Wednesday, August 7, 2013

การขอขมากรรม การประกาศสละ และการชดใช้หนี้กรรม

ขอยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดถึงกันหน่อยหลังจากที่เคยเขียนเรื่องการขอขมากรรมมานานแล้ว ซึ่งช่วงหลังมานี้ หลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะ เขมรโต ท่านได้มีการนำประกาศสละชดใช้หนี้กรรมเพิ่มเข้ามาด้วย ซึ่งความแตกต่างของ 3 วิธีนี้ก็มีอยู่ดังจะอธิบายดังนี้ครับ

ทั้งการขอขมากรรม การประกาศสละ และการชดใช้หนี้กรรม นั้นเรียกได้ว่าเป็นการต่อสายธรรมถึงมหาบารมี เหล่าองค์พุทธะ มหาพุทธะ มหาโพธิสัตว์ พระปัจเจกพุทธะ พระมหาปัจเจกพุทธะ โดยตรง เพื่อช่วยคลี่คลายกรรมวิบากที่ปิดบังสัจธรรมอยู่

วิธีการเหล่านี้เพิ่งถูกนำมาใช้เพื่อช่วยในการเคลียร์กรรมในช่วงที่สัจธรรมเริ่มเปิดและเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคธรรมศิวิไลครับ ซึ่งก่อนหน้านี้ ถ้าใครจะสามารถต่อสายถึงมหาบารมีได้ ก็ต้องเป็นผู้ที่มีบารมีสัมพันธ์เฉพาะกับมหาบารมีองค์นั้นๆเท่านั้น แล้วก็ไม่สามารถที่จะต่อสายบารมีให้คนอื่นๆได้อีก

การต่อสายบารมีถึงองค์คุณเบื้องสูงก็คือการเชิญมหาบารมีทั้งหลายเป็นประธานในการขอขมากรรม การประกาศสละ และการชดใช้หนี้กรรมทั้งหลายนั่นเอง

ซึ่งพิจารณาจากมวลรวมของกรรมสัตว์โลก ณ ปัจจุบันแล้ว บอกได้เลยว่าสรรพสัตว์ส่วนใหญ่ไม่สามารถก้าวเข้าสู่ยุคธรรมศิวิไลได้แน่ๆ ถ้าไม่ชำระกรรมเก่าเสียก่อน ก็อาจจะต้องเปลี่ยนภูมิใช้กรรมแบบเข้มข้นไปจนกว่าจะได้วาระมาเกิดใหม่อีกรอบ

การขอขมากรรมนั้น ใช้สำหรับการคลี่คลายกรรมเก่าที่ปิดบังสัจธรรมอยู่ ใช้เคลียร์กรรมที่ไม่สามารถทำให้เราเข้าใจสัจธรรมและกรรมที่ขัดขวางไม่ให้ตรงต่อสัจธรรมได้ โดยอาศัยบารมีขององค์คุณเบื้องสูงที่จะช่วยในการคลี่คลายกรรมทั้งหลายเหล่านั้น การขอขมากรรมก็จะส่งผลให้ฟังสัจธรรมเข้าใจง่ายขึ้น ปฏิฆะน้อยลง บังเกิดความโล่งโปร่งเบาในกายในใจไปเอง

ส่วนการประกาศสละความยึดติดทั้งหลายนั้น คือการล้างในส่วนที่เป็นเหตุแห่งโมหะเก่าๆ ที่แม้จะตรงต่อเนื้อหาสัจธรรมกันแล้ว แต่บางที เหตุอันเป็นกรรมเก่าทั้งหลายมันส่งผลมาให้เกิดความวกวน ติดพันอยู่เรื่อย มันก็จะเป็นอุปสรรคขัดขวางในการโปรดสัตว์ได้ ทำให้โปรดได้ไม่เต็มที่ ก็ต้องประกาศสละความยึดติดทั้งหลาย ทั้งในสัจจะสัญญา การผูกมัดผูกพัน คำสาบาน คำปฏิญาณทั้งหลาย ฯลฯ ลงเสีย

แล้วก็มาถึง การประกาศสละเพื่อชดใช้หนี้กรรม สิ่งนี้หลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะ ท่านประธานให้เมื่อหลังสงกรานต์ของปี 2556 นี้เอง ซึ่งวิธีนี้เป็นการนำเอาอธิวาสนาบารมีทั้งหลายที่เราสร้างมา ประกาศแจกจ่ายชดใช้ให้กับเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายกันไปเลย เรียกว่าไม่ต้องเสียดมเสียดายกันแล้ว ให้ของทิพย์ไปชดใช้หนี้กรรมกันในภาคทิพย์กันเลย สละให้หมดใจ สละแบบไม่ต้องเอาอะไร เพราะการสละออกของเราเพื่อชดใช้หนี้กรรมทั้งหลายไม่ว่าจะกี่ภพกี่ชาติก็แล้วแต่ มันไม่ได้ช่วยให้เราหลุดพ้นคนเดียวเท่านั้น แต่โดยปกติ กรรมทั้งหลายล้วนผูกกันสองฝั่งคือฝั่งผู้กระทำและผู้ถูกกระทำ เมื่อประกาศสละเพื่อชดใช้หนี้กรรมไปแล้ว ยกโทษอโหสิกรรมให้กับผู้กระทำกรรมกับเราไปแล้ว และขอขมาต่อผู้รับกรรมที่เรากระทำลงไป(ส่วนเขาจะยกโทษให้หรือไม่ ก็ไม่ต้องกังวล) อธิวาสนาบารมีของเราที่เคยได้ฟังสัจธรรมและสว่างไสวเพราะสัจธรรมก็จะต่อตรงไปถึงเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย ซึ่งจะช่วยคลี่คลายพันธนาการกรรมของเราออก นั่นก็หมายถึง การปลดล็อคทั้งสองฝั่งโดยมีองค์คุณแห่งมหาบารมีเป็นประธานในการชำระกรรมนี้ เมื่อชำระกรรมกันในภาคทิพย์แล้ว เราเองก็จะคลี่คลายสว่างไสว อุปสรรคในการโปรดสัตว์จะลดลง ส่วนเจ้ากรรมนายเวรนั้นก็จะได้ส่วนของอธิวาสนาบารมีชดเชยชดใช้ไป แถมยังคลี่คลายจากความผูกมัดรัดรึงไปพร้อมๆกันด้วย ก็ลองนึกดูแล้วกันว่าเราวนเวียนในสังสารวัฏนี้มายาวนานขนาดไหน เจ้ากรรมนายเวรตั้งเท่าไหร่ เมื่อเราคลี่คลายก็หมายความว่ามีดวงจิตอีกมากมายที่คลี่คลายตามไปด้วย นำพาสังสารวัฏโดยรวมคลี่คลายไปด้วยโดยอัตโนมัติ

ถามว่าแล้วเจ้ากรรมนายเวรจะยอมหรือ?

การนี้เรามีองค์คุณแห่งมหาบารมีทรงเป็นประธานในการชดใช้หนี้กรรม ยังไงเจ้ากรรมนายเวรก็ยอมอยู่แล้วครับ ซึ่งการสละเพื่อชดใช้หนี้กรรมนี้ก็เหมือนกับเราออกบวชแล้วมาบอกเจ้ากรรมนายเวรให้ได้มีส่วนแห่งบารมีในการโปรดสัตว์ด้วยครับ คลี่คลายสว่างไสวมีหรือที่ใครจะไม่ยอม เพียงแต่ว่ากรรมนั้นมากหรือน้อยเท่านั้นเอง ถ้ากรรมมากก็อาจจะใช้เวลานานกว่าจะคลี่คลาย คือยังไงก็ต้องชดใช้ให้หมด ถ้ากรรมน้อยๆจะเห็นอานุภาพได้เร็วขึ้น

อย่างที่เจอกับตัวเองเมื่อเดือนก่อนคือ ขาและเข่าซ้ายของผมนั้นปวดเรื้อรังมาเป็นเวลาเกือบๆ 10 ปีนับตั้งแต่ตกบันไดเป็นต้นมา ที่ผ่านมาเคยไปฝังเข็ม เล่นโยคะ ยืดเส้น ยังไงก็ไม่หาย ทายาอีท่าไหนก็ไม่หาย อย่างดีก็หายไปวันสองวันแล้วก็กลับมาปวดอีก เป็นเรื้อรังจนลืมไม่ได้สนใจแล้ว และไม่คิดว่ามันจะหายด้วย ซึ่งแม้แต่ขอขมากรรม หรือประกาศสละก็ไม่หายครับ

แต่พอผมเริ่มประกาศสละชดใช้หนี้กรรมไปได้เพียงอาทิตย์กว่าๆเท่านั้น อาการปวดขาซ้ายและเข่าเรื้อรังก็เริ่มค่อยๆหายไปไปเอง พอหายปวดก็เหลือแค่ตึงๆอยู่อาทิตย์นึง จนตอนนี้เรียกว่าหายดีเป็นปกติแล้วครับ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นไปโดยที่ผมไม่ได้ทำอะไรเลยครับ ไม่ได้คาดหวังถึงอานุภาพอะไรเลย ที่นำกล่าวประกาศสละชดใช้หนี้กรรมก็เพื่อชำระกรรมเก่าให้จิตญาณของเจ้ากรรมนายเวรผู้อ่านเว็บไซต์ที่วิ่งเข้ามาทุกๆวัน

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็แนะนำให้ประกาศชดใช้ไป อย่าไปหวังอะไร สละให้หมดใจ แล้วกรรมวิบากทั้งหลายจะคลี่คลายไปเอง ของมันเอง ไปร้อนรนก็ไม่ได้ ไปเร่งก็ไม่ได้ วางใจอย่างเดียว ซึ่งการประกาศสละชดใช้หนี้กรรมจะช่วยให้การโปรดสัตว์มีอุปสรรคขัดขวางน้อยลง

อธิวาสนาบารมีที่เราเคยมีนั้น ไม่ต้องไปหวงหรอกครับ ยิ่งหวงยิ่งคับแคบไม่กว้างขวาง อธิวาสนาบารมีทั้งหลายนั้นปกติก็มีเอาไว้ใช้โปรดสัตว์อยู่แล้ว อย่าไปใช้บารมีไปในเชิงหลงโลกก็แล้วกัน เดี๋ยวจะต้องลงไปใช้กรรมในนรกเอาได้ง่ายๆ ก็แค่ประกาศให้ไป สละไป เดี๋ยวเจ้ากรรมนายเวรได้มีส่วนในบารมี คลี่คลายสว่างไสวแล้ว อุปสรรคในการโปรดสัตว์จะน้อยลง เจ้ากรรมนายเวรจะมีส่วนในการโปรดสัตว์ของเราด้วยไปตลอดกาล เนื้อหาบารมีที่สละออกไปนั้น จะสะท้อนกลับมาถึงเรามากขึ้น และยิ่งเป็นทิพย์อันละเอียดกว่าที่เราเคยมีมาในอดีตเสียอีก

การประกาศสละชดใช้หนี้กรรมจริงๆแล้วก็คือเครื่องมือในการโปรดสัตว์อย่างหนึ่ง การโปรดสัตว์นั้นไม่ใช่แค่การให้สัจธรรมเพื่อล้างโมหะอย่างเดียวเท่านั้น แต่การประกาศสละชดใช้หนี้กรรมนี้ก็จะช่วยคลี่คลายกรรมทั้งหลายให้น้อยลงเร็วกว่าการขอขมากรรมอย่างเดียว เหมาะกับยุคสมัยที่มีกรรมมากๆอย่างปัจจุบัน ซึ่งวิธีนี้จะยังผลให้ภพชาติสั้นลง หลุดพ้นได้ง่ายขึ้น ตรงต่อเนื้อหาสัจธรรมได้ง่ายขึ้นด้วย

บางท่านตรงต่อสัจธรรมแล้ว แต่กรรมทั้งหลายยังพาลากไปใช้กรรมไม่จบสิ้น ซึ่งถ้ากรรมมากเสียจนใช้ชาตินี้ไม่หมด ก็อาจจะต้องไปเกิดอีกเพื่อใช้กรรมให้หมดจริงๆ เพราะถ้าจะจบภพจบชาติได้จริง ก็ต้องส่งคืนทุกอย่างสู่ความว่างแห่งสัจธรรม แม้กระทั่งกรรมเองก็ต้องส่งคืนเช่นกันครับโดยการรับวิบาก ซึ่งการประกาศสละชดใช้หนี้กรรมนี่แหละที่จะช่วยให้คลี่คลายกรรมได้มากกว่าการชดใช้วิบากกรรมในแบบตามเวรตามกรรมเสียอีก เรียกว่าตั้งโต๊ะใช้หนี้กันเลยทีเดียว จะได้จบๆกัน

ในส่วนของพระโพธิสัตว์ทั้งหลายก็ไม่ต้องกลัวว่าจะนิพพานก่อนวาระเมื่อประกาศสละชดใช้หนี้กรรมแล้วนะครับ แต่ท่านจะโปรดสัตว์ได้ง่ายขึ้นและอุปสรรคน้อยกว่าครับ อย่างน้อยการนำพาประกาศสละชดใช้หนี้กรรมก่อนฟังหรืออ่านสัจธรรมก็จะทำให้งานล้างโมหะผู้คนง่ายยิ่งขึ้น ไม่งั้นจะเหมือนเอาจอบไปฟันหินครับ

เมื่อท่านตรงต่อสัจธรรมแล้ว กิจในการโปรดสัตว์ก็จะเป็นอัตโนมัติไปเอง ไม่ต้องคอยแบกคอยวาง คอยวางแผนอะไรให้เหนื่อยใจเหนื่อยกายอีก

คำประกาศสละชดใช้หนี้กรรม
http://rombodhidharma-media.blogspot.com/2013/06/blog-post_10.html

No comments:

Post a Comment