Thursday, November 28, 2013

การขอขมากรรมและชดใช้หนี้กรรมอันเป็นเหตุให้เกิดความเจ็บป่วย (อัพเดต เม.ย.57)

มีกรรมลักษณะหนึ่งที่พบเจอได้มากมายในปัจจุบัน ซึ่งกลายเป็นสิ่งที่รบกวนและบั่นทอนสุขภาพ และก่อให้เกิดทุกข์ขึ้นได้กับทุกคน กรรมที่ว่านี้คือกรรมอันเป็นเหตุให้เกิดความเจ็บไข้ได้ป่วย

ซึ่งกรรมทุกประเภท ล้วนมีที่มาที่ไป เพียงแต่เวลามันให้ผล บางทีมันก็มาในรูปแบบที่แทรกซ้อนทั้งฉับพลันหรือเรื้อรัง จนดูเหมือนไม่มีสาเหตุบ้าง หรือเกิดจากเหตุแวดล้อมที่ทำให้เกิดผลแห่งกรรมตามมาบ้าง แต่ทุกวิบากกรรมล้วนเกิดจากเหตุทั้งนั้น ไม่มีผลอะไรที่เกิดขึ้นโดดๆด้วยตัวมันเอง ซึ่งเหตุบางอย่างเราก็ไม่อาจจะล่วงรู้หรือเข้าใจได้ เพราะมันเป็นเรื่องอจิณไตย เหนือวิสัยปุถุชนจะเข้าใจได้ ไม่เว้นแม้แต่กรรมอันเป็นเหตุให้เกิดความเจ็บป่วยก็เช่นกัน

Tuesday, November 26, 2013

สัจธรรมจาก Facebook#48


มีสี่อย่างในสังสารวัฏนี้ที่ทำให้ทุกคนเสมอภาคเท่ากันหมด
นั่นก็คือ การเกิด แก่ เจ็บ และ ตาย อันเป็นธรรมภาคบังคับแก่ทุกชีวิต
ส่วนที่เหลือระหว่างนั้นก็เป็นเพียงการทำกรรมและใช้กรรมเท่านั้น
เพียงแต่มายาปิดบังเอาไว้ให้เราเห็นเป็นความสำเร็จบ้าง ความล้มเหลวบ้าง
เป็นความทุกข์บ้าง เป็นความสุขบ้าง เป็นการได้มาบ้าง เป็นการเสียไปบ้าง
และไม่ว่าจะบ้าบอแค่ไหน อหังการอย่างไร พากเพียรเพื่ออะไร
สุดท้ายก็สรุปลงตรงที่โมฆะเหมือนกันหมดทุกรูปทุกนาม

Friday, November 22, 2013

ลีลาธรรม มายากรรม 4 ตอนที่ 8(จบ): โพชฌงค์ 7 ความบริบูรณ์แห่งธรรม

เขียนบทความว่าด้วยการปฏิบัติมาก็มาก แต่ไม่เคยแตะเรื่อง โพชฌงค์ 7 เลย หลายคนก็สงสัย วันนี้ก็ขอพูดถึงเสียหน่อย ปิดท้าย "ลีลาธรรม มายากรรม ภาค 4" เลยก็แล้วกัน

โพชฌงค์ตามความหมายที่ผมค้นมาได้จากวิกิพีเดียก็มีดังนี้ครับ

โพชฌงค์ หรือ โพชฌงค์ 7 คือธรรมที่เป็นองค์แห่งการตรัสรู้ หรือองค์ของผู้ตรัสรู้ มีเจ็ดอย่างคือ
1. สติ (สติสัมโพชฌงค์) ความระลึกได้ สำนึกพร้อมอยู่ ใจอยู่กับกิจ จิตอยู่กับเรื่อง
2. ธัมมวิจยะ (ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์) ความเฟ้นธรรม ความสอดส่องสืบค้นธรรม
3. วิริยะ (วิริยสัมโพชฌงค์) ความเพียร
4. ปีติ (ปีติสัมโพชฌงค์) ความอิ่มใจ
5. ปัสสัทธิ (ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์) ความสงบกายใจ
6. สมาธิ (สมาธิสัมโพชฌงค์) ความมีใจตั้งมั่น จิตแน่วในอารมณ์
7. อุเบกขา (อุเบกขาสัมโพชฌงค์) ความมีใจเป็นกลาง เพราะเห็นตามเป็นจริง
โพชฌงค์ 7 เป็นหลักธรรมส่วนหนึ่งของ โพธิปักขิยธรรม 37 (ธรรมอันเป็นฝักฝ่ายแห่งความตรัสรู้ เกื้อหนุนแก่อริยมรรค อันได้แก่ สติปัฏฐาน4 สัมมัปปธาน4 อิทธิบาท4 อินทรีย์5 พละ5 โพชฌงค์7 และมรรคมีองค์ 8)

WIKIPEDIA

Wednesday, November 20, 2013

การโปรดสัตว์ ตอนที่ 1 : การโปรดสัตว์ด้วยการปลดล็อคกรรม

เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ว่าจะเขียนตั้งนานแล้ว แต่ด้วยเนื้อหาเรื่องการโปรดสัตว์จริงๆนั้นมีความเป็นอจิณไตยอยู่มาก แถมรายละเอียดก็เยอะ แถมเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ถ้าจะเขียนหมดก็คงหลายตอน

แต่ถึงจุดนี้ก็คงต้องเขียนแล้วครับ เพราะมีผู้โปรดสัตว์และผู้แสวงหาสัจธรรมจำนวนมาก(เรียกว่าเกือบทั้งหมด) สับสนระหว่าง การจบกิจเฉพาะตน กับ การโปรดสัตว์ ซึ่งเนื้อหามันเป็นคนละเรื่องเลย ก็เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า

การโปรดสัตว์นั้นคืออะไร?

การโปรดสัตว์นั้นคือ การนำพาสรรพสัตว์ให้หลุดพ้นจากทุกข์ หลุดพ้นจากโมหะอวิชชา ซึ่งถ้าจะพูดกันจริงๆถึงเรายละเอียดคงจะสาธยายได้ไม่รู้จบ แต่ก็สามารถที่จะสรุปรวมได้ว่า ทุกอย่างคือการโปรดสัตว์จริงๆ แต่....

Sunday, November 17, 2013

Ultimate Truth from Facebook#2

นอกเหนือทั้งคติ และอคติ No pride and no prejudice.































--------------------------------------------------------

Friday, November 15, 2013

กรรม 102 : เชื้อโมหะ เชื้อกรรม

บทความนี้มาว่ากันด้วยเชื้อโมหะ หรือเชื้อกรรมกัน เพราะเป็นส่วนสำคัญที่แอบกระตุ้นทำให้ผู้คนทั้งหลายต้องหลงวกวนกับสิ่งต่างๆในปัจจุบันไม่จบไม่สิ้นเสียที

คงเคยได้ยินกันในบทสวดทำวัตรเช้า-เย็นกันนะครับว่า
เรามีกรรมเป็นของตน เป็นทายาทแห่งกรรม มีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นที่พึ่ง จักทำกรรมใด ดีก็ตาม ชั่วก็ตาม เราจักเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น

Tuesday, November 12, 2013

กรรม 101

เขียนบทความมาเกือบๆสี่ปี ไม่น่าเชื่อว่ายังไม่ได้เขียนในหัวข้อเรื่องกรรมอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ได้แต่เขียนแทรกในบทความอื่นๆเอาไว้มากมาย วันนี้ขออธิบายเรื่องกรรมกันอย่างละเอียดสักทีก็แล้วกัน

ก่อนอื่นต้องเข้าใจพื้นฐานของโลกธาตุ สังสารวัฏก่อนว่า มีกฏสองข้อที่กำกับทุกสรรพสิ่ง สรรพธาตุ สรรพธรรม ทั้งหลายอยู่ นั่นก็คือ กฏไตรลักษณ์ กับ กฏแห่งกรรม

Friday, November 8, 2013

นิโรธไม่ได้แปลว่าการดับทุกข์

เพิ่งมารู้นี่แหละว่าคำว่า "นิโรธ" เขาแปลว่าการดับทุกข์ รู้จากกลุ่มพุทธวจนเสียด้วย แต่ก็ขอบอกไว้ตรงนี้ว่า นิโรธ ไม่ได้แปลว่าการดับทุกข์ครับ แปลผิดได้ขนาดนี้ก็เลยยังมั่วกันอยู่นี่ล่ะ ไม่น่าล่ะ ถึงหลงไปทำฌานดับทุกข์กันใหญ่

นิโรธหรือนิพพานนั้นคือคำๆเดียวกัน แปลว่า ความดับ แต่ดับในที่นี้ไม่ได้หมายถึงดับทุกข์ครับ เพราะทุกข์ทั้งหลายนั้นเป็นความดับลงของทุกสรรพสิ่ง สรรพธาตุ สรรพธรรม ที่ดับโดยตัวมันเองในทุกๆขณะ หรือที่แสดงไว้เป็นข้อหนึ่งของกฎไตรลักษณ์คือ ทุกขัง ซึ่งแปลได้ว่าเสื่อมไปโดยตัวมันเอง"อยู่แล้ว" ที่ต้องใส่คำว่าอยู่แล้ว เพราะมันดับเองทุกขณะ ไม่ว่าจะมีเหตุหรือไม่มีเหตุมันก็จะดับของมันเอง ส่วนที่ว่ามันต่อเนื่องนั้นก็เพราะไปหลงตอกย้ำเหตุลงไปซ้ำๆ หลงทำให้มันเกิดซ้ำๆ มันจึงเป็นอุปาทานต่อเนื่องไปเรื่อย แต่มันก็ดับเองอยู่ดี อันนี้เป็นกฏตายตัวของสังสารวัฏเลย เถียงไม่ได้แม้แต่นิดเดียว