Wednesday, February 6, 2013

คนผิดเพศบรรลุธรรมได้หรือไม่?

เป็นอีกหนึ่งคำถามที่เกิดจากการกีดกันไม่ให้คนเข้าถึงสัจธรรม รองจากข้อหาที่ว่าเป็นผู้หญิงบรรลุธรรมไม่ได้ ก็ต้องขอตอบเบื้องต้นว่า ...มะเหงกสิ

ก็ในเมื่อมีขันธ์ 5 เหมือนกันแล้วมันจะบรรลุธรรมไม่ได้หรือไง จะให้พูดจริงๆจะบอกเลยว่าไม่ใช่แค่คนที่ผิดเพศนะครับ คนศาสนาอื่น หากฟังสัจธรรมเข้าใจตรงๆมันก็บรรลุธรรมได้เหมือนกันนั่นแหละ ก็ขันธ์ 5 เหมือนกันมันจะมีอะไรแตกต่างเล่า ไอ้ที่แตกต่างน่ะมันทิฏฐิทั้งนั้น คิดบังตัวเอง พูดบังคนอื่นโดยไม่รู้จริงทั้งนั้น ขนาดองคุลีมาลฆ่าคนตายเป็นเบือยังบรรลุอรหันต์ง่ายๆเลย แล้วจะอธิบายกรณีนี้ยังไงเล่า

ปัญหาอยู่ที่ว่าทุกคนเอาคำว่าวิบากกรรมมาตั้งเป็นตราบาปเป็นเงื่อนไขปิดบังขัดขวางการบรรลุธรรมหมดเลย ซึ่งตัวขัดขวางการบรรลุธรรมนั้นไม่ใช่วิบากกรรมนะครับ ตัวที่ขวางจริงๆน่ะคือทิฏฐิ คือเงื่อนไขที่ตั้งขึ้นมานั่นแหละ หากใครเอาเงื่อนไขนี้ไปบังตัวเอง มันก็ไม่สามารถบรรลุธรรมได้หรอก เพราะคนที่บรรลุธรรมจริงๆนั้นเขาไม่ได้คิดหรอกว่าตัวเองเป็นคนผิดเพศไม่มีวันที่จะบรรลุได้ หรือเป็นฆาตกรคงบรรลุไม่ได้ แบบนี้เรียกว่าเอาเงื่อนไขอุปาทานหมู่ของชาวโลกมาบังตัวเอง แล้วก็ไม่เกี่ยวด้วยว่าต้องบวชเป็นพระถึงจะมีโอกาสมากกว่า ปัจจุบันฆราวาสที่บรรลุธรรมนั้นก็ไม่ได้น้อยไปกว่าพระสงฆ์เท่าใดนัก

ทำไมน่ะเหรอครับ ก็เงื่อนไขต่างๆมันไม่เกี่ยวเลยครับ ทำความเพียรไม่พอเหรอ? ก็บังอีกแหละ บารมีไม่พอเหรอ ก็บังอีก ทุกวันนี้ทิฏฐิในธรรมมันเยอะจนไปบังสัจธรรมแท้ๆที่ไม่ได้ขึ้นกับพิธีกรรม พิธีการ หรือการปฏิบัติอะไรทั้งสิ้น

ก็ไม่ต้องขยันหาอะไรมาบังตัวเองอีกแล้ว แล้วก็ไม่ต้องไปสนใจไอ้เงื่อนไขบ้าๆบอๆที่ใครก็ไม่รู้ตั้งขึ้นมาด้วย ซึ่งไม่ใช่พระพุทธเจ้าแน่ๆรับประกัน ไม่อย่างนั้นองคุลีมาลคงไม่บรรลุธรรมต่อหน้าท่านหรอก ส่วนคนที่ตั้งเงื่อนไขนี้มาบังคนอื่นเชื่อเถอะว่ายังวนเวียนอยู่ในสังสารวัฏนี่แหละ เพราะไอ้กรรมที่ไปตั้งเงื่อนไขในการบรรลุธรรมมาบังเอาไว้

องคุลีมาลไม่ได้นึกว่าตัวท่านเองเป็นบัวใต้ตมตอนบรรลุธรรมนะครับ ท่านจึงไม่บังตัวเองไง แต่ทุกวันนี้มันมีแต่เงื่อนไขเรื่องดีๆเลวๆยกขึ้นมาบังตัวเองและผู้อื่นตลอด ก็ไม่ต้องโทษใครครับ กรรมร่วมกันทั้งนั้น

วิบากกรรมมันไม่ได้มีค่าอะไรที่จะบังคนจากสัจธรรมหรอกครับ มันหลงให้ค่ากันไปเอง ถ้าวิบากกรรมเยอะมันก็แค่ทำให้ลำบากกายลำบากใจมากหน่อย แต่มันไม่ได้บังใครจากสัจธรรมจริงๆ ถ้าวิบากกรรมเยอะๆก็ขอขมากรรมเข้า ขอขมาบ่อยๆ เดี๋ยวมันก็จะคลายจากอุปาทานในวิบากกรรมนั้นไปเอง ฟังสัจธรรมเข้าใจมันก็บรรลุได้หมดนั่นแหละ จะช้าจะเร็วก็ขึ้นกับว่าจะทิ้งตัวมันเองได้แค่ไหน เพราะสัจธรรมนั้นมีอานุภาพในการคลายอุปาทานให้กับทุกดวงจิตทุกดวงวิญญาณอยู่แล้ว ใครฟังเข้าใจก็จะคลี่คลายได้ตามระดับของตนเอง ไม่ต้องไปตั้งกฏเกณฑ์ ไม่ต้องไปสร้างเงื่อนไขอะไรมาบังตัวเองอีก

โอเคไหมครับ

No comments:

Post a Comment