Tuesday, February 5, 2013

คำสอนของหลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะเป็นอัตตโนมติ แน่ๆ เพราะไม่อิงกับพระไตรปิฎก

ตอบ

คำว่าอัตตโนมตินั้นแปลว่าความเห็นเฉพาะบุคคล สิ่งที่หลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะสอนหากพิจารณาผ่านๆโดยยึดเอาคำสอนแบบเถรวาทในการตัดสิน เราอาจจะเห็นว่าเป็นอัตตโนมติ แต่จริงๆแล้ว คำว่าอัตตโนมติ ประกอบด้วยคำว่าอัตตา และมติ

อัตตาก็คือตัวตน มติก็คือความเห็น ทีนี้เราลองมาพิจารณาดูว่าพระไตรปิฏก แนวทางการศึกษาและผู้ศึกษาพระไตรปิฏกนั้นมีความเป็นอัตตโนมติแทรกอยู่บ้างไหม

พระไตรปิฏกนั้น แน่นอนว่ามีเนื้อหาที่ถูกบ้างผิดบ้างปะปนกันอยู่ เพราะที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าพระอรหันต์เป็นผู้สังคายนาทั้งหมดทุกครั้ง บางครั้งก็สมมติสงฆ์บ้าง ฆราวาสบ้างเป็นผู้สังคายนา มันจึงมีอัตตโนมติแทรกเข้าไปไม่มากก็น้อย แต่เราจะถือว่าพระไตรปิฏกถูกก็แล้วกัน

มาดูกันบ้างว่าพระสัทธรรมแท้ของพระพุทธเจ้านั้นท่านสอนอะไร สิ่งที่ท่านสอนเป็นหลักก็คือกฎไตรลักษณ์ คืออนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ซึ่งพระสัทธรรมทั้งหมดจะต้องยืนพื้นและอยู่ในขอบเขตของไตรลักษณ์ หากมีข้อธรรมใดที่ผิดจากไตรลักษณ์ก็ถือว่าไม่ใช่คำสอนของพระพุทธศาสนา เรียกว่าไตรลักษณ์เป็นธรรมนูญสูงสุดของพระพุทธศาสนาเลยก็ได้

ทีนี้ลองมาพิจารณาดูกันว่าการศึกษาพระไตรปิฏกในปัจจุบันนั้น ศึกษากันแบบใช้การคิดวิเคราะห์ วิจัย วิจารณ์ วนเวียนอยู่แต่ในวิญญาณขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์อันเป็นผลผลิตจากมายากรรม ซึ่งก็คืออัตตานั่นแหละ เมื่อมันมีอัตตาในการศึกษาอยู่มันก็จะมีทิฏฐิตามมา ซึ่งทิฏฐินี่แหละคืออัตตโนมติ ดังนั้นเราก็จะเห็นคนจำนวนมากที่ใช้พระไตรปิฏกเล่มเดียวกัน แต่มีความเห็นและมีความหมายเฉพาะตัวแตกต่างกันไป ถกเถียงกันได้ไม่รู้จบ ซึ่งนั่นไม่ใช่การเจริญปัญญานะครับ มันเป็นการเจริญกรรมทั้งนั้น โดยวิธีการเข้าถึงเนื้อหาพระสัทธรรมก็เป็นสังสารวัฏและไม่ตรงต่อเนื้อหาสัจธรรมที่ปราศจากอัตตาอยู่แล้ว เนื้อหาที่เข้าใจเอาเองบนอัตตา บนทิฏฐิของตนเองมันจะตรงต่อสัจธรรมได้ยังไง

ดังนั้นผู้ที่กล่าวหาว่าหลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะ เขมรโตเป็นอัตตโนมติ ควรลองมองตัวเองใหม่ เพราะตัวเองนั่นแหละอัตตโนมติ ชอบเตะเข้าประตูตัวเองตลอด เอาความเป็นสัตว์ของตัวเองไปอ่านพระไตรปิฏก จนมันกลายเป็นสังสารวัฏภายใน วนอยู่ในการตีความ สร้างความเห็นความหมาย โดยไม่รู้ว่าตัวเองถูกห่อหุ้มด้วยโมหะทิฏฐิ นี่ไงถึงว่าจบเปรียญเก้ามันก็ไม่จบจริง จบแล้วงอกต่อ กินเกาเหลาต่อ แบบนี้แหละมันจึงมีเหตุการณ์ประเภทที่เอาพระไตรปิฏกหรือพระอภิธรรมไปกดข่ม รังแกคนอื่นทางตัวหนังสือ ข่มเหงคนอื่นทางปัญญาไง คือลอกเอาประมาณว่า เอ้า กูคัดลอกมาให้อ่านซะจะได้ฉลาด เหมือนเอาพระสัทธรรมตีหัวคนอื่นไง แทนที่จะคลี่คลายให้เขา สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่การแสดงภูมิปัญญานะ อย่างนี้เรียกว่าอวดความเป็นสัตว์ของตัวเองโดยไม่รู้ตัว กรรมทั้งนั้น

ส่วนสัจธรรมที่หลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะ เขมรโตนำมาประกาศและฟื้นฟูใหม่นั้น ไม่มีอัตตาเข้ามาเกี่ยว เพราะสัจธรรมแท้สะท้อนจากความว่าง เรียกง่ายๆว่าสะท้อนมาจากนิพพานโดยตรงนั่นแหละ การเข้าถึงเนื้อหาสัจธรรมแห่งพระนิพพานนั้นใช้วิธีอ่านเอาไม่ได้ สอบเปรียญเก้าก็ไม่ได้ ต้องตรงต่อเนื้อหานิพพานเองจริงๆถึงจะเข้าใจอย่างถ่องแท้โดยปราศจากอัตตโนมติ และการเจริญในขันธ์ ดังนั้นเมื่อไม่มีอัตตาเข้ามาเกี่ยวข้องในเข้าถึงโลกุตระปัญญา การกลั่นกรองสัจธรรมเพื่อสอนสัตว์โลกจึงไม่มีอัตตาเข้ามาเจือปนเพราะสะท้อนจากความว่าง พอส่งผ่านสัจธรรมสู่จิตอันเป็นสังสารวัฏตรงๆ สังสารวัฏนั้นจึงคลายลงได้ในทันที

โลกุตระปัญญาไม่ต้องจดบันทึก ไม่ต้องจดจำ เมื่อใดที่เข้าถึงเนื้อหานิพพาน มันจะเข้าใจเองชนิดรู้แจ้ง หรือตรัสรู้เลยทีเดียว ถึงเวลาจะเผยแพร่สัจธรรมมันจะมาเอง ชนิดสะท้อนจากความว่างนั่นแหละ มันจึงไม่มีอัตตโนมติแม้แต่นิดเดียว

ทีนี้เข้าใจตรงแล้วนะจ๊ะ

No comments:

Post a Comment