Sunday, February 10, 2013

ไข้อุดมการณ์ ไข้อุดมกู

วันนี้ขอเล่นของร้อนหน่อยนะ เพราะอุณหภูมิร่างกายคนสมัยนี้มันร้อนเหลือเกิน ร้อนไปด้วยความป่วยไข้ กับโรคที่เรียกว่าไข้อุดมการณ์

หลายคนเป็นไข้เฉียพลัน หลายคนเป็นไข้เรื้อรัง รักษาไม่หายสักที

เห็นแล้วก็สงสาร เป็นไข้ที่ตัวแท้ๆ แต่กลับหลงพยายามไปรักษาที่คนอื่น พยายามจะเปลี่ยนคนอื่นให้เป็นไข้เป็นเพื่อนตัวเองจะได้ป่วยเหมือนๆกัน จะได้รู้สึกว่าตัวเองไม่แปลกแยกแตกต่าง แทนที่จะหายไข้ด้วยตัวเอง

อุดมการณ์ทั้งหลายล้วนเกิดจากการยึดติดในทิฏฐิและปัญญาของตน ยึดในสิ่งที่ตนเห็นว่าดีแล้ว เหมาะสมแล้ว แล้วเรียกทิฏฐิทั้งหลายนั้นว่า ความจริง แล้วก็เรียกความจริงเหล่านี้ว่า ความจริงวันนี้บ้าง สัจธรรมบ้าง ตถตามันเป็นเช่นนั้นเองบ้าง

แต่สุดท้ายแล้วมันก็เป็นเพียงแค่ ความจริงของกูวันนี้ สัจธรรมของกู ตถตาของกู ซึ่งอะไรที่เป็นของกูๆนั้นมันไม่ใช่ความจริงหรอก มันเป็นเพียงทิฏฐิเอียงๆที่คิดเอาเองทั้งนั้น เหมือนกับที่ตัวเองเผลอตดแล้วไปโบ้ยคนอื่นว่าตดนั่นแหละ เหมือนกัน

ซึ่งถ้าความจริงนั้นเป็น "ความจริงแท้แน่นอนแห่งสัจธรรม" จริงๆ โลกทั้งโลกมันจะไม่มีความขัดแย้งเลย จะไม่มีสงคราม จะไม่มีความเบียดเบียน หมดทุกข์ หมดสุข มีแต่สันติภาพ สันติสุขที่แท้จริง แต่นี่ความจริงที่ตนยึดถือกลับสร้างแต่ความขัดแย้ง แบ่งแยก แตกแยกให้โลกให้สังคม มันก็ไม่ใช่ความจริงแท้แห่งสัจธรรมแล้ว มันเป็นได้เพียงความจริงของกูทั้งนั้น

ความจริงของกูหรือของมึง มันก็แค่ทิฏฐิเบี้ยวๆไม่มีค่าอะไรเท่านั้นเอง มันจึงทำให้โลกเดือดร้อนวุ่นวายไปทั่ว

แม้คนที่ยึดมั่นอุดมการณ์จะบอกว่าทำเพื่อส่วนรวมก็ตาม แต่จริงๆมันก็เป็นเพียงการยัดเยียดความป่วยไข้ในการยึดติดให้คนอื่นเท่านั้น เป็นกรรมไม่รู้จบสิ้น คนเราจะยึดมั่นในอุดมการณ์ได้จริงๆนั่นก็ต้องอาศัยตัณหาหรือความอยาก ถ้าไม่อยากมันจะดันทุรังเหรอถามหน่อย

แล้วก็ไอ้ตัณหานั่นแหละคือ ตัวตนของตัวเอง ตัวตนว่ากูจะเอาแบบนี้ กูเชื่อว่าตรงนี้ดี ตรงนั้นไม่ดี พวกมึงต้องฟังกู บางที่ก็ดูแล้วตลกจริงๆ คนป่วยพูดชักชวนคนอื่นให้ป่วยไปด้วย น่าสมเพชซะไม่มี

ก็ลองไปไล่ย้อนดูในอดีตสิว่ามีสักครั้งไหมที่โลกจะสงบสุขด้วยการเปลี่ยนทุกคนให้มามีอุดมการณ์เหมือนตน...มันก็ไม่มี ถึงมีก็ชั่วคราวแล้วก็วุ่นอีก แล้วก็ยังจะกระเสือกกระสนไปทำหอกอะไร

ผู้ที่ไม่แจ้งจริงแห่งสัจธรรมอันเป็นธรรมดาสามัญที่สุดของโลก ที่มันไม่ใช่อะไรอยู่แล้ว มันก็มัวแต่จะพาคนอื่นให้ไปทุกข์ร้อนทุรนทุราย เพียงเพื่อจะต่อสู้ให้สำเร็จตามอุดมการณ์ป่วยๆของตน ไม่ได้พาผู้คนให้ไปพบกับความสงบสุขที่แท้จริงได้เลย ได้แต่งี่เง่าไปตามอุดมการณ์ อุดมกูไปวันๆอย่างเลื่อนลอยเท่านั้น

ก็ให้รู้เอาไว้เลยว่า ไม่ต้องไปริเปลี่ยนโลกอะไรหรอก โลกมันเปลี่ยนแปลงตัวมันเองอยู่ทุกขณะอยู่แล้ว ตามธรรมชาติธรรมดาของมันเองตามสมควรแล้ว พูดง่ายๆคือไม่มีมึงมันก็อยู่ได้ด้วยตัวมันเอง เพียงแต่การเปลี่ยนแปลงนั้นมันไม่ถูกใจเรา แล้วเราก็กระเสือกกระสนไปเปลี่ยนมัน และสุดท้ายก็เปลี่ยนได้แค่ชั่วคราว แถมทุกข์ตีกลับหนักให้อีก อย่างนี้เรียกว่าโง่ยึด โง่ทุกข์ จะไปนำใครให้พ้นทุกข์ได้ มันก็แค่ทำกรรมใช้กรรมเท่านั้น แม้จะสู้เพื่ออุดมการณ์ได้สำเร็จจริง สุดท้ายก็จะเกิดความวังเวงในใจขึ้นมาอีก เพราะมันไม่มีอะไรทำ ก็หาอุดมการณ์ใหม่อุปโลกน์ขึ้นมาสู้อีก ยิ่งดูก็ยิ่งเหมือนหมาขี้เรื้อนวิ่งไล่กัดหางตัวเอง เพราะคิดว่าคงจะทำให้หายคัน

ดังนั้นก็อย่าหลงสำคัญตัวเองไป ความป่วยไข้บนอุดมการณ์ไม่ใช่เรื่องวิเศษอะไร เพราะคนที่ยึดมั่นในอุดมการณ์มันก็ยังเวียนว่ายตายเกิดไม่รู้จบเหมือนๆกับคนอี่น วิเศษตรงไหนถามหน่อย ไม่ได้เรื่องหรอกท่านทั้งหลาย ได้เรื่องเหมือนกันนะ ได้เรื่องเวรเรื่องกรรมมาแบกให้หนักไปเล่นๆ

ก็ให้วางใจกับทุกสิ่ง ทุกดวงจิตทุกดวงวิญญาณล้วนมีวิถีกรรมของตนอยุ่แล้ว ไม่ต้องไปเพิ่มกรรมใหม่ๆให้กันและกันอีก ไม่ต้องเอาไข้อุดมการณ์ไปติดเชื้อต่อคนอื่นอีก ไม่ต้องคิดจะเปลี่ยนแปลงโลกไปสู่สิ่งที่ดีกว่า เพราะโลกมันเป็นไปอย่างที่มันสมควรอยู่แล้วตามกฏแห่งกรรม ก็ให้ปลงใจ ก็ให้วางใจ

เมื่อไหร่ที่มันหายป่วยจากไข้ยึดติดเรื้อรังนั่นแหละ มันก็จะเป็นเนื้อหาแห่งการเกี้อกูลโลกไปเองโดยอัตโนมัติ

No comments:

Post a Comment