Wednesday, February 6, 2013

ถ้าทุกอย่างมันไม่อะไรกับอะไรอยู่แล้ว แล้วทำไมต้องขอขมากรรมด้วยเล่า

คำถามนี้จริงๆเป็นคำถามเชิงเหน็บแนมจากคนที่เข้ามาป่วนเว็บครับ เป็นวิธีการที่นำสัจธรรมมาปรับแต่งให้อ่านแล้วยอกย้อนมุ่งหวังที่จะให้คนที่ยังไม่แจ้งในสัจธรรม สงสัยไขว้เขวได้

จริงๆแล้วมันก็ใช่ครับว่าทุกอย่างมันไม่อะไรกับอะไรอยู่เองแล้ว ไม่มีอะไรเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว แต่ที่ต้องขอขมากรรมนั้นก็เพราะปุถุชนมักจะทำสิ่งที่ผิดสัจธรรมมาก จนเป็นกรรมต่อภพต่อชาติ และกรรมเหล่านี้ก็เหมือนเชื้อเพลิงที่เติมให้เรานั้นวิ่งไปข้างหน้าด้วยความหลงไม่มีที่สิ้นสุด มันจึงไม่เห็นแจ้งไงว่า ทุกอย่างมันไม่มีอะไรยึดกับอะไรอยู่แล้ว เลยเกิดซ้ำ ตายซ้ำไม่มีหยุด ทุกข์ซ้ำซากอยู่นั่น เรียกว่ากรรมมันบังพระนิพพานที่มันสว่างจ้าอยู่แล้วตลอดจนไม่เห็นแสงสว่างเลยครับ

หรือแม้แต่ผู้ที่แจ้งในสัจธรรมแล้วก็ยังมีอนุสัยที่ยังไม่ตรงต่อเนื้อหาสัจธรรมอยู่มากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่บุคคล ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนิโรธนั้น เรียกว่าเป็นกระบวนการ step down(ถอยหลังกลับ) หรือ melt down(ละลาย) จากอัตตา ตัณหา อุปาทานสู่ความไม่มีอะไร ถ้าจะให้เปรียบเทียบให้เห็นภาพก็คือเหมือนไอศครีมที่กำลังละลายตัวมันเองนั่นแหละครับ ซึ่งกระบวนการนี้ก็คืออริยมรรคนั่นแหละ เป็นการลบตัวลบตนออกจากสังสารวัฏ จะยึดตรงไหน เดี๋ยวมันก็จะวางไปเรื่อยๆ ความยึดติดต่อสิ่งต่างๆก็จะน้อยลงเรื่อยๆจนในที่สุดก็ไม่เหลือ ความหลงดับรอบ ไร้ขณะจิตที่จะเกิดเป็นกรรมอีก

ทีนี้ไอ้เจ้าอนุสัยเก่าๆนี่บางทีมันก็ละลายยาก ละลายช้า ดังนั้นการขอขมากรรมจึงเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้กรรมอนุสัยนั้นคลี่คลายลงได้ง่ายขึ้นครับ

ส่วนปุถุชนนั้นไม่ต้องพูดถึ เพราะสร้างกรรม สะสมกรรมตลอดเวลา มันจึงหนักกายหนักใจ ต้องต่อสู้ดิ้นรนเหมือนคนจมน้ำตลอดเวลา สุขก็ไม่เคยอิ่มจริง ทุกข์ขึ้นมาทีก็ทรมานแสนสาหัส หิวโหยราวกับเป็นเปรตในร่างมนุษย์ ซึ่งการขอขมากรรมจะช่วยให้กรรมกิเลส กรรมวิบาก กรรมอนุสัยต่างๆ บรรเทาเบาลง พอเบาลงมันก็ดิ้นรนหิวโหยน้อยลง กรรมต่างๆก็คลายออก ตัณหาก็หยุดพุ่ง มันก็จะเริ่มมีสติเห็นความเป็นจริงไปเอง ว่าอ้าวกูละเมอนี่หว่า

ส่วนผู้ที่หมิ่นองค์คุณ องค์ธรรมทั้งหลาย จะโดยรู้หรือไม่รู้ก็ตาม หากไม่ได้ขอขมากรรม ก็จะเป็นกรรมหนักครับ ลงนรกลูกเดียวไม่มีอุธรณ์

ใครจะขอขมากรรมหรือไม่ขอขมากรรมก็ไม่มีใครว่าอะไรครับ หลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะ ท่านก็ไม่ได้บังคับใครและไม่มีระบบผูกมัดใครครับ เพราะทุกอย่างนั้นเกิดเอง เป็นเอง คลายตัวมันเองตามวาระกรรมของแต่ละคนอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าการขอขมากรรมนั้นจะช่วยให้กระบวนการคลายตัวมันเองเร็วขึ้นและไม่หนักหนาเหมือนรับด้วยตัวเองทั้งหมดครับ เพราะลำพังโดยความเป็นสัตว์เองแล้ว พอมันคลายจากกรรมได้ มันก็วิ่งออกไปทำกรรมใหม่ให้ติดแน่นเข้าไปอีก เป็นอย่างนี้ตลอดเวลา นี่คือเหตุผลที่ทำไมถึงต้องมีพระพุทธเจ้าครับ

สิ่งที่วัดร่มโพธิธรรมสอนนั้น ไม่ใช่สิ่งที่งมงายอย่างที่คนนอกเข้าใจผิดๆครับ สิ่งที่ผมอธิบายมาทั้งหมดในเว็บนี้ได้ยืนยันตัวมันเองแล้ว ว่าเราไม่ได้งมงายศรัทธา หรือพูดให้คนเชื่อตามโดยห้ามไม่ให้สงสัย แต่พวกเราเข้าใจและแจ้งในเนื้อหาแห่งพระนิพพานจริงๆ เวลาตอบคำถามเราก็ตอบโดยเนื้อหาอย่างละเอียดและไม่ขัดแย้งกันในคำสอนด้วย (ไม่งั้นไม่กล้าท้าพวกเปรียญเก้าหรอก) ไม่เหมือนพวกที่ใช้ทิฏฐิป่วนโดยไม่กล้าแสดงตัว ไม่กล้าเอาเนื้อหาของตนมาชนอย่างที่เห็นกันในช่วงที่ผ่านมาครับ

เดี๋ยวกลับมาจากวัดก่อนนะ จะมีอะไรให้ซี้ดปากกันอีกหลายรอบทีเดียว

No comments:

Post a Comment