Wednesday, October 2, 2013

ขี้เรื้อนเกาโลก

ที่รัก...ถามจริงๆว่า เธอคันมากหรือไง?
เห็นตั้งแต่เธอเริ่มเกาตัวเอง
เกามากๆเข้าก็เลยไพล่ไปนึกเอาว่า คนอื่นก็คันเหมือนกับเธอ
และในนามแห่งความหวังดี ความห่วงใย และความเมตตาอันท่วมท้นของเธอ
เธอก็เริ่มที่จะเกาให้คนอื่น เกาให้ด้วยเข้าใจว่าความคันมันทรมาน
เธอจึงไม่อยากให้ใครคันต่อไปอีก เธอจึงเริ่มเกา ช่วยคนอื่นเกา

แล้วเธอก็ลามไปถึงกับเกาโลกทั้งใบ เกา...เพราะคิดเอาเองว่าโลกใบนี้มันคัน
เกาอย่างเมามันในนามแห่งความหวังดี ความห่วงใย และความเมตตา...เจ้าเก่า

เธอเกาทุกสรรพสิ่ง ไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม ไปที่ไหนก็เกา
เกากันมันหยดทั้งในประเทศและต่างประเทศ เกามันไปทุกตารางนิ้วของโลกนี้
เกาได้ตั้งแต่รัฐมนตรียันขอทาน เกาไม่หยุด...เพราะเธอรู้ว่าความคันมันทรมาน
ชีวิตเธอจึงทุ่มเทให้กับการเกา เกาตัวเอง เกาคนอื่น เกาที่ทำงาน เกาคนที่บ้าน
เกาญาติโกโหติกา เกาโคตรเหง้าสักหลาด เกาโลก เกาๆๆๆๆ

แม้กระทั่งตอนนอน เธอก็ยังเก็บเอาไปเกาต่อในฝัน
เธอเกาทุกอย่างจนเลือดออก จนเป็นแผล
โดยที่เธอไม่เคยถามคนอื่นเลยว่าคันเหมือนเธอไหม
และแล้ว ทุกๆคนที่เธอได้เกาให้ก็เริ่มตีจากเธอไป เริ่มห่างเหินจากเธอไป
...ด้วยบาดแผลที่เธอทิ้งเอาไว้มากมาย จากกรงเล็บของเธอเอง
ที่ทำไปเพราะความหวังดี ความห่วงใย และความเมตตาอันไม่มีประมาณกาลเทศะอะไรเลย

เธอทั้งหลายก็จงมองดูเอาจริงๆเถิดว่า คนอื่นเขาคันแบบเธอไหม
หรือเธอเอาอารมณ์คันของเธอเองไปตัดสินคนอื่นว่าคันเหมือนเธอ
แล้วเธอก็เริ่มเกาทุกอย่างด้วยอารมณ์คันของเธอเอง ทั้งๆที่ไม่มีใครเขาคันเหมือนเธอเลยสักคน
และที่สำคัญคือเขาไม่ได้ขอให้เธอเกาเลยแม้แต่นิดเดียว
แต่เสียไม่ได้ เพราะเธอมีสมมติครอบตนอยู่ว่าเป็น สามี ภรรยา พ่อ แม่ พี่ น้อง เจ้านาย ฯลฯ
บางคนเขาไม่คันอะไร พอเธอไปเกามากๆเข้า เขาก็เลยคันตามเธอไปด้วย ก็เลยช่วยกันเกา
ขี้เรื้อนของเธอจึงแพร่กระจายสู่โลกกว้าง ด้วยกรงเล็บของเธอเอง
...ในนามแห่งความหวังดี ความห่วงใย และความเมตตาอันท่วมท้น...เหมือนเดิม

ที่รัก...สิ่งที่เธอควรทำไม่ใช่ไปเกาให้คนอื่น หรือแม้กระทั่งการเกาให้ตัวเองแต่อย่างใด
เพราะความคันทั้งหลายในชีวิตไม่ได้มาจากขี้เรื้อนที่เธอหลงคิดเอาเองว่าเธอเป็น
...หรือหลงคิดเอาว่าคนอื่นก็เป็นเช่นเธอ

เพราะขี้เรื้อนทางความคิดความเชื่อทั้งหลายของเธอนั้นมันไม่มีจริง ไม่ใช่ของจริง
มันมาจากการที่ตัวเธอเองนั่นแหละ ที่เอาทิฏฐิของตนไปวัดตนเอง ไปวัดคนอื่น ไปสวมให้คนอื่น ไปเกาให้คนอื่น
แล้วทิฏฐิที่เธอมี มันก็ไม่เคยพอดี หรือดีพอ แม้กระทั่งทิฏฐิต่อตัวเธอเองก็ไม่เคยดีพอเช่นกัน
เมื่อยึดถือดังนั้นแล้ว ความคันจึงอุบัติขึ้นแก่เธอ เธอจึงคัน เธอจึงเห็นว่าคนอื่นคัน เธอจึงเห็นว่าโลกนี้มันคัน
แล้วเธอก็เริ่มเกา ในนามแห่งความหวังดี ความห่วงใน และความเมตตา
...ซึ่งก็หลงคิดเอาเองทั้งนั้น ไม่ได้ตรงต่อความเป็นจริงแต่อย่างใด

การแก้คันที่ดีที่สุดนั้น ก็ไม่ต้องไปแก้อะไรมันเลย
เพราะความคันนั้นมาจากการที่เธอหลงคิดเอาเอง หลงเชื่อเอาเอง
หลงยึดในทิฏฐิตน หลงเอาความเห็นความหมายแห่งตนมาเป็นประมาณ...ว่ามันคัน
ตัวเธอจริงๆมันก็ไม่ได้เป็นขี้เรื้อนหรอกนะที่รัก
แต่มันเป็นขี้เรื้อนในทิฏฐิความเชื่อ และความยึดติดของเธอเอง
พูดง่ายๆว่า ยึดทิฏฐิตนเป็นประมาณเมื่อไหร่ก็คันเมื่อนั้น

โชคดีที่ขี้เรื้อนทางทิฏฐิความเชื่อเหล่านี้เป็นเพียงเรื่องชั่วคราว
ไม่ต้องไปอ่านฮาวทู ไม่ต้องไปสะกดจิต ไม่ต้องคิดบวกอะไร ไม่ต้องเริ่ม เพราะเดี๋ยวมันจะคันขึ้นมาอีก
ก็เพียงแค่เธอทั้งหลายปลงทิ้งเสียซึ่ง การเอาทิฏฐิความเห็นของตนมาเป็นประมาณ
ปลงทิ้งเสียซี่ง ความยึดติดในความคิด ความเห็น ความหมาย คติ อคติทั้งหลายที่เธอมีต่อโลก ต่อตนเองและผู้อื่น
เพราะทุกสิ่งทุกอย่างมันก็ดำเนินไปอย่างนั้นของมันเองอยู่แล้ว เป็นธรรมชาติของมันอยู่แล้ว
ไม่เคยเอียง ไม่เคยคันอย่างที่เธอคิดเอาเอง ยึดเอาเองเลยแม้แต่นิดเดียว

เมื่อเธอละทิ้งทิฏฐิทั้งหลายที่เธอยึดเอาเป็นประมาณลงแล้ว
เธอก็จะพบว่าความแบ่งแยกขัดแย้งระหว่างเธอและคนอื่นๆมันก็จะหมดไป
ความคันทั้งหลายที่ทำให้เธอหลงเกาโลกทั้งใบก็จะหมดไป
และเธอก็จะแจ้งไปเองว่า ตนเองไม่เคยเป็นขี้เรื้อนมาเลยแม้แต่ครั้งเดียว
แต่เป็นเพราะทิฏฐิขี้เรื้อนของเธอนั่นเอง ที่เป็นสาเหตุทั้งหมดของความคัน
ภาระที่เธอเคยเกาตนเอง เกาผู้อื่น หรือแม้กระทั่งเกาโลกทั้งใบก็จะหมดไป
เกิดความสันติสุขขึ้นในใจเอง สงบร่มเย็นไปเองโดยไม่ต้องพึ่งพากรงเล็บและซีม่าโลชั่นแต่อย่างใด

1 comment:

  1. ช่วงนี้ยุ่งมากครับ ทำซีดีทั้งตอนเก่าตอนใหม่ให้หลวงพ่อก็เลยไม่ค่อยได้เขียนอะไรเป็นชิ้้นเป็นอันครับ

    ReplyDelete