Thursday, February 14, 2013

สัจธรรมจาก Facebook#15

จะทำสมาธิไปทำไม ถ้าไม่ต้องการสมาธิ
จะทำสติไปทำไม ถ้าไม่ต้องการสติ
ไอ้คำว่า "ต้องการ" ที่เกิดขึ้นนั่นแหละ
เรียกว่าโดน "ตัวเอง" ตลบหลังไปแล้ว แต่ดันไม่รู้ตัวกัน
มันจึงกลายเป็นสติของกู สมาธิของกู
กูมีสติ กูมีสมาธิ
แล้วมันจะว่างจากกูได้ยังไงเล่า
ก็ "ไม่" เลย ไม่ต้องไปตั้งมันแบบไหน อย่างไร
ไม่ต้องทรงไม่ต้องดำรงแม้ขณะจิตเดียว
เท่านั้นมันก็หมดแล้วซึ่งความเป็น "กู" ในอะไรๆไปเองทันที
-------------------------------------------------------------------------------

แม้แต่ไตรลักษณ์เองก็เป็นเพียงสมมติบัญญัติที่ถูกอุปโลกน์ขึ้นมาเพื่อสะท้อนสัจธรรมเท่านั้น
เฉกเช่นสรรพสิ่งทั้งหลายที่ไม่มีความเป็นอะไรเลยแม้สักอย่างเดียว

แล้วจะยึดมั่นในธรรมอันใดได้อีกเล่า เพราะธรรมจริงๆก็ไม่มีโดยตัวมันเองอยู่แล้ว

----------------------------------------------------

ยึดติดเพียงนิดเดียว แม้แต่บุญกุศลก็จะกลายเป็นพิษขึ้นมาทันที

------------------------------------------------------------------------------

แม้แต่โมหะ กิเลส ตัณหา อุปาทานทั้งหลายก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรจะไปรังเกียจมัน เพราะมันก็เป็นเพียงสภาวะธรรมที่ไม่ใช่อะไร ปราศจากความเป็นตัวตนเราเขาอยู่แล้ว

ซึ่งถ้าเราไปคอยรังเกียจมัน คอยกำจัดมัน มันก็จะเกิดเป็นภพชาติเป็นตัวเป็นตนลงไปบนสิ่งนั้นทันที

ก็ช่างมันนั่นแหละ ไม่ต้องคอยบังคับให้จิตมันดี มันบริสุทธิ์อะไร เพราะการเข้าไปบังคับนั้นเองมันก็เกิดเป็นอ้ตตาบนจิตขึ้นมาแล้ว

เมื่อไม่ไปบังคับ ไม่ไปทรง ไม่ไปพยายามที่จะกำจัดดัดแปลงสภาวะใดออกไปจากจิตจากใจ จนเกิดเป็นอัตตาซ้อนลงในสภาวะนั้น มันก็จะดับไปเองโดยธรรมชาติอยู่แล้วทุกสภาวะ

นี่แหละคือความดับไม่เหลือแห่งตัวตนในสภาวะใดๆ
นี่แหละคือการบรรลุธรรม หรือ บรรลุทุกสภาวะธรรม โดยไม่มีตัวตนไปหลงติดขัดข้องคากับสภาวะใดๆอีก...นิพพาน

-------------------------------------------------------------------------------------

ธรรมทั้งหลายทั้งปวงในโลกธาตุนี้ล้วนแล้วแต่เป็นธรรมเอกอยู่แล้ว
ไม่มีความแตกต่างในธรรมอะไรแม้แต่นิดเดียว...นั่นคือไม่ใช่อะไร

ส่วนที่เข้าไปรู้ ไปเห็นว่าธรรมทั้งหลายเป็นของคู่นั้น
ล้วนแล้วแต่เป็นเพียงโมหะทิฏฐิหรือหลงรู้ หลงเห็น หลงคิดไปเองทั้งนั้น
และการหลงรู้หลงเห็นก็ไม่ได้ไปเปลี่ยนแปลงความเป็นจริงที่ว่าทุกอย่างมันนิพพานอยู่แล้วด้วย

------------------------------------------------------------------------------------

การสละที่แท้จริงนั้น ไม่ใช่สละเพื่ออะไร
ไม่ใช่แม้กระทั่งเืพื่อการสละเอง หรือเพื่อสัจธรรม
ไม่อย่างนั้นมันก็จะเป็นตัวตนซ้อนลงไปในการสละนั้นอีก
ก็สละให้หมดใจ แม้กระทั่งเหตุผลแห่งการสละ
ก็จะเป็น เนื้อหาแห่งการสละที่แท้จริงไปเอง

The true renunciation is not actually for certain purposes...
Not even for oneself or not for the Dharma truth...
Otherwise, it would still contain the self within that renunciation...
To renounce, it should be surrendered with all your heart. Even drop the reasons of renunciation... This then would be the genuine doctrine of the true renunciation.

Translated by: Thinada Koi Piamphongsant

No comments:

Post a Comment