Saturday, February 9, 2013

พุทธพาณิชย์

การสร้างรูป สร้างเหรียญ การสร้างเครื่องลางของขลัง เหล่านี้เป็นพุทธพาณิชย์ที่เราคุ้นเคยกันมานาน เนื่องด้วยมีการซื้อขายกันเป็นจำนวนเงินที่หมุนเวียนอย่างมหาศาล

แต่คนไทยกลับไม่รู้ว่า การเขียนหนังสือธรรมะขายก็เป็นพุทธพาณิชย์เหมือนกัน พูดง่ายๆคืออะไรก็ตามแต่ที่เอา "พระรัตนตรัย" ไปขายหากิน นั่นแหละ เรียกว่าเป็นพุทธพาณิชย์ทั้งนั้น

ลำพังการเอาพระธรรมไปเขียนใหม่โดยทิฏฐิตนเอง เอาพระธรรมไปตีความก็ถือว่าเป็นทิฏฐิในธรรมอยู่แล้ว กลายจากสัจธรรมแท้ไปแล้ว และถ้าเอาไปขายหากินอีก มันก็จะเป็นกรรมสองเด้ง แถมถ้าเขียนเนื้อหาผิดๆออกไป ทำให้คนวน ไม่จบไม่สื้น กลายเป็นกรรมเด้งที่สาม ที่คนเขียนเองก็ต้องไปตามแก้ไขคนที่เข้าใจผิดในธรรมเหล่านั้นอีกไม่รู้กี่พุทธันดร สมมติถ้าหลงไปแสนคน ก็ต้องตามเก็บจนกว่าผู้ติดตามเหล่านั้นจะตรงต่อเนื้อหาสัจธรรมจริงๆ

ถามว่าพุทธพาณิชย์นั้นผิดไหม?

ถ้าจะตอบเอาใจกันหน่อยก็ไม่ผิดหรอกครับ แต่จริงๆแล้วมันผิดธรรม เป็นกรรมที่คนทำก็ต้องรับไปเอง ถ้ารับตรงนี้ได้ก็ไม่ผิดหรอกครับ เสียแต่ว่าส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะยอมรับกรรมของตัวเองกันนั่นแหละ(ฮา)

สิ่งเหล่านี้มันก็เกิดขึ้นเป็นปกติในยุคสมัยที่คนส่วนใหญ่มีกรรมเยอะ หนาหนักไปด้วยตัณหาที่ตั้งเอากับการกินการอยู่ อะไรๆก็ต้องคิดต้นทุนกำไรเอาไว้ก่อน ทั้งๆที่พระธรรมนั้นเป็นของกลางของทุกสรรพชีวิต ของสากลที่จะเอาไปขายกินไม่ได้ แม้ว่าตนเองจะเป็นผู้เขียนขึ้นจากเนื้อหาธรรมดั้งเดิม แต่มันก็เอาไปขายกินไม่ได้ หากเอาไปขายก็จะเกิดการปิดกั้นปิดบัง สำหรับคนที่ไม่มีเงินซื้อ เป็นอัตตาบนธรรมของคนเขียนที่ไปผูกธรรมะนั้นให้เกิดเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะตัวขึ้นมา แล้วกรรที่ปิดกั้นปิดบังทั้งหลายก็จะสะท้อนกลับมาที่คนเขียนเองนั่นแหละ ดังนั้นใครคิด่วาจะเขียนหนังสือธรรมะหากินก็คิดให้จงหนักนะครับ ไม่ใช่เรื่องเล่นๆเลย

หรืออย่างการสร้างรูปสร้างเหรียญนั้น จุดประสงค์หลักก็เพื่อที่จะหาเงิน ไม่ต้องไปพูดถึงจุดประสงค์ว่าหาเงินไปทำอะไร เพราะแม้แต่ให้เหตุผลว่าเอาไปสร้างวัดทำนุบำรุงศาสนามันก็ถือว่าเป็นตัณหาในบุญ คือไปตั้งเอา ไม่ได้ปล่อยให้เกิดเองเป็นเองตามบุญบารมีของเจ้าอาวาส ผลก็คือคนในศาสนาถูกมารแทรก เปรตทั้งหลายเข้ามารุมหากินกับศาสนาทั้งวงนอกวงใน จนกระบวนการเผยแพร่ที่ควรจะเกิดเองเป็นเองตามบุญบารมีของผู้โปรด ก็กลับกลายเป็นถูกขับดันด้วยตัณหาไปซะอย่างนั้น เสร็จแล้วผู้โปรดเองก็จะถูกมารแทรกจนหลงทางในที่สุด นี่ไม่นับกรรมที่ไปทำให้คนหลงติดในรูปเหรียญนั้นอีกเพียบ

นอกจากนี้พุทธพาณิชย์ยังได้ถูกดัดแปลงไปในอีกหลายรูปแบบ กลายเป็นเครื่องมือที่ใช้บิดเบือนธรรม เพื่อจุดประสงค์ในการส่งเสริมอัตตาของผู้เผยแพร่ เช่น ใช้ธรรมนำการตลาด ซึ่งมันนำได้ที่ไหน เพราะการตลาดเป็นเรื่องของการกระตุ้นเร้าตัณหา แต่ธรรมนั้นเป็นไปเพื่อดับตัณหา มันไปคนละทางแล้วจะเอามาใช้ด้วยกันได้ยังไงเล่า

อีกตัวอย่างก็คือ มีคนเอาพระธรรมไปพูดประกอบกับตัวอย่างทางโลกเพื่อชงและเตะเข้าประตูตัวเอง พูดเพื่อให้เกิดศรัทธา พูดเพื่อโน้มน้าวให้คนมาทำบุญในรูปแบบของตน หรือมีผู้บริหารบางคนก็บอกว่าตนเองนำธรรมมาบริหาร ซึ่งถ้าเอาธรรมแท้ๆมาบริหารจริง มันไม่รอดหรอก เพราะธรรมแท้ๆนั้นดับตัณหา ขืนเอาไปใช้จริงๆกับองค์กรที่มุ่งแสวงหากำไร มันก็เจ๊งสิครับ

การใช้ธรรมนำทางโลกจริงๆ จึงเป็นไปไม่ได้หรอกครับ เพราะธรรมแท้ๆนั้นเป็นไปเพื่อการจบสังสารวัฏอย่างเดียว ซึ่งถ้าจะอ้างเอาว่าเป็นจริยธรรม หรือศีลธรรม อันเป็นโลกียธรรมนี่ก็อีกเรื่อง อันนี้ชาวพุทธควรจะแยกแยะให้ออก ไม่อย่างนั้นมันก็จะเป็นพระสัทธรรมปฏิรูปไปหมด ถูกบิดเบือนจากเนื้อแท้ไปหมด ไม่ใช่ว่าใครทำอะไรดีๆก็บอกเอาธรรมนำ แบบนั้นก็ผิดธรรมอีก

มีอีกอย่างที่เห็นคือการนำเอาธรรมไปผสมกับการสร้างกำลังใจเพื่อที่จะต่อสู้ฟันฝ่าชีวิต สร้างพลังใจ สร้างแรงดึงดูดสิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต แบบนี้ก็ผิดธรรม ไอ้ที่เป็นพลังใจหรือสร้างแรงดึงดูดได้นี่ ตัณหาทั้งนั้น มันไปกันได้กับพระธรรมเสียที่ไหนเล่า นี่ไมนับรวมพระสงฆ์ที่พูดกระตุ้นให้คนทำบุญ ทำความดีกันให้มากๆ กลายเป็นตัณหาในบุญไปเสียอีก

แต่สิ่งเหล่านี้เป็นไปตามวาระกรรมของสัตว์โลก คนสมัยนี้จะมีใครสักกี่คนที่จะยอมฟังพระธรรมแท้ๆ หรือเนื้อหาสัจธรรมแท้ๆที่มันเด็ดขาดอีก มันน้อยมาก ส่วนใหญ่แค่ขอให้มีธรรมชโลมใจเพื่อที่จะกลับไปวนต่อทั้งนั้น ดังนั้นธรรมที่ถูกเผยแพร่โดยส่วนใหญ่จึงเจือไปด้วยการส่งเสริมอัตตาในตน ตามลักษณะกรรมมวลรวมของสรรพสัตว์ในยุคนั้นๆ ซึ่งเวลาจะฟังอะไร จะอ่านอะไรก็ต้องให้ถูกจริตของตนเสียก่อน ก็นะ จริตก็ตัณหานั่นแหละ อิอิ

ก็ไม่ต้องไปมีส่วนร่วมกับกรรมในพุทธพาณิชย์ใดๆกันอีกแล้ว ไม่ต้องไปคิดว่าจะทำยังไงให้สัจธรรมเป็นที่นิยมในวงกว้าง ไม่ต้องดิ้นรนที่จะเผยแพร่ เพราะมันจะเป็นการทำเกินบารมีที่ตนมี และการเผยแพร่ที่มีตัณหาเป็นตัวนำก็จะมีมารและภูมิอื่นๆมาแทรกได้ง่าย ทำให้ติดขัดข้องคาตลอด ดีไม่ดีก็จะถูกบิดเบือนเนื้อหาพระธรรม แถมบารมีที่ได้ก็จะเป็นบารมีที่ไม่บริสุทธิ์ด้วย

ถ้าจะเผยแพร่ก็ให้ทำไปตามกำลังบุญบารมีของตนเท่านั้น ทำแบบไม่เอาอะไร ไม่ใช่ทำเพื่อขาย ทำเพื่อให้คนรู้จักเยอะๆ ก็ถ้าบารมีถึงจริงๆ ไม่ต้องไปวิ่งหาเงินหรอกครับ เดี๋ยวปัจจัยทั้งหลายก็จะมาเกื้อหนุนการเผยแพร่และการโปรดสัตว์ไปเองโดยอัตโนมัติ

การเผยแพร่สัจธรรมไม่ใช่เป็นเรื่องของแค่ภาคมนุษย์เท่านั้นนะครับ อย่าสำคัญตัวผิด เพราะเบื้องหลังที่เรามองไม่เห็นนั้น ภาคทิพย์ก็ทำงานประสานช่วยเหลือไปด้วยพร้อมๆกัน

แต่ถ้าเริ่มทำเกินกำลังตนด้วยตัณหาเมื่อไหร่ เมื่อนั้นภาคอื่นๆก็จะมาแทรกเอาได้อย่างที่เห็นกันดาษดื่นในปัจจุบันครับ

No comments:

Post a Comment