Wednesday, February 6, 2013

นิพพานห้ามอธิบายจริงหรือ? ถ้าอธิบายถือว่ายังไม่ถึงนิพพานจริงหรือ?

ไหนๆก็มีคนปฏิฆะวัดร่มโพธิธรรมเยอะอยู่แล้ว ครั้นจะปล่อยให้งุนงงสงสัยกันต่อไปก็ใช่ที่ อธิบายเลยก็แล้วกันจะได้แจ่มแจ้ง ส่วนถ้าเข้าใจแจ่มแจ้งแล้วยังปฏิฆะไม่ยอมรับเหมือนเดิม ก็คงต้องปล่อยให้คาทิฏฐิของตัวเองอยู่อย่างนั้นล่ะครับ เรามีหน้าที่เพียงการสะท้อนเนื้อหาไปตามความสัตย์จริงเท่านั้น จบ

มีนักปฏิบัติจำนวนมากถูกสอนเอาไว้ว่าห้ามอธิบายนิพพาน เพราะถ้าอธิบายขึ้นมาก็ยังไม่ถึงนิพพานจริง

เราย้อนกลับไปดูกฏไตรลักษณ์กันหน่อยดีกว่า เพราะเป็นเรื่องที่สามัญและสำคัญที่สุด แต่ชาวพุทธทั้งหลายกลับเข้าใจไตรลักษณ์ไม่ตรงเนื้อหากันเลยทีเดียว

กฏไตรลักษณ์มี 3 ข้อคือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา หรือแปลเป็นไทยได้ว่า "ทุกสรรพสิ่ง" ในโลกธาตุนี้ล้วนเปลี่ยนแปลงตลอด เสื่อมไปเป็นธรรมดา และไม่มีสิ่งใดเป็นอัตตาตัวตน

ที่ต้องใส่เครื่องหมายคำพูดตรง "ทุกสรรพสิ่ง" นั้นก็แปลว่า รวมถึง คุณ เขา เธอ รวมถึง ผม จึงเป็นแค่สมมติที่ใช้เรียกก้อนธาตุสองก้อนมาคุยกันผ่านสมมติเท่านั้น จิตของทุกดวงจิตก็นับรวมหมดไม่มีข้อยกเว้น ตรงตามข้ออนัตตาเหมือนกันหมด จริงๆแล้วการพูดคุยก็ไม่ได้เกิดขึ้นจริง เป็นการแปรเปลี่ยนของสภาวะธรรมทั้งหลายเท่านั้น ดังนั้นสิ่งที่เราคุยกันก็ไม่มีสาระอันใดให้ยึดถือ แม้กระทั่งสัจธรรมเอง

เพียงแต่ที่เหล่าองค์พุทธะ มหาโพธิสัตว์ทรงลงมาโปรดสัตว์นั้น ท่านก็ต้องดำริขันธ์ขึ้นมาผ่านกายหยาบ เพื่อลงมาบอก"ความจริง" อันเป็นปรมัตถ์ ให้ทุกดวงจิตที่ยังหลงว่าตัวเองเป็นตัวเป็นตนกันอยู่ ได้เลิกหลงว่าเป็นตัวเองเสียที

จะให้พูดตรงๆ ไตรลักษณ์ก็คือ รหัสนัยแห่งพระนิพพานนั่นแหละครับ

ทีนี้ก็ย้อนกลับมาดูข้อโต้แย้งที่ว่า "นิพพานห้ามอธิบาย" กันหน่อย

จริงๆแล้วนิพพานอธิบายไม่ได้หรอกครับ เพราะนิพพานไม่ใช่สภาวะใดๆเลย มันนอกเหนือสภาวะทั้งปวง ดังนั้นใครจะอธิบายว่าจิตตกกระแสพระนิพพานก็ยังไม่ใช่ เพราะนิพพานไม่มีลักษณะเป็นอะไร เราทำได้เพียงแต่ให้รหัสนัยแห่งพระนิพพานเอาไว้เท่านั้น คือไม่ใช่อะไร เมื่อสรรพสัตว์ทั้งหลายได้ยินได้ฟังสัจธรรมแท้แล้ว ก็จะคลายออกจากความหลงเป็นตัวตนไปเอง คลายออกจากการยึดติดในส่วนที่หลงคิดว่าใช่ทั้งหมด แม้กระทั่งจิตเอง ส่วนถ้าใครอธิบายนิพพานเป็นฉากๆไปเจอนั้นเจอนี่ก็ยังไม่ใช่ครับ

ซึ่งโดยความเป็นจริงแล้ว นิพพานนั้น "ไร้ลักษณ์" ไม่มีอะไรให้ยึดถือได้เลยแม้กระทั่งตัวมันเอง นอกเหนือความมีและความไม่มีทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นศีล สมาธิ ปัญญา หรือเงื่อนไขใดๆที่สรรพสัตว์ตั้งขึ้นมาเพื่อให้เข้าถึงพระนิพพาน ซึ่งถ้ามีเงื่อนไขอะไรขึ้นมากับพระนิพพาน นั่นก็ไม่ใช่นิพพานแน่ๆ เป็นเพียงแง่มุมทิฏฐิเท่านั้น แม้แต่การปฏิบัติธรรมก็ยังเป็นเงื่อนไขกับนิพพานเลย เป็นสิ่งที่ไปบังนิพพานด้วยซ้ำ เพราะนิพพานนั้นพ้นไปจากเงื่อนไขทั้งปวงโดยสิ้นเชิง แล้วจะเอาอะไรมาอธิบายอะไร แล้วจะเอาอะไรมาปฏิบัติได้อีก?

รหัสนัยแห่งพระนิพพานที่พระพุทธเจ้าทรงให้ไว้นั้น เป็นเพียงการสะท้อนอ้อมๆเพื่อ "ล้าง" ความหลงเข้าไปยึดติดในทิฏฐิความเป็นตัวตนหรือสภาวะธรรมใดๆทั้งปวงลง

เช่นที่พระพุทธเจ้าทรงบอกกับองคุลีมาลว่า "เราหยุดแล้ว ท่านหยุดหรือยัง" ซึ่งความหมายจริงๆ คือ "เรา" หยุดแล้ว "ท่าน" หยุด หรือยัง ง่ายๆครับ คือหยุดตัวตนในอะไรๆเสียมันก็จบทันที ผลจากการที่พระพุทธเจ้าสะท้อนสัจธรรมง่ายๆแบบนี้คือ องคุลีมาลที่ศีลห้าไม่ครบได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ทันทีตรงนั้นเดี๋ยวนั้น จะว่าขัดใจนักกรรมฐานก็เอาเถอะ พิจารณากันเองว่าใครยึดติดกันแน่

ทุกท่านคงจะเห็นแล้วว่าเนื้อหาใน rombodhidharma.net ก็เป็นเพียงการสะท้อนสิ่งที่ "ไม่ใช่" สัจธรรมทั้งนั้น รวมถึงการปฏิบัติด้วย (เป็นเหตุให้คนจำนวนมากปฏิฆะ เพราะมันคือสิ่งที่เขาเหล่านั้น "ยึดถือ") หรือที่หลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะ ท่านใช้คำว่าล้างขยะทิฏฐิให้หมด มันจะได้ปลง แล้วก็ตรงต่อสัจธรรมหรือนิพพานไปเอง เพราะตราบใดที่ปวงสัตว์ยังข้องคากับทิฏฐิทั้งหลายที่ชอบเอ๊ะอ๊ะนั่นนี่ขึ้นมาตลอดเวลา มันก็ยังวนเวียนไปในทิฏฐิเรื่อยเปื่อย ไม่แจ้งเสียทีว่าทุกอย่างมันนิพพานอยู่แล้ว หรือจะเรียกว่าไม่ยอมคลายตัวมันเองก็ได้

เนื้อหาที่แจกแจงเอาไว้ในเว็บไซต์อย่างละเอียดไปจนถึงระดับมโนธาตุนั้น ก็เพียงจะชี้ให้เห็นว่า เนื้อหาสัจธรรมที่หลวงพ่อท่านอธิบายเอาไว้นั้นคือสัจธรรมแท้ที่ไม่มีเนื้อหาใดขัดแย้งกันเองแม้แต่นิดเดียว และยังช่วยล้างขยะทิฏฐิที่ยังติดคาของผู้คนให้หมดจะได้วางใจในสัจธรรม ซึ่งหลวงพ่อเองท่านให้เพื่อจบตรงนั้นเลย ส่วนใครจะจบไม่จบก็แล้วแต่วาสนาบารมี

เนื้อหาสัจธรรมจริงๆจึงสามารถที่จะมีได้มากมายเท่าที่ทิฏฐิของสัตว์โลกจะไปถึง เพื่อล้างความหลงเข้าไปติดขัดข้องคาในทิฏฐิทั้งหลายเสียให้หมด แล้วจะตรงต่อเนื้อหาสัจธรรมไปเอง

สรุปคือ ถ้าใครอธิบายสภาวะนิพพานได้เป็นตุเป็นตะล่ะก็ มั่วแล้วครับ ต่อให้องค์พุทธะท่านก็ทรงอธิบายได้เพียงรหัสนัยแห่งพระนิพพานเท่านั้น ไม่ใช่ "สภาวะ" นิพพาน นิพพานจริงๆมันพ้นไปจากสมมติและสภาวะทั้งปวง พูดง่ายๆคือ นิพพานไม่ใช่สภาวะ แล้วจะเอาอะไรไปอธิบายได้ล่ะจ๊ะที่รัก

ส่วนคนที่พูดว่า "นิพพานห้ามอธิบาย" นั้น ก็ต้องมาดูเจตนากันจริงๆว่า ฟังเนื้อหาสัจธรรมตรงดีแล้วหรือยัง หรือว่าเป็นเพียงการฟังสัจธรรมผ่านๆแล้วตีความเข้าข้างตัวเองว่า คนวัดร่มโพธิธรรมอธิบายนิพพาน เพื่อที่จะได้เอาจุดนี้มาโจมตีสัจธรรมอีกทีหนึ่งหรือไม่

ก็ให้เข้าใจไว้ด้วยว่าสิ่งที่หลวงพ่อท่านสะท้อนคือ "รหัสนัย" แห่งพระนิพพานนะครับ ไม่ใช่การอธิบายนิพพานตรงๆ ซึ่งรหัสนัยนี้เองก็เป็นความจริงอันสามัญที่สุดและสะท้อนให้เราเข้าใจถึงเนื้อหาแห่งอริยะและคลายออกจากตัวตนไปพร้อมๆกันด้วย

แต่เนื้อหาสัจธรรมนั้น หากปุถุชนเอาไปถกเถียง วิเคราะห์ วิจารณ์ เอาไปตีความ หรือแตกกอต่อยอดให้เป็นวิธีปฏิบัติมันก็จะไม่ใช่สัจธรรมไปในทันที จะเป็นทิฏฐิในธรรมไป ถ้าแบบนี้น่ะไม่ควรทำ เพราะการสะท้อนสัจธรรมนั้นไม่ใช่เรื่องที่จะเอาไปวิเคราะห์กันได้

สัจธรรมจะไม่สามารถเปล่งอานุภาพหากผู้สะท้อนเนื้อหานั้น ไม่ว่าง(จากตัวตน)จริง เพราะอานุภาพของสัจธรรมจริงๆนั้นมาจาก "ว่างสะท้อนล้างสังสารวัฏ" อานุภาพสัจธรรมจะส่งตรงจากจิตสู่จิต คำพูดเป็นเพียงแค่สื่อนำเท่านั้น หรืออย่างถ้าเป็นหลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะ เราไปนั่งต่อหน้าท่านก็คลายแล้วครับ

เข้าใจเนื้อหาและการถ่ายทอดสัจธรรมกันให้ชัดๆ จะได้ไม่ต้องไปติดคาอยู่กับทิฏฐิของตัวเองอีกต่อไป

No comments:

Post a Comment