Saturday, February 9, 2013

กรรมสามัญประจำชาติ

ครั้งนี้ขอเล่นประเด็นเบาๆระดับชาติกันนิดนึงครับ 555

ประเด็นที่ว่านี่ก็คือ เรื่องความขัดแย้งของคนเสื้อสีที่มีมายาวนานจนกลายเป็นกรรมสามัญประจำชาติไปแล้ว

ใครไม่ปรารถนาที่จะมีส่วนในกรรมนี้ก็ง่ายๆครับ เปลี่ยนไปใส่เสื้อลายหรือเปลือยท่อนบนมันซะเลยง่ายดี (เพราะแม้แต่ทุกวันนี้เสื้อสีขาวก็ยังกัดกันเลย 555)

ความขัดแย้งระหว่างการเมืองสองขั้วซึ่งยังไม่มีทีท่าว่าจะจบง่ายๆนี้คงจะทำให้หลายคนเอือมระอาจนเลิกสนใจข่าวไปแล้ว ซึ่งก็ดีแล้วครับ จะได้ไม่ต้องไปมีส่วนแห่งกรรมกับเขาด้วย รู้ไป ดูไป มันก็มีแต่วนกับวน

ว่ากันตามจริงแล้วไม่มีใครสามารถแก้กรรมด้วยกรรมหรอกครับ สังสารวัฏนี้มีแต่คำว่าทีใครทีมัน ชาตินี้ทีกู ชาติหน้าทีมึง สลับกันแบบนี้ไม่รู้จบ ชาวพุทธพร้อมใจกันโยนคำว่าอโหสิลงถังขยะ แล้วเข้าร่วมสงครามแบ่งแยกสีเหมือนลืมไปว่าตนเองนับถือพระพุทธศาสนา

ความขัดแย้งเคยรุนแรงถึงขนาดที่คนในบ้านทะเลาะกัน ฆ่ากันตายก็มี ไม่รู้จะโง่ยึดกันไปถึงไหน

การแก้ปัญหาจากความมีอัตตาตัวตนนั้นเป็นไปไม่ได้เลยครับ เพราะมันก็ยังพูดผ่านตัวตน แสดงผ่านตัวตน เรียกร้องผ่านตัวตนทั้งนั้น แล้วแบบนี้จะมีใครยอมใครเล่าจริงไหม เพราะทุกคนมันก็ต้องการที่ทางให้ตัวกูทั้งนั้น มันก็เข่นฆ่ากันไปเรื่อยๆไม่รู้จบนั่นแหละ ฆ่าให้ตายแล้วจบไหม ก็ไม่จบ เพราะเรื่องกรรมนั้นเป็นปัญหาปลายเปิดครับ ไม่มีจุดที่จะจบได้เลย เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ตรงที่ว่าใครชนะใคร แต่ปัญหาจริงๆคือทั้งดีทั้งชั่วก็ต่อกรรมเหมือนกัน ทางแก้เดียวก็คือ อโหสิกรรม ซึ่งกันและกัน แล้วก็เลิกต่อกรรมใหม่

พูดอย่างนี้คงจะมีคนด่าว่าบ้า ทำได้ที่ไหนในความเป็นจริง กรรมต้องชดใช้ด้วยกรรม เท่านั้น

มันก็ถูกแล้วไง กรรมต้องชดใช้ด้วยกรรม แต่สงสัยคนพูดวนในสังสารวัฏมานานจนลืมไปแล้วว่าพระพุทธเจ้าท่านสอนให้ออกจากกกรม ไม่ใช่ไปต่อกรรมเพื่อความดีงามอะไรนั่น มายาทั้งนั้น หลอกตัวเองทั้งนั้น แล้วประโยคสั้นๆนี้ไม่ใช่เหรอ ที่ผลัดกันพูดข้ามกัลป์ข้ามกัปป์มาแล้วไม่รู้เท่าไหร่ มึงพูดที กูพูดที ไม่รู้จบ

จะให้ความขัดแย้งจบได้จริง ต้องอโหสิ สถานเดียว ยังไงกรรมและวิบากกรรมมันก็ทำงานของมันอยู่แล้วอย่างเที่ยงตรงไม่มีลำเอียง ก็ไม่ต้องไปทำกรรมซ้อนกรรมลงไปให้ยุ่งยากมากขึ้นไปอีก เพราะไม่มีใครเคยแก้กรรมด้วยกรรมสำเร็จเลยแม้แต่คนเดียว นี่คือเหตุผลว่าทำไมพระพุทธเจ้าสอนว่าอย่าต่อกรรม

แล้วก็ไม่ต้องเกี่ยงกันนะว่า มึงเริ่มก่อนสิๆ ใครเริ่มก่อนนั่นแหละออกจากนรกได้ก่อนนะครับ ใครจาคะก่อน ก็มีสิทธิ์ออกจากสังสารวัฏได้ก่อน

กระบวนการยุติธรรมทุกวันนี้จึงเป็นการต่อกรรมมากกว่าจะยุติกรรม ซึ่งมันขัดกับสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงสอน

ความยุติธรรมจริงๆก็คือทุกอย่างมันเป็นไปตามกรรม เป็นไปตามธรรมอยู่แล้ว ไม่ต้องซ้อนกรรม ซ้อนธรรมลงไปอีก ใครทำอะไรเอาไว้ ยังไงก็ได้กลับคืนแน่ๆวางใจได้เลย ไม่ใช่ที่ว่าขอให้เห็นผลชาตินี้เพื่อความสะใจ ผลของกรรมนั้นไม่สามารถคาดเดาได้ว่ามันจะมาเมื่อไหร่ตอนไหน กรรมจึงเป็นเรื่องอจิณไตยครับ รู้ไปก็ไม่จบ รู้ไปก็แก้อะไรไม่ได้ รู้ไปก็มีแต่ปวดหัว เพราะเพียงแค่คิดจะเข้าไปแก้ปัญหามันก็ผิดแล้ว การแก้ปัญหาจริงๆก็คือการยุติกรรม

ยุติ "ทำ" เมื่อไหร่ก็ ยุติ "กรรม" เมื่อนั้น

ไม่ต้องต่อ ไม่ต้องตาม เดี๋ยววงจรกรรมมันจะถูกตัดลงเอง นี่แหละสงบสุขจริง ยุติความขัดแย้งได้จริง วางได้เมื่อไหร่ เลิกเครียดได้เมื่อนั้น

อโหสิต่อกันคือวิธีการตัดกรรมที่ดีที่สุดเท่าที่สังสารวัฏพึงจะมีแล้วครับ ถ้าไม่เริ่มที่การอโหสิกรรมต่อกัน ก็อย่าไปพูดถึงเรื่องปรองดองเลย เสียเวลาเปล่าๆ

No comments:

Post a Comment