Sunday, February 17, 2013

สัจธรรมจาก Facebook#29

จะยึดก็ของมันเอง จะไม่ยึดก็ของมันเอง
จะหลงก็ของมันเอง จะไม่หลงก็ของมันเอง
จะคลายก็ของมันเอง จะไม่คลายก็ของมันเอง
จะรู้ก็ของมันเอง จะไม่รู้ก็ของมันเอง
จะจบก็ของมันเอง จะไม่จบก็ของมันเอง

สภาวะธรรมทั้งหลายทั้งปวงล้วนเป็นเพียงความเปลี่ยนแปลงบนความว่างเปล่า
ว่างเปล่าจากความหมาย ว่างเปล่าจากความเป็นอะไร
ก็ไม่ต้องดิ้นรนไปกับสภาวะไหนไม่ว่าจะหนีสังสารวัฏหรือวิ่งหานิพพาน
เพราะทุกสิ่งล้วนแต่ว่างเปล่าจากความหมายความเป็นอะไรอยู่แล้วทั้งสิ้น

ก็ในเมื่อมันไม่ใช่ตรงสภาวะไหนเลย แล้วจะมีใครไปบรรลุอะไรได้อีกเล่า
ไม่ต้องมีเราไปหลงสว่าง หลงคลาย หลงบรรลุ หลงหาทางจบให้อะไรอีก
นั่นแหละจบ จบโดยที่จุดเริ่มต้นก็ไม่เคยปรากฏ จบโดยที่ไม่ต้องจบอะไรแม้แต่อย่างเดียว

------------------------------------------------------------------------------------------

ครูบาอาจารย์และนักปฏิบัติทั้งหลายมักจะเข้าใจกันว่านิพพานคือการดับกิเลส
เป็นการกำจัดความโลภ โกรธ หลงให้หมดไปอย่างสิ้นเชิง จะได้พ้นทุกข์เสียที
เป็นยาวิเศษที่เปลี่ยนให้คนเลว ไม่ได้เรื่อง กลับกลายเป็นคนดี มีสาระ

แล้วมันจะกำจัดกิเลสได้อย่างไร ในเมื่อกิเลสก็เป็นเพียงสภาวะธรรมอย่างหนึ่ง
ที่มันอนิจจัง ทุกขัง อนัตตาอยู่แล้ว แล้วใครเล่าไปแสดงความเป็นเจ้าของกิเลสเหล่านั้น?
กิเลส ไม่ใช่ของเรา มันเกิดและดับตามเหตุปัจจัยตามธรรมชาติของมัน
แล้วใครเล่าที่เข้าไปปฏิฆะขัดเคืองกับมัน แล้วใครเล่าที่จะไปดับมัน
ถ้าไม่ใช่ไอ้โมหะความหลงหรือสักกายทิฏฐิของตัวเอง

ก็ในเมื่อไอ้ความอยากจะไปดับกิเลสนั้นคือต้นตอของกิเลสทั้งปวงไปเสียเอง
ก็ไม่ต้องไปทำอะไรกับกิเลสอีกแล้ว เพียงแค่ปลงเสียซึ่งตัวตน
ปลงเสียซึ่งความเห็น ความหมาย ความปรุงแต่งในความเป็นไปทั้งมวล
เลิกดิ้นรนแสวงหาที่จะพ้นไปจากสภาวะใดๆอีก เพราะมันก็เป็นเีพีียงตัณหาที่ตลบหลังเอง
เมื่อนั้นก็จะคลายออกจากความหลงว่ามีความแตกต่างในธรรมทั้ืงหลายไปเอง
เมื่อนั้นก็จะแจ้งไปเองว่า ไม่เคยมีธรรมใดถูกแบ่งแยกจนกลายเป็นธรรมคู่เลยแม้แต่น้อย
เมื่อนั้นก็จะหมดความแตกต่างในสิ่งที่เป็นคู่ทั้งหลาย ไม่แตกต่างแม้กระทั่งกิเ้ลสหรือพุทธะ
นั่นแหละคือ นิพพาน คือความ "ว่างจากตัวตน" ในทุกๆสภาวะ
และสงบรำงับจากตัณหาอุปาทานทั้งปวง โดยที่ไม่ต้องไปทำอะไรอีกเลย

------------------------------------------------------------------------------------------

นิพพานไม่มีเหตุให้เกิด ดังนั้นก็ไม่ต้องไปสร้างเหตุอะไรให้ถึงมรรคผลนิพพาน
เพราะเหตุเหล่านั้นก็มีแต่เหตุแห่งความหลงงมว่าเป็นตัวเองในธรรมทั้งหลายทั้งปวงเท่านั้น
ก็ปลงเหตุจากตัวตนทั้งหลายลงเสียนั่นแหละ ผลอันมาจากความต่อเนื่องแห่งโมหะทั้งหลายก็จะดับลงเอง
หมดเหตุเมื่อไหร่ก็จะแจ้งตรงต่อ นิพพาน อันไม่เนื่องด้วยเหตุปัจจัยใดๆไปเอง

-------------------------------------------------------------------------------------------

สภาวะทั้งหลายมันไม่ใช่อะไร ไม่มีความหมายอะไรอย่างแท้จริง นิพพานก็ไม่ใช่ที่เรานิพพาน แต่มันนิพพานของมันเอง

-------------------------------------------------------------------------------------------

เนื้อหาแห่งสมณะนั้นเป็นอย่างไร?
เนื้อหาแห่งสมณะที่แท้จริงนั้น
ไม่ใช่การนุ่งห่มจีวรสีนั้นสีนี้ ต้องทำพิธีแบบนั้นแบบนี้
ต้องศึกษาแบบนั้นแบบนี้ หรือแม้กระทั่งต้องสอบให้ได้วุฒิทางธรรมแบบไหนหรืออะไรก็ตาม
เนื้อหาแห่งสมณะที่แท้จริงนั้นคือ ความสมถะจากตัวตน ความสงบรำงับจากตัวตน

No comments:

Post a Comment