Friday, February 8, 2013

ศีลอริยะ

ผมเชื่อว่าทุกคนคงเคยได้อาราธนาศีลกันบ้าง แม้สักครั้งหนึ่งในชีวิต อย่างน้อยก็ศีล 5 ส่วนจะรักษาได้หรือไม่ได้นั้นก็อีกเรื่องหนึ่ง ศีลห้ามีอะไรบ้าง?

ศีล 5 มีดังนี้ครับ

ห้ามฆ่าสัตว์
ห้ามลักทรัพย์
ห้ามผิดสามีหรือภรรยาผู้อื่น
ห้ามโกหก
ห้ามดื่มสุราเมรัย

ไม่ว่าศีล 5 ข้อของฆราวาส ศีล 8 ข้อของผู้ปฏิบัติธรรม ศีล 10 ของสามเณร ศีล 227 ข้อของพระภิกษุสงฆ์ ล้วนแล้วแต่สรุปลงเหลือเพียง 2 ข้อคือ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น และไม่เบียดเบียนตนเอง

และการอาราธนาศีลก็คือการแสดง "เจตนา" ที่จะงดเว้นการเบียดเบียนทั้งตนเองและผู้อื่น

คิดดูก็แล้วกันว่าจะรักษาศีลทั้งทีก็ต้องมี "เจตนา" ขึ้นมาต่อกรรมเข้าไปอีก

ซึ่งโดยความเป็นจริงแล้ว ผู้ที่เข้าไป "ถือศีล" นั้นได้ละเมิดหนึ่งในสองข้อหลักนั้นเรียบร้อยแล้ว และข้อนั้นก็คือการเบียดเบียนตนเองครับ เหตุนี้เองที่ทำให้การ "ถือศีล" นั้นเป็นศีลที่ไม่บริสุทธิ์ แม้จะรักษาได้ครบทุกข้อก็ตามมันก็ไม่บริสุทธิ์อยู่ดี

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?

การ "พยายาม" เข้าไปรักษาศีลนั้นคือ "ตัณหา" ความอยากดีครับ เช่น รักษาศีลแล้วชีวิตจะดีขึ้น จะทำให้สามารถดำรงสมาธิ ดำรงสติได้ดีกว่า คนไม่มีศีล นี่คือตัณหาในศีล คือทำเพื่อให้เกิดผล เป็นการถือศีลแบบทำเอา การถือการรักษาศีลแบบนี้จะมีแต่ความกังวล เอ๊ะ อันนั้นละเมิดหรือเปล่า อันนี้ต้องระวัง ไม่ไหววันนี้เผลอเหยียบมด ต้องอาราธนาศีลใหม่ รักษาศีลไปก็กังวลไปเหมือนคนบ้าเข้าไปทุกวัน (เบียดเบียนตัวเองเต็มๆ)

นอกจากนั้นการมี "ตัวตน" เข้าไปถือ เข้าไปรักษาศีล ก็ถือว่าเข้าข่ายการเบียดเบียนตนเองด้วยเหมือนกัน เพราะแสดงว่าคุณยังเว้นที่ให้กิเลส ตัณหา อุปาทานของตน เว้นที่ให้ความเป็นสัตว์ เว้นที่ให้กับสังสารวัฏ ในการเข้าไปพยายาม เข้าไปยึดถือ เข้าไปทำศีลข้อต่างๆให้สมบูรณ์ ถ้าเผื่อที่ทางให้อัตตาของตัวเองอยู่ มันก็ลำบากลำบนตลอดเวลา ทุกข์ตลอดเวลานั่นแหละ นี่คือการเบียดเบียนตนเองครับ

การเจตนาเข้าไปรักษาศีลนี้ ไม่ใช่การงดเว้นซึ่งการต่อกรรม ต่อภพ ต่อชาติให้ตนเอง ศีลชนิดนี้จึงจัดว่าเป็นศีลของปุถุชนครับ

ยิ่งไปกว่านั้น การแยกศีลออกเป็นข้อๆนั้น ก่อให้เกิดความปวดหัวอย่างยิ่ง เพราะต้องระวังไปเสียทุกข้อ ต้องระวังทีละข้อ เมื่อเจอเหตุการณ์บางอย่างที่เสียงต่อการผิดศีล ถ้าเป็นพระสงฆ์ยิ่งแล้วใหญ่ มีศีลตั้ง 227 ข้อ มากมายมหาศาล เอาแค่จำให้หมดก็อานแล้ว นี่ยังไม่นับรวมถึงตอนที่ต้องระวังการผิดศีลอีกนะ ประสาทกินพอดี

ส่วนศีลอริยะนั้นไม่มีเจตนา ไม่มีความตั้งใจเข้าไปรักษาศีล หรืองดเว้นแต่อย่างใด อีกทั้งยังไม่มีตัวตนเข้าไปยึดถือทั้งสิ้น ศีลอริยะจึงเป็นศีลที่สมบูรณ์อยู่แล้ว โดยไม่ต้องอาราธนาหรือแสดงเจตจำนงในการยึดถือ ก็เพียงแค่ "ไม่ต้องไม่ตั้ง" อย่างเดียวนั่นแหละ ทั้ง ศีล สมาธิ ปัญญา มันก็สมบูรณ์พร้อมอยู่แล้วทันที ก็เมื่อไร้เจตนาเข้าไปกระทำ มันก็ไม่มีกรรมเกิดขึ้นอยู่แล้ว ไม่ต้องไปคอยระวังทีละข้อแบบที่ทำๆกันอยู่

ศีลอริยะซึ่งงดเว้นแม้กระทั่งตัวตนที่จะเข้าไปคอยอยู่ คอยเบียดเบียนตนเองและผู้อื่นนี่เอง จึงเป็นเนื้อหาแห่งการโปรดสัตว์ที่แท้จริงครับ

ง่ายๆครับ แค่ไม่ต้องไม่ตั้งเท่านั้นแหละ ศีลจะบริบูรณ์ทันที

No comments:

Post a Comment