Saturday, February 23, 2013

สัจธรรมจาก Facebook#32

หลายคนบอกว่าความสำเร็จในชีวิตมาจากพระพุทธเจ้า
หลายคนบอกว่าใช้ธรรมนำทาง
หลายคนบอกว่าธรรมนำให้พบคู่แท้
หลายคบอกว่าธรรมเป็นแสงสว่างนำชีวิต
หลายคนบอกว่าธรรมทำให้ชีวิตจิตใจดีขึ้น

ผู้คนทั้งหลายล้วนแล้วแต่นึกเอาว่าพระธรรมทำอะไรได้ตั้งหลายอย่าง
บันดาลอะไรได้ตั้งหลายอย่าง แบบที่ใจต้องการ
หารู้ไม่ว่าทั้งหลายเหล่านี้ที่อ้างมา
ไม่ใช่พระธรรมหรอกที่บันดาลให้
แต่เป็นตัณหาต่างหากที่บันดาลให้มีให้เกิดขึ้น

ก็มีแต่ "ตัวเธอ"เองนั่นแหละ
ที่พยายามดิ้นรนที่จะทำให้อะไรๆมันดี
ตามที่ตัณหาของตนต้องการ
ไม่ใช่ใจเธอหรอกนะที่ต้องการอะไรๆอย่างที่คิดเอาเอง
เพราะโดยธรรมชาติของใจมันรู้เพียงอย่างเดียว
...ไม่มีความต้องการอะไร ไม่มีความเอนเอียงอะไร

ธรรมทั้งหลายมันก็เป็นไปตามเหตุปัจจัยของมันเองอยุ่แล้ว
โดยที่มันไม่เคยหืออือกับใคร หรือลุกขึ้นมาช่วยให้ใครมีชีวิตที่ดีขึ้น
ธรรมทั้งหลายล้วนไม่มีความหมายอะไรอยู่แล้ว
ทุกอย่างโดยธรรมอยุ่แล้ว นั่นคือ มันไม่มีดีมีเลวอยู่แล้ว
แล้วจะเอาธรรมไปทำดี ทำกุศลได้อย่างไร?

ก็ปลงเสียซึ่งทิฏฐิมานะเบี้ยวๆแห่งตน
เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ยังมี "ตน" คอยเสนอสนองทิฏฐิเอียงๆของตน
ตราบนั้นก็ได้แต่กรรม แล้วกรรมก็บันดาลให้เป็นไปตามกรรม
แล้วก็มาอ้างธรรมเขียนหนังสือหากินเป็นกรรมอยู่นั่น
ปลงซะ แล้วมันก็จะตรงต่อธรรมไปเอง
แล้วจะได้รู้ว่า ธรรมนั้นเอาไปทำอะไรไม่ได้เลย
เพราะมันเป็นอย่างนั้นอยู่เองแล้วตลอดเวลา
ไม่อย่างงั้นว่าจะเอาธรรมไปช่วยซักผ้าอยู่เหมือนกัน

---------------------------------------------------------------------------

เห็นสอนกันทั่วบ้านทั่วเมืองว่าให้รักษาใจให้เป็นปกติ
แล้วปกตินั้นเป็นอย่างไรเล่า?
ใจนิ่งๆเหรอ?
ใจที่ไม่มีกิเลสเหรอ?
ใจที่ไม่ไหลตามอารมณ์เหรอ?
ใจที่เป็นกุศลเหรอ?
คิดเองเออเองทั้งนั้น!

ใจโดยธรรมชาติของมันก็รับรู้สิ่งต่างๆของมันโดยไม่ตัดสินอะไร
ไม่ปรุงแต่งอะไร ไม่มีความหมายกับอะไรอยู่แล้ว
เรียกว่าใจที่ว่างจากตัวตนซ้อนลงไปที่ใจ
เรียกว่าใจที่ว่างจากโมหะอวิชชาที่ครอบงำลงไปที่ใจ
เรียกว่าใจที่ว่างจากความเป็นใจเสียเอง
ใจที่ปกติจึงไร้ตัวตนซ้อนลงไปในการรู้สิ่งต่างๆ
เป็นใจที่ไม่หลงไปปรุงแต่งในธรรมใดๆอีก

นั่นแหละคือใจที่เป็นปกติธรรมดาของมันเอง
แต่ธรรมชาติเดิมแบบนี้ของใจจะไปทำเอาไม่ได้
ต้องปล่อยให้มันเป็นไปของมันเอง
โดยไม่ตัดสิน โดยไม่บังคับ
โดยไม่เลือก โดยไม่กำจัดอะไร
แล้วนั่นแหละใจก็จะคืนสู่ธรรมชาติเดิมแท้ของมัน
ที่ปราศจากความเป็นเราหลงเข้าไปปรุงแต่งไปเอง

No comments:

Post a Comment