Friday, February 8, 2013

เครื่องดูดวิญญาณ

หลายๆคนคงเคยขึ้นรถไฟฟ้า ผ่านไปแถวๆสยาม

ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่ผ่านอยู่บ่อยๆ และทุกครั้งผมจะเห็นผู้คนหลากหลายหยิบ smart phone ขึ้นมาแล้วก็จดจ่ออยู่กับหน้าจอ ปล่อยให้ร่างไร้วิญญาณยืนห้อยโหนบนรถสู่จุดหมาย ตายเรียบกันตั้งแต่ยังเป็นๆ

ทุกๆคนที่เป็นเจ้าของโทรศัพท์สุดหรูเหล่านี้ล้วนถูกดูดวิญญาณเข้าไปข้างในทั้งนั้น มีเงินไม่พอต้องมีกรรมด้วยถึงจะครบวงจร ไอ้เรื่องโง่ก็โง่อยู่แล้วล่ะ แต่นี่มันโง่ซ้อนสองเลยนะ

คิดดูก็แล้วกันว่าซื้อมันมาแพงๆ จะต้องมาคอยดูแลมันอีก คอยเล่นกับมันตลอด สงสัยกลัวไม่คุ้ม ทั้งๆที่ชีวิตจริงก็บัดซบจะแย่อยู่แล้วยังทำให้แย่ลงไปอีกด้วยการไปจดจ่ออยู่กับสิ่งที่มันเป็นมายาซ้อนมายา ปล่อยให้กิเลสพาไป ปล่อยให้กรรมอนุสัยพาไปกลายเป็นผีไร้สาย ผีอินเตอร์เน็ต อีกหน่อยตายลงคงเป็นสัมภเวสีจริงๆ ก็สิงอยู่ในเครื่องของตัวเองนั่นแหละ

เทคโนโลยีนั้นมันก็ดีถ้าใช้ในแง่อนุเคราะห์ผู้อื่นให้คลายจากการยึดติด แต่ถ้าใช้ในการเข้าไปติดเสียเอง อย่างนี้อย่ามีดีกว่า เพราะมันก็แค่ส่วนเกินของกิเลสเท่านั้น เมื่อทำไปตามอำนาจกิเลสมันก็ทุกข์ล้วนๆอยู่แล้ว

ยิ่งบางคนไม่ค่อยมีเงินก็ดันกระเสือกกระสนไปหามาใช้จนได้ เรียกว่า จนแล้วยังไม่เจียมตัว แต่อย่างว่าเนาะ ก็เพราะมันเป็นสิทธิกิเลสส่วนบุคคล สังสารวัฏใคร สังสรวัฏมัน ดูแลกันเอง ยังไงก็ไม่มีวันตายกันอยู่แล้วนี่ อยู่ทรมานให้นานๆหน่อยก็อาจจะฉลาดขึ้นมาสักวันหนึ่งนั่นแหละ

ถามจริงๆว่าฟังก์ชั่นการทำงานที่ล้นหลามมากมายเหล่านั้น เราใช้มันหมดไหม จะใช้ไปทำอะไร จริงๆเอาแค่พยายามใช้ให้ได้แค่ครึ่งหนึ่งของที่มีทั้งหมดก็บ้าแล้ว คนอะไรมันจะทำชีวิตตัวเองให้ยุ่งได้ปานนั้น หาเรื่องชัดๆ

สิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุแห่งความทุกข์ของคนในปัจจุบัน มีเงินก็ดันไปซื้อทุกข์มาใส่ตัว หลงคิดไปว่าเท่ ลองนึกภาพตัวเองยืนนิ่งเป็นศพอยู่บนรถไฟฟ้าแล้วเล่นแต่มือถือสิ เหมือนผีไหม

ดังนั้นไม่ต้องไปอิจฉาคนมีกรรมเหล่านี้หรอก มันก็แค่ smart phone stupid people เท่านั้นเอง

No comments:

Post a Comment