน ตรงต่อที่ว่างจากตัวตนอยู่แล้วเท่านั้น การโปรดสัตว์จึงเป็นไปอย่างอัตโนมัติในทุกเรื่องทุกอย่าง ทั้งๆที่บางครั้ง ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ทำอะไรเพื่อเป็นการโปรดฯเลยก็ตาม อย่างเช่นดื่มน้ำ ฉันเพล ฉันจังหัน ฯลฯ ก็นับว่าเป็นการโปรดสัตว์ เพราะเมื่อใดก็ตามที่พระอริยบุคคลหรือพระอรหันต์ได้มีสัมผัสสัมพันธ์กับหมู่สรรพสัตว์ทั้งหลายไม่ว่าจะทางตรงทางอ้อม ก็จะมีการคลี่คลายวิบากสัตว์โลกไปด้วยโดยอัตโนมัติ เช่นการที่ท่านกล่าวถึงคนนั้นคนนี้ ก็เป็นการรับวิบากกรรมให้ส่วนหนึ่งโดยทางอ้อม เมื่อท่านรับของทำบุญหรือเงินทำบุญเมื่อไหร่ ท่านก็รับวิบากให้ไปด้วยส่วนหนึ่ง เมื่อไหร่ที่ได้ฟังสัจธรรม หรือแม้แต่อ่านบทความเกี่ยวกับสัจธรรมแล้วคลี่คลาย ผู้โปรดฯก็จะรับวิบากของคนฟังคนอ่านไปด้วยส่วนหนึ่งเสมอ แม้กระทั่งการนั่งสนทนาหรือรับสายโทรศัพท์สนทนากัน ท่านก็รับวิบากของคู่สนทนาไปด้วย แต่ท่านก็ไม่ได้รับไปแบกไว้กับตัว เพราะมีการเคลียร์กรรมวิบากทั้งหลายเหล่านั้นตลอดเวลาผ่านการหยาดน้ำ พาขอขมากรรม พาประกาศสละถอดถอนความมุ่งหวังตั้งเอาและการประกาศชดใช้หนี้กรรม ถ้าไม่เคลียร์วิบากกรรมตรงส่วนนี้ กรรมทั้งหลายก็จะตกค้างกับผู้โปรดฯจนติดขัดข้องคาในการโปรดไปเสียเอง

การโปรดสัตว์จริงๆจึงไม่ใช่แค่การออกมาพูดสัจธรรมเท่านั้น การพูดสัจธรรมเป็นเพียงวิธีหนึ่งในการโปรดสัตว์ เป็นวิธีการที่ใช้ในการล้างโมหะให้กับสรรพสัตว์ ส่วนการพาขอขมากรรม พาประกาศสละ ประกาศถอนความยึดติด หรือประกาศชดใช้หนี้กรรมฯ นั้นก็เป็นการโปรดที่สำคัญมากๆอีกอย่างหนึ่ง คือใช้ปลดล็อกกรรมและล้างเหตุแห่งโมหะอวิชชาที่ยังบดบังสัจธรรมให้กับสรรพสัตว์ จะได้คลี่คลายจากกรรมทั้งหลายที่พ่วงพันมาและสามารถที่จะตรงต่อสัจธรรมได้จริง

ซึ่งการโปรดสัตว์ ณ ปัจจุบันต้องใช้ทั้งสองอย่างครับ เนื่องจากผู้คนสมัยนี้กรรมหนาจริงๆ จะพูดสัจธรรมล้างโมหะอย่างเดียวเหนื่อยตายพอดี มันจะเหมือนเอาจอบฟันดินดาน เพราะกรรมมันบังจนฟังยังไงก็ไม่คลี่คลาย ขนาดฟังเข้าใจแล้ว โมหะที่ตกค้างยังพาไปวนใช้กรรมอีกไม่จบไม่สิ้น

บางคนอาจจะสงสัยว่า ตกลงการขอขมากรรม การประกาศสละประกาศชดใช้หนี้กรรมมันจะทำให้กรรมหมดได้จริงหรือเปล่า? ทำไมมันดูเหมือนการแก้กรรมยังไงไม่รู้

จริงๆแล้วการขอขมากรรม การประกาศสละ ประกาศชดใช้หนี้กรรมนั้นไม่ใช่การแก้กรรมนะครับ การแก้กรรมที่ทำๆกันอยู่ ที่เห็นผ่านสื่อนั้น เป็นการทำกรรมใหม่มาขัดกรรมเก่าที่กำลังให้ผลหรือกำลังจะให้ผล แต่ที่สุดแล้วกรรมเก่านั้นก็ต้องรับอยู่ดีในภายหลัง แต่การขอขมากรรม การประกาศสละประกาศชดใช้หนี้กรรมนี้ เรียกว่าเป็นปลดล็อกคลี่คลายกรรม คือ โดยปกติกรรมทั้งหลายทั้งปวงจะเกิดได้ก็ต้องมี 2 ปัจจัยหลักก็คือ ตนเองและผู้อื่น หรือผู้กระทำและผู้ถูกกระทำ

มโนกรรมนั้นเรียกว่าเป็นกรรมที่เกิดจากการหลงปรุงแต่งจิตขึ้นมา เรียกว่าเป็นกรรมกับตัวเอง มโนกรรมนี้เวลาให้ผลเป็นวิบาก มันก็จะออกมาในลักษณะพาให้ฟุ้งซ่าน พาให้คิดบ้าๆบอๆไปเรื่อยเปื่อย บางทีคิดจนเหนื่อยแต่มันก็ไม่หยุด เพราะกรรมวิบากที่กำลังให้ผลมันจะหยุดไม่ได้ครับ ต้องอโหสิล้างเข้าไปข้างในใจบ่อยๆก็จะคลี่คลายลงเอง

ส่วนกายกรรมกับวจีกรรมนั้นเป็นกรรมที่ไปกระทำต่อผู้อื่น ไปสัมผัสสัมพันธ์กับผู้อื่น เรียกว่ามีคู่กรณีกรรมจริงๆเกิดขึ้น การเคลียร์กรรมกับคู่กรณีกรรมโดยตรงจะให้ผลดีที่สุด แต่ต้องเป็นกรณีที่คู่กรณีน้อมอโหสิกรรมร่วมด้วย ถ้าไม่น้อมรับการขอขมากรรม เราก็มาขอขมากรรมเองฝั่งเดียว ให้ชดใช้กันในภาคทิพย์แทน การคลี่คลายก็จะช้าหน่อย นี่คือเหตุทีทำให้เราเห็นว่าศิษย์วัดร่มโพธิธรรม เวลาเจอกันก็จะขออโหสิกรรมต่อกันอยู่บ่อยๆ เพื่อเป็นการเคลียร์กรรมอันเกิดจากการสัมผัสสัมพันธ์กัน

และไม่ว่าจะเป็นกรรมที่มีคู่กรณีกรรมในลักษณะใด ต่างก็เป็นการผูกกรรมด้วยกันทั้งสองฝั่ง แล้วลองคิดดูว่าผ่านมากี่กัลป์กี่กัปป์ เราผูกกรรมกับดวงจิตอื่นๆมามากเท่าไหร่ หนึ่งกรรม มีปมสองฝั่ง แล้วมันจะเป็นไปได้หรือที่จะนิพพานชาตินี้

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่จะชาตินี้หรือชาติไหนครับ ใครมาเจอสัจธรรมแท้ๆแล้ว ก็ไม่ต้องไปลังเลอะไร เพราะมันก็เป็นวาระที่จะได้จบภพจบชาติแล้ว ไม่อย่างนั้นเขาไม่จัดสรรมาให้เจอสัจธรรมหรอก อย่างน้อยถ้าไม่จบภพจบชาติในชาตินี้ก็ยังได้มีส่วนในอธิวาสนา ในการโปรดสัตว์ต่อไป ก็จะหนีไปได้ไม่ไกลจากสัจธรรมมากนัก

และเพราะกรรมที่พ่วงพันกันมีมากมายมหาศาลนี้เอง หลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะ เขมรโตจึงได้นำการขอขมากรรม การประกาศสละ การประกาศชดใช้หนี้กรรมมาใช้ในการเคลียร์กรรมให้หดสั้นเข้า ไม่ต้องรอวาระแบบเก่า ไม่ต้องไประหกระเหินใช้กรรมกันอีกไม่รู้กี่ภพกี่ชาติ ซึ่งเมื่อเราขอขมากรรม ประกาศสละ ประกาศชดใช้หนี้กรรมในแต่ละครั้ง ก็จะเกิดการปลดเปลื้องภาระกรรมกันภายใน กรรมที่ผู้อื่นเคยทำกับเราไว้ เราก็ให้อโหสิไป ตัดพันธะผูกมัดทันที ถ้ากรรมหนัก มันก็จะกลายเป็นเบา กรรมเบาก็จะหมดไปทันที

ในส่วนของกรรมที่เราเคยทำกับผู้อื่นเอาไว้เราก็ประกาศชดใช้หนี้กรรมด้วยอธิวาสนาบารมี ชดใช้ด้วยการปล่อย การวาง การบวช การสละ เจ้ากรรมนายเวรเมื่อได้อธิวาสนาบารมีอันเป็นทิพย์แล้วก็จะค่อยๆอโหสิกรรมไปเอง กลายเป็นโมฆกรรมไปเอง เพราะอธิวาสนานี้มีอานุภาพแห่งการคลี่คลายเงื่อมปมแห่งกรรมที่ส่งผลให้เกิดเวทนาจัดจ้านต่อสังสารวัฏทั้งมวล เงื่อนปมแห่งกรรมทั้งหลายที่ถูกผูกอยู่กับดวงจิตอื่นอันเป็นเจ้ากรรมนายเวรกันมา ก็จะคลายออก เราคลาย เจ้ากรรมนายเวรคลายตามไปด้วย เพราะเป็นเงื่อนปมของกรรมเดียวกัน เมื่อคู่กรณีคลายไปด้วยกัน กรรมที่คู่กรณีมีต่อดวงจิตอื่นก็จะเบาบางลงโดยภาพรวม ทำให้สังสารวัฏโดยรวมคลี่คลายไปด้วยโดยอัตโนมัติ เป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ที่แผ่ไพศาลออกไปในโลกธาตุ

นี่ละครับ คือ การโปรดสัตว์อีกวิธีหนึ่งที่หลวงพ่อฯท่านได้ประทานให้ไว้ เราขอขมากรรม ประกาศสละประกาศถอนความมุ่งหวังตั้งเอาทั้งหลาย และประกาศชดใช้หนี้กรรมบ่อยๆ มันไม่ใช่แค่การหลุดพ้นเฉพาะตัวอย่างที่เราเข้าใจกัน แต่ดวงจิตจำนวนมากที่พ่วงพันมากับเราก็จะถูกคลายเงื่อนปมแห่งกรรมไปพร้อมๆกัน คลี่คลายร่วมกันในทันที เพียงแต่เราไม่เห็นเท่านั้นเอง แต่ก็สามารถสัมผัสได้ตรงที่วิบากกรรมทั้งหลายในปัจจุบันที่กำลังให้ผลจะเบาบางลงไปเอง

ถึงตรงนี้ก็คงหายสงสัยกันแล้วว่า ทำไมบางทีหลวงพ่อฯท่านบอกให้ดำริโปรดสัตว์ แล้วเราก็ได้แต่งงๆ เพราะตัวเองพูดสัจธรรมไม่ได้จะไปโปรดใครได้ ก็นี่ไงครับ การโปรดสัตว์อีกวิธีหนึ่งที่ท่านประทานให้ไว้ก็ดำริขอขมากรรม ประกาศสละประกาศชดใช้หนี้กรรมไป แค่นี้ก็โปรดสัตว์แล้ว ไม่ต้องมานั่งหน้าจอถ่ายทอดสัจธรรมก็ได้

เนื้อหาการโปรดสัตว์ยังมีอีกมากมาย ซึ่งในบางยุคก็ไม่จำเป็นต้องเป็นการโปรดเพื่อพาให้หลุดพ้นจากสังสารวัฏอย่างเดียว ในบางยุคสมัยการโปรดสัตว์ก็เป็นไปในรูปแบบอื่น เช่นการสร้างบ้านแปลงเมือง ฯลฯ แต่เราจะขอพูดถึงแต่การโปรดสัตว์ในยุคปัจจุบันเป็นหลักครับ เพราะสัจธรรมเปิดขึ้นมาในโลกธาตุแล้วก็ต้องพาจบก่อน เมื่อจบเป็นยุติเป็นแล้ว ค่อยมาว่ากันเรื่องการโปรดสัตว์อีกทีหนึ่ง

ตอนต่อไปจะมาว่ากันด้วยการโปรดสัตว์ด้วยการสะท้อนสัจธรรม

No comments:

Post a Comment