Friday, February 8, 2013

สัมภเวสีโลกไซเบอร์

เป็นความจริงว่าอินเตอร์เน็ตทำให้โลกเชื่อมต่อกัน ติดต่อถึงกันได้เพียงปลายนิ้วคลิก ทุกคนสามารถแสดงตัวตน ความคิดเห็นทัศนคติ ทำสิ่งต่างๆอีกมากมายผ่านอินเตอร์เน็ต และโลกของ social network

ความจริงที่ว่าข้างต้นนั้นเป็นความจริงของปุถุชนที่ยังวนเป็นวัฏฏะอยู่ครับ และไม่ตรงต่อสัจธรรม

การที่เราจะทำอะไรก็ได้ในอินเตอร์เน็ตกลายเป็นดาบสองคมขึ้นมาทันที เมื่อผู้ใช้งานยังมืดมนอยู่ในสังสารวัฏภายใน ซึ่งคนส่วนใหญ่แทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์เป็นแบบนั้น ดังนั้นการ เผยแพร่ความคิดเห็นตัวเอง ทัศนคติตัวเอง ความเป็นตัวตนของตัวเองออกไป โดยที่ขัดกับสัจธรรม นั้นก็ถือว่าเป็นการก่อกรรมในวงกว้างเลยทีเดียว ยกตัวอย่างเช่น ศิลปินดาราที่มีแฟนคลับมากๆ แต่ตัวเองทำตัวเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีให้คนอื่นๆ ก็ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ที่ติดตามผลงานทันที ลองคิดดูครับ กรรมของคนหนึ่งคน กระทบกับคนอีกหลายแสน หลายล้านคน กรรมที่สะท้อนกลับไปยังต้นทางหรือคนที่มีกรรมร่วมกันจะมหาศาลขนาดไหน

คนในยุคอินเตอร์เน็ตนั้น ชอบที่จะเข้าไปในเว็บต่างๆ แสดงความเห็นบนความเป็นปุถุชนของตัวเอง โดยถือว่าตัวเองมีสิทธิเสรีภาพเต็มที่กับตรงนั้น แต่ไม่เคยคิดว่าการกระทำนั้นจะส่งผลต่อคนอื่นอย่างไร สื่อบางคนหรือบางสำนักบิดเบือนเนื้อหาข่าวสารเพื่อผลประโยชน์ตัวเอง เสี้ยมให้เกิดความแตกแยก เกิดการเผชิญหน้าของคนในสังคม หรือแม้ว่าข่าวอาจจะตรงกับข้อเท็จจริง แต่ก็ยังถือว่าเป็นการตอกย้ำกรรมอนุสัยในการที่ต้องรู้ ต้องเห็น เหมือนกัน

ด้วยความมีเสรีภาพในการสื่อสารนี่เอง เราจึงมีสังสารวัฏออนไลน์ซ้อนกับสังสารวัฏเดิมในรูปแบบมโนกรรมซ้อนมโนกรรม และปุถุชนที่ใช้งานอินเตอร์เน็ตจึงกลายเป็นสัมภเวสีบนโลกไซเบอร์ตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่ คอยก่อกรรมพาคนอื่นวนในรูปแบบการแสดงความคิดเห็น การแสดงทัศนคติ การด่าทอ สาปแช่ง สภาวะอารมณ์ของคนบนโลกอินเตอร์เน็ตจึงถูกกวน ถูกปั่นได้อย่างรวดเร็วชนิดที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในอดีต และกรรมก็สะท้อนกลับได้อย่างรวดเร็วพอๆกัน ไม่เชื่อลองไปสังเกตดูได้ว่าคนเล่นอินเตอร์เน็ตเยอะๆน่ะ จะเป็นคนที่จมแช่อยู่กับสังสารวัฏภายใน ไม่ค่อยติดต่อโลกภายนอก ลึกๆแล้วคนเหล่านี้ก็เป็นทุกข์ เพราะไปติดอยู่ในความคิด ความปรุงแต่งที่ทำงานตลอดเวลาจนแทบไม่มีเวลาพัก เรียกว่ากายภายนอกเป็นมนุษย์แต่จิตใจเป็นสัมภเวสีไปแล้ว คิดดูก็แล้วกันว่าตายไปจะเป็นอะไร

หากจะว่าโดยสรุปแล้ว เรากำลังอยู่ในโลกที่ "เกินพอดี" เกินพอดีก็คือเป็นส่วนเกินของกิเลสนั่นแหละ กระแสตัณหากำลังผลักดันเราไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูง ซึ่งโอกาสที่จะล้มคว่ำคมำหงายจนปางตายก็มีสูงขึ้นไปด้วย แล้วจะโทษใครถ้าไม่โทษตัวเอง (พวกเราทำตัวเองให้เป็นทุกข์ทั้งนั้นแหละ แต่มักจะชอบโทษคนอื่นเสมอๆ)

ห่างอินเตอร์เน็ตบ้างก็ไม่ตายหรอก คนที่ใช้อินเตอร์เน็ตมากๆอาจจะตายเร็วด้วยซ้ำ ใช้ให้มันแต่พอดีๆ และระวังกรรมที่จะเกิดขึ้นกับการเผยแพร่ความความคิดความเห็นของตัวเองด้วย หากตนเองยังไม่สว่างพอที่จะเป็นเนื้อนาบุญของสังสารวัฏ

No comments:

Post a Comment