Wednesday, February 13, 2013

สัจธรรมจาก Facebook#6

ความเบื่อหน่ายนั้นเกิดจากความอึดอัดขัดเคืองในสิ่งที่ตนยึดติด มันพยายามจะยึดแต่ก็ยึดไม่ได้ มันก็เลยเบื่อ เพราะสังสารวัฏเกิดขึ้นได้จากการยึดติด เชื่อมโยง อ้างอิงต่อสิ่งต่างๆทีมันล้วนอนิจจัง เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลาอยู่แล้ว จิตมันจึงคิดเอาเองว่ามีตัวตนขึ้นมาจากการอ้างอิงในสมมติต่างๆนั้น ซึ่งทุกๆสิ่งในความเป็นจริงคือมันไม่มีความหมายอยู่แล้ว


เมื่อเราหลงไปยึดในสมมติทั้งหลายมันจึงเกิดตัณหา พอเกิดตัณหาก็เกิดวิภวตัณหาคือสิ่งที่เราดิ้นหนี ชีวิตของมนุษย์จึงมีแต่การดิ้นรนค้นหาความสุข และดิ้นหนีสิ่งที่เป็นทุกข์อยู่ตลอด ทั้งๆที่ในความเป็นจริงแล้ว ทุกข์กับสุขมันคือสิ่งเดียวกัน เกิดจากสิ่งเดียวกันคือโมหะอวิชชาความหลง หลงว่ามี หลงว่าเป็น

พระพุทธเจ้าท่านไม่ได้สอนให้ดับทุกข์แล้วแสวงหาความสุขที่แท้จริง แต่ท่านสอนให้ดับเหตุแห่งทุกข์ เมื่อเหตุแห่งทุกข์ดับลง สุขก็จะไม่มี ทุกข์ก็จะไม่มี เพราะมันคือสิ่งเดียวกัน เมื่อเหตุแห่งทุกข์ดับลงก็จะเป็นภาวะที่ว่างจากธรรมคู่ทั้งปวง นิพพานจึงไม่ใช่สุขอย่างยิ่ง แต่นิพพานนั้นพ้นไปจากธรรมคู่ทั้งหลาย นอกเหนือแม้กระทั่งสุขเอง ไม่มีความหมายในความเป็นอะไรทั้งนั้น

ดังนั้นการดับเหตุแห่งทุกข์ก็คือฟังสัจธรรมแท้ให้ตรง สัจธรรมที่ว่าทุกอย่างมันไม่ยึดติดกันอยู่แล้ว เพียงเเต่เราหลงไปเองว่ามันยึดกันได้ มันจึงทุกข์

แต่เมื่อฟังสัจธรรมเข้าใจแล้ว เลิกหลงแล้ว ทุกข์นั้นก็มีอยู่ แต่ไม่มีความหมายในความเป็นทุกข์ใดๆ สุขนั้นก็มีอยู่แต่มันไม่มีความหมายในความเป็นสุขใดๆ เมื่อนั้นมันจะไม่เกิดความแตกต่างในสรรพสิ่งหรือสภาวะทั้งหลาย เมื่อหมดสิ้นความแตกต่างของสรรพสิ่ง เมื่อนั้นโมหะ ตัณหา ความยึดติดก็จะดับลง หมดตัวดิ้นรนแสวงหา นั่นแหละคือเนื้อหานิพพาน คือว่างจากการยึดติดทั้งปวง ว่างจากความหมายทุกๆอย่างในสังสารวัฏ

แล้วเหตุแห่งทุกข์นั้นดับได้อย่างไรเล่า เหตุแห่งทุกข์นั้นดับได้ด้วยการคลายออกจากโมหะความหลงที่ครอบงำจิตเอง ทุกๆสิ่งที่ผ่านเข้ามากระทบผัสสะ อายตนะก็ไม่ต้องไปใส่ใจหรือสนใจมัน สักแต่ว่าไป อะไรๆก็ช่างมัน แล้วมันก็จะผ่านไปๆๆ โดยไม่มีการตอกย้ำในกรรมใดๆ เพราะยิ่งไปตอกย้ำมันก็จะยิ่งอินกับมัน รู้สึกไปกับมันมากขึ้น แต่ถ้าช่างมันไปเรื่อยๆ มันก็จะคลายออกจากความหลงเอง ผัสสะ อายตนะทั้งหลายที่เคยรู้สึกจัดๆก็จะจางคลายไปเอง ทั้งทุกข์ทั้งสุขก็จะคลายออกเองครับ

No comments:

Post a Comment