Saturday, February 2, 2013

สัจธรรมจาก Facebook#3

ถาม: ขณะที่องคุลีมาลบรรลุอรหันต์นั้น ท่านมีศีล 5 ครบหรือไม่


ตอบ:

เรื่ององคุลีมาลนี่ท่านบรรลุก่อนบวชนะครับ ตอนบรรลุนี่ยังจะพยายามวิ่งตามพระพุทธเจ้าอยู่เลย แต่พระพุทธเจ้าท่านแสดงฤทธิ์ให้วิ่งยังไงก็วิ่งไม่ทัน พอเหนื่อยหมดแรงแล้วพระพุทธเจ้าก็ตรัสกับองคุลีมาลที่วิ่งไล่ตามจะฆ่าพระพุทธเจ้าว่า "เราหยุดแล้วท่านเล่าหยุดหรือยัง" แล้วองคุลีมาลก็บรรลุเป็นอรหันต์ทันทีตรงที่ดาบคาอยู่ในมือนั่นล่ะครับ คือเหนื่อยขาดใจพอฟังปั๊บเลยปลงหมดทันที บรรลุทันที แล้วก็ขอบวชตรงนั้นเดี๋ยวนั้น ถ้าเป็นสมัยนี้ โน่นโดนประหารแล้วครับ 555

ส่วนพระพาหิยะตอนที่ไปพบพระพุทธเจ้าครั้งแรกท่านเป็นนักบวชกำมะลอครับ คือคนอื่นคิดว่าเป็นพระอรหันต์ ท่านก็เลยลักไก่ตามน้ำไม่บอกความจริงว่าไม่ใช่พระอรหันต์ หลอกรับทานจากชาวบ้านไปเรื่อย พอไปเจอพระพุทธเจ้า ท่านตรัสอยู่ไม่กี่ประโยคก็บรรลุเป็นอรหันต์ทันที

จริงๆในยุคพุทธกาลมีผู้บรรลุธรรมตอนกำลังจะสร่างเมาด้วยนะครับ แต่ผมจำไม่ได้ว่าเป็นท่านใด

ซึ่งการบรรลุธรรมไม่เกี่ยวกับศีลครับ เพราะศีลจริงๆมันเป็นเนื้อหาที่ทำให้เราไม่ลำบากมากธาตุขันธ์ในการดำรงชีวิตมากเกินไปครับ คือเนื้อหาของศีลที่แท้จริง คือแค่ละเว้นการเบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เท่านั้น ไม่ได้ให้ไปรักษาศีล รับศีล หรือถือศีลครับ พุทธไม่มีการเข้ารีตนะครับ แบบนั้นถือเป็นศีลแบบพราหมณ์ครับ แค่ละเว้นเฉยๆก็เป็นศีลแล้ว ละเว้นนี่ไม่ทำอะไรที่เบียดเบียนก็เป็นศีลแล้วครับ ไม่ต้องไปยึดไม่ต้องไปถือ ไม่เชื่อไปเช็คได้เลยว่า ศีลทุกอย่างที่บัญญัติเอาไว้สรุปลงได้เป็นแค่ 2 อย่างคือไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น

แต่คนสมัยนี้ถือศีลแบบเคร่งก็ไปทำให้ตัวเองเครียด พอทำผิดศีลก็เครียด แบบนี้เบียดเบียนตัวเอง คือมันเข้าไปยึดติด เอามาเป็นภาระ มันไม่ใช่ครับ แบบนี้เบียดเบียนตนเอง พระพุทธเจ้าท่านมาพาให้พ้นทุกข์ไม่ใช่เอาทุกข์มาให้เพิ่มนะครับ อะไรที่ผิดแล้วก็ให้มันแล้วไป ไม่ต้องกลับมาตอกย้ำอีก ก็ให้มันผ่านไป

ส่วนอนันตริยกรรมไม่ได้ห้ามนิพพานนะครับ เพียงแต่ต้องวนใช้กรรมนานหน่อย นานจนลืม เลยเรียกว่าอนันตริยกรรม อย่างที่ชาวพุทธชอบยกตัวอย่างคนที่ทำให้สงฆ์แตกแยกว่าเหมือนพระเทวทัต จริงๆพระเทวทัตก็ได้รับการพยากรณ์แล้วนะครับว่าจะสำเร็จเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าในภายภาคหน้า

เรื่องดีเรื่องเลวก็เหมือนกัน เรื่องความดีความเลวนั้นสอนกันมาตั้งแต่ก่อนมีพระพุทธเจ้าแล้ว สุดท้ายท่านก็มาพาออก เพราะธรรมคู่นั้นเกิดจากสภาวะของตัณหาและวิภวตัณหาครับ คือชอบก็ดี ไม่ชอบก็เลว ท่านให้ทิ้งทั้งดีและเลว มันก็หมดตัณหาทันที ก็อย่างองคุลีมาลท่านฆ่าคนเป็นเบือก็เพราะเชื่อว่าจะทำให้ท่านบรรลุไง ท่านเชื่อว่าดีอ่ะจะไปเถียงท่านเหรอ 555 คือตอนนั้นท่านก็หลงไปน่ะ พอเจอพระพุทธเจ้าก็บรรลุทันที

ส่วนเรื่องพระอรหันต์รับแต่เศษกรรมนั้น จริงๆท่านไม่ได้รับนะครับ เพราะจิตท่านไม่เกาะเกี่ยวเหนี่ยวรั้งธาตุขันธ์ว่าเป็นตัวท่านแล้ว ทิ้งแล้ว พอวิบากกรรมเข้ามา วิบากนั้นก็รุมกินโต๊ะได้แต่กายธาตุ แต่จิตท่านก็ทิ้งแล้ว มันเลยไม่มีตัวตนเข้าไปเสวยวิบากอะไร มีเวทนาก็แค่ทางกาย แต่ใจของท่านพ้นเวทนาทั้งปวงไปแล้ว พ้นแม้จากใจของตัวเองท่านก็ไม่เอา วิบากจึงไม่มีความเป็นวิบากแต่อย่างใด

ยังมีเรื่องที่ชาวพุทธยังเข้าใจผิดอยู่อีกมาก เพราะพระไตรปิฏกทุกวันนี้เจือปนไปด้วยทิฏฐิของปุถุชนที่เข้าไปแก้ไขตอนทำสังคายนาอยู่ อ่านไปอ่านมา อ้างอิงไปอ้างอิงมาก็มั่วครับเลยวนเวียนกันไม่จบเสียที ถ้าจะเอาเนื้อหาของพระธรรมแท้ๆแบบดั้งเดิมจริงๆ แนะนำให้เข้าไปที่นี่ครับ Rombodhidharma.net แต่ขอเปิดใจนะครับ เพราะในนี้เป็นโลกุตรธรรมล้วนๆ ของแท้และดั้งเดิม ไม่มีธรรมคู่เจือปนให้วกวน เป็นธรรมที่จบให้ทันที ไม่ต้องรอนิพพานไปข้างหน้าอีกแล้ว

No comments:

Post a Comment