Sunday, February 10, 2013

เลิกแด๊นซ์กันได้หรือยัง?

เคยสงสัยกันไหมครับว่า ทุกวันนี้เรามีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เรามีเทคโนโลยีชั้นสูงมากมายที่สามารถตอบสนองความต้องการของเราได้อย่างแทบจะเรียกได้ว่าไม่มีขีดจำกัด เรามีอุปกรณ์ที่จะเชื่อมต่อเรากับเพื่อนๆที่อยู่กันคนละมุมโลก จนเหมือนไม่มีพรหมแดนกั้นอีกต่อไป

แต่ทำไมเราก็ยังทุกข์อยู่เหมือนเดิม?...หนำซ้ำอาจจะทุกข์ยิ่งกว่าเดิมด้วยซ้ำ

ทั้งหมดทั้งมวลในย่อหน้าแรกนั้น ผมกำลังพาดพิงถึงระบบ "ทุนนิยม" ครับ

แล้วรู้หรือเปล่าว่าระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมหมุนไปได้ด้วยอะไร?

ถ้าตอบแบบนักเศรษฐศาสตร์ก็คงต้องบอกว่า เงินทุน

แต่นักเศรษฐศาสตร์คงไม่รู้หรอกว่าเบื้องหลังเงินทุนทุกก้อนนั้นก็คือ "ตัณหา" นั่นเอง ระบบทุนนิยมที่สามารถเคลื่อนย้ายทุนไปได้ทุกที่ในโลกนั้น ก็แปลได้ว่าตัณหาของนักลงทุนสามารถไปได้ทุกที่ทั่วโลกเช่นกัน ระบบทุนนิยมถึงได้เกิดวิกฤตอยู่บ่อยๆนั่นแหละครับ ยิ่งเปิดเสรีก็จะยิ่งวิกฤตมากขึ้นไปอีก เพราะมันไม่เคยพอกันนั่นเอง

แต่ลองคิดดูครับว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าอยู่ๆคนทั่วโลกก็รู้จัก "พอ" ขึ้นมา?

เศรษฐกิจก็ล่มสิครับ เพราะทุนนิยมอยู่ได้ด้วยเงินทุน(ตัณหา)ที่หมุนไปตลอดเวลา หากผู้คนรู้จักพอในสิ่งที่ตนมี ระบบเศรษฐกิจก็จะช็อคทันที

ดังนั้นกุศโลบายของระบบทุนนิยมก็คือต้องกระตุ้นการบริโภค หรือพูดกันตรงๆก็คือกระตุ้นตัณหาความอยากขึ้นมานั่นไง

ทุกวันนี้เราจึงเหมือนหมูกระทะที่เต้นเร่าๆอยู่บนกระทะร้อนๆจากไฟตัณหาที่ถูกโหมให้คุโชนอยู่ตลอดเวลาผ่านสื่อต่างๆที่กระตุ้นให้เราอยากได้อยากมี เหมือนมีคนเปิดเพลง เราก็เต้น มีคนจุดไฟ เราก็เต้น มีคนหน้าตาดีมาบอก เราก็เต้น มีนักการเมืองมาบอก เราก็เต้น เต้นไปตามแรงกระตุ้นตัณหาตลอด

แล้วรู้หรือเปล่าครับว่า มนุษย์ที่จิตใจมีแต่ความอยากนั่นอยากนี่ตลอดเวลาน่ะ เขาเรียกว่าอะไร?

เขาเรียกว่า "เปรต" ครับ คนที่เต็มไปด้วยตัณหานั้นต่างจากเปรต ตรงที่คนยังหาทางสนองตัณหาของตนเองได้ แต่เปรตนี่สิ ใช้วิบากอย่างเดียว เลือกอะไรไม่ได้เลย

กายเนื้อของเราที่ดูเป็นมนุษย์นี้เป็นเพียงผลของกรรมเก่าเท่านั้น แต่ภพที่เกิดขึ้นจากจิตของเรานั้นเปลี่ยนไปตลอดเวลา ทุกขณะจิต ดังนั้นเราจะไปตัดสินใครเอาจากรูปกายภายนอกที่ดูดีไม่ได้ เพราะคนหล่อ คนสวย หรือผู้ที่ปฏิบัติธรรมบางคน จิตไปเกิดอยู่ในภพของเปรต อสุรกาย สัตวเดรัจฉาน หรือแม้กระทั่งสัตว์นรกก็มี

เล่าถึงตรงนี้ หลายท่านที่มีปัญญาคงจะเข้าใจแล้วว่า คนส่วนมากในยุคสมัยนี้ "ขาดจากความเป็นมนุษย์" ไปเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นคนเมืองหรือคนต่างจังหวัดก็ไม่แตกต่างกันนัก

ทีนี้รู้หรือยังว่าทำไมเราจึงทุกข์กันมากขึ้น แม้เรามีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมสรรพ คนที่มีปัญญาจริงๆ เขาวิ่งไล่งับหางตัวเองตามระบบทุนนิยมไม่นานก็เข้าใจแล้วครับว่า การสนองตัณหาตัวเอง มันไม่ใช่ทางที่จะสร้างความสุขได้อย่างแท้จริง เพราะความสุขจริงๆก็เป็นเพียงสิ่งสัมพัทธ์กับความทุกข์ หรือพูดง่ายคือ ถ้าไม่ทุกข์มันก็ไม่มีสุข ซึ่งธรรมคู่ทั้งหลาย สุดท้ายมันก็เกิดจากตัณหาการดิ้นหนีดิ้นสู้ทั้งนั้นล่ะครับ มายาทั้งนั้น

พระพุทธองค์จึงสอนสรรพสัตว์ทั้งหลายให้นอกเหนือทุกข์และสุขไปเลย คือไม่อะไรกับมัน ไม่ให้ค่ามัน เพราะยิ่งสนองตัณหาตนเองไปเรื่อย มันก็ไม่เคยจบเสียที จะจบได้ก็ต้องหยุดเลย นั่นแหละจบจริง มันจะดิ้นรนจะอึดอัดขัดเคืองในช่วงแรกๆก็ช่างมัน แล้วมันจะคลายออกจากพิษตัณหาไปเอง

ส่วนไอ้โรคจิตโรคใจทั้งหลายทั้งมวลที่เกิดขึ้นกับคนปัจจุบันก็ล้วนแล้วแต่มาจากตัณหาที่มากเกินไปจนวิปริตทั้งนั้น(จะอธิบายในบทความตอนต่อๆไป)

ผมเคยคิดพล็อตหนังแนวอนาคตที่มีฉากหลังเป็นยุคสิ้นพุทธกาล ซึ่งผมจินตนาการเอาไว้ว่าเป็นยุคที่ภพของอบายภูมิผุดขึ้นมาซ้อนเหลื่อมกับภพของมนุษย์ กลายเป็นนรกบนดินที่น่ากลัวมากๆ ทุกวันนี้ก็ได้แต่อึ้งว่า ไอ้ฉากที่ผมวาดภาพเอาไว้ ตอนนี้มันโผล่ขึ้นมาอยู่ต่อหน้าเราแล้ว เพราะภพจริงๆนั้นเกิดจากจิตนั่นเอง เพียงแต่กายเนื้อแบบมนุษย์มันบดบังเอาไว้ไม่ให้เราเห็นกายทิพย์ที่เป็นอบายภูมิที่อยู่ข้างใน

และนี่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่สนฟังสัจธรรม ไปจนกระทั่งปฏิฆะในเนื้อหาสัจธรรมเลยก็มี

ด้วยรูปกายภายนอกที่ปกปิดสภาวะของภพที่อยู่ภายในเอาไว้นี่เอง ทำให้เราดิ้นรนกระเสือกกระสนหาเงินเพื่อสนองตัณหาของตนเอง เพื่อเสพสุข เพื่อความมั่นคงในชีวิต เพื่อความมั่งคั่ง เพื่อความสุขสบายทั้งตอนนี้และในบั้นปลาย จนกระทั่งจิตใจที่บีบคั้นจากการดิ้นรนไปบนตัณหานั้นได้เปลี่ยนสภาพจิตคนทั้งหลายจนกลายเป็นอบายภูมิกันหมดแล้ว จิตส่วนใหญ่จึงไม่พร้อมที่จะรับสัจธรรม ตอนตายลงแล้วจะไปที่ไหน ก็น่าจะเห็นภาพกันแล้ว

ระบบทุนนิยมนั้น ถูกออกแบบมาให้เกิดการกระตุ้นตัณหาโดยตรงครับ เรียกว่า "ตัณหา" นั้นทำให้โลก(อบายภูมิ)หมุนไป ผู้คนที่อยู่ในระบบทุนนิยม ก็ดิ้นไปด้วยไฟตัณหา ร้อนเร่าอยู่ทุกวินาที ไม่เชื่อก็ลองถามตัวเองดูสิครับ ว่าไม่ข้องแวะกับเทคโนโลยีการสื่อสารสักเดือนจะทนไหวไหม เชื่อผมเถอะว่าส่วนใหญ่ทนไม่ได้หรอก เพราะมันอยาก (ฮา)

พอตัณหาล้นโลกแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นกับโลกกับสังสารวัฏคืออะไรรู้ไหมครับ?

มันก็เสียสมดุลไปหมด อบายภูมิขยายตัวออกไปมากจนกินเนื้อที่ขึ้นมาบนภพมนุษย์ ภัยพิบัติจึงเริ่มเกิดขึ้นทั่วโลกเพื่อคืนสมดุลให้กับสังสารวัฏ ซึ่งก็ไม่รู้จริงๆว่า ไอ้แบบที่จัดหนักล้างโลกชนิดตายกันเป็นเบือเนี่ยจะมาเมื่อไหร่ ถ้าขืนมนุษย์ยังเป็นแบบนี้อยู่ก็คงอีกไม่นานหรอก

ว่าแต่เราจะเลิกแด๊นซ์ไปกับไฟตัณหากันได้หรือยัง?

เพราะถ้าไม่เลิกสนองตัณหาของตนเองและผู้อื่นเสียตั้งแต่วันนี้

ไฟนรกคงจะมาจ่อรออยู่แล้วครับ

No comments:

Post a Comment