Tuesday, February 19, 2013

ไม่เกิด..ไม่ดับ

ถอดความไฟล์เสียง
"ไม่เกิด..ไม่ดับ"  / 27 ก.ค. 2553
หลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะ  เขมรโต

ให้มันหมดสั้นในตัวเองลูก  ก็คือ..จิตมันก็ไม่เป็น..จิต..เรื่อยๆน่ะแหละ  มัน..จิต..ก็..ไม่ใช่ตรง..จิต..เรื่อยๆ  มัน..หมดสั้นในตัวเอง  นอกเสียจากว่าจะไม่ฝักไฝ่..ไม่เคว้งคว้าง..ไม่กวัดแกว่ง..ไม่ทะยาน  แล้วก็จะหมายถึง  การไม่แช่..การไม่ทรง..ดำรงในตัวมันเอง  ให้มันหมดสั้นในตัวมันเอง  โดยที่มัน..ไม่..อยู่แล้วเนี่ยลูก  เรียกว่ามันไม่ใช่ตรงอะไร  ไม่มัวแต่ตรงอะไร  ไม่มัวแต่ตรงอะไร  มันจะได้ไม่สวนกันไปสวนกันมาลูก  เรียกว่าคลายตัวมันเอง  หรือไม่เนื่องด้วยตัวมันเอง

โดยที่..ไม่..อยู่แล้ว  โดยที่..ไม่ต้อง..ไม่ตั้ง..อยู่แล้วเนี่ย  ให้มันสนิทเลย  เค้าเรียกว่า..ดับ  คือไม่ต้องไปเจริญ..ความดิ้นรน  ไปคอยเกิด..คอยดับแบบนั้น..แบบนี้  เค้าเรียกไม่ต้องไปเจริญ..ความดิ้นรน  เรียกว่าไม่ไปเจริญตัณหานั่นเอง

ใจ..ก็คือ..ไม่เกิด..ไม่ดับ..ไปเลย  ไม่เกิด..ไม่ดับ..ไปเลย  ไม่ติด..ไม่หลุด..ไปเลย  ไม่ติด..ไม่หลุด..อยู่แล้วเนี่ย  ใจ..ก็คือ..ไม่เกิด..ไม่ดับ..อยู่แล้วไปเลยลูก  จะได้หมดสั้น..หมดสั้นลูก  เรียกว่าจิตคลายแม้กระทั่งตัวมันเอง  จิตคลายจิตเอง  จิต..ก็คือ..ไม่เกิด..ไม่ดับ..ไปเลยลูก  แบบหมดสั้น..หมดสั้น..หมดสั้น  จิต..ก็คือ..ไม่ติด..ไม่หลุด..ไปเลยลูก  ไม่ติด..ไม่หลุด..ไปเลย  ไม่ว่าอะไร..ไม่ว่าอะไร  คือ..ไม่ติด..ไม่หลุดกับอะไร  หมดสั้น..หมดสั้น  หมดจิต..หมดจิต..หมดจิต  นอกเหนือความเป็นจิต..คลายความเป็นจิต

ไม่เป็นลักษณะของ..ความเพียรที่ยุ่งยาก..ยุ่งเหยิง  ไม่..ไปเลยลูก  ไม่เกิด..ไม่ดับ  ไม่เกิด..ไม่ดับ..ไปเลย  ลูกก็จบ..มันก็จบ..จบเกี่ยวกับเรื่องจิต..จบในจิต..น่ะแหละ..จบ  ไม่มัวแต่เป็นจิตอยู่  ไม่มัวแต่เป็นจิตชนิดไหนอยู่  ไม่เกิด..ไม่ดับ..ไปเลยลูก  มันจะได้นอกเหนือระบบจิตทั้งระบบ..ก็สว่างอย่างเดียว  นิพพานอยู่แล้วอย่างเดียว..มันไม่เป็นอย่างอื่น  แต่นอกเสียจากว่า..ความห่วงและความอาลัยอาวรณ์  ในสัมผัส..ในผัสสะ..อายตนะทั้งหลาย  ในการเป็น..การอยู่..การไป..การมา  ในสิ่งที่เกี่ยวข้อง..สัมผัส..สัมพันธ์ทั้งหลาย..มันยังเยอะ  เรียกว่าความอาลัยอาวรณ์..มันยังเยอะ  เค้าเรียกว่า..การคอยเกิด..การคอยดับทางจิตของลูก..มันเยอะ  กับสรรพสิ่ง..เรียกว่า..ห่วงมันเยอะ  มันก็จะลำบาก..มันก็ไม่จบ  มันเป็นวัฏฏะ  ก็สรุป..จิตก็คือ..ไม่เกิด..ไม่ดับ..ไปเลยลูก  มันจะได้ไม่ไปมัวพะวงกับสรรพสิ่งทั้งหลาย  มันจะได้ตัดวงจร..ตัดกลไกของวัฏฏะ  ไม่ต้องวกวนกับอะไรลูก

จิตก็คือ..ไม่ติด..ไม่หลุด..ไปเลย  ไม่ติด..ไม่หลุด..ไปเลยลูก  มันจะได้หมดพันธะทางจิต  คำว่า “พันธะทางจิต “ ก็หมายความว่า..ห่วงดู..ห่วงรู้..ห่วงเห็น  ห่วงนึก..ห่วงคิด  ห่วงความรู้สึก..ห่วงในอารมณ์  ห่วงนี้ก็หมายถึง..เข้าไปแช่กับมัน..เข้าไปทรงมัน..เข้าไปเสวยมัน..เข้าไปดำรง  เข้าไปไหลตาม..คล้อยตาม  อย่างนี้เรียกว่า..มันห่วง..มันห่วงยึดน่ะ

คลายตัวมันเองสุดสุด  ไม่ติด..ไม่หลุด..ไปเลยจิต  ไม่ใช่พยายามที่จะเป็น..จิต  หรือว่าตัวเองในจิต  ให้นอกเหนือความเป็นจิต  ไม่..ไปเลยลูก..ไม่..เลย  โดยที่..ไม่จึ้ง..ไม่จ้อง..ไม่ต้อง..ไม่ตั้ง..อยู่แล้วนี่แหละ  ไม่ต้องไปคอยตั้งแบบไหนอยู่แล้วนี่แหละลูก  มันก็คลาย..คลายตัวมันเอง  ไม่ได้พยายามที่จะเป็นตัวมันเอง  ไม่ใช่จิตพยายามจะเป็นจิต  เรียกว่า..วางเป็น..ว่างเป็น  ลูกก็นอกเหนือสุข..เป็น  นอกเหนือทุกข์..เป็น  นอกเหนือกรรม..เป็น  นอกเหนือเวร..เป็น  นอกเหนือวิบาก..เป็น  นอกเหนืออนุสัย..เป็น  นอกเหนือจริต..เป็น  นอกเหนือความเป็นสรรพสัตว์ในตัวเอง..เป็น

เอา..หมดสั้น..เลยลูก  ให้มันหมดสั้นในตัวเอง..หมดสั้นเลย  จิตก็คือ..ไม่เกิด..ไม่ดับ..ไปเลย  ไม่ต้องไปคอยเกิด..คอยดับอะไร....ไม่ต้องลูก  เรียกว่า..ไม่เกิด..ไม่ดับ..เรียกว่า..ไม่เกิด..ไม่ดับ..อยู่แล้ว  ไม่ต้องไปคอยติด..คอยหลุดอะไรลูก  จิตก็คือ..ไม่ติด..ไม่หลุด..ไปเลย  ไม่ต้องไปคอยติด..คอยหลุดอะไร  เรียกว่า..หมดสั้น..หมดสั้น..หมด  ไม่ต้องไปต่อ..ไม่ต้องไปไหลตาม  ไม่ต้องไปคล้อยตาม  นั่นแหละเรียกว่าประโยชน์อันสูงสุดของโลก..ของสังสารวัฏ..ก็อยู่ตรงนี้แหละ  ทั้งหมดของ..ความไม่ยึดติด..นั่นแหละลูก  ในธาตุ..ในขันธ์..ในกาย..ในจิต..ทั้งหลาย
เมื่อบนพื้นฐานของ..นิพพานอยู่แล้ว  ก็จะเป็นเนื้อหาของการเกื้อกูล..และก็โปรดในสังสารวัฏต่อไปอีก  ประโยชน์อย่างแท้จริงต่อโลก..ต่อสังสารวัฏทั้งหลายก็คืออะไร ?  ก็คือช่วยกันล้างสังสารวัฏน่ะแหละ  ล้างความเป็นสัตว์โลกนั่นแหละ  ไม่ใช่อุปถัมภ์โลก..ให้โลกมันเป็นเผ่าพันธุ์ของโลกต่อไปเรื่อยๆ  มันโลกแห่งทุกข์ทั้งนั้นแหละลูก..โลกแห่งความวกวนทั้งนั้น  อันนี้เค้าเรียกว่า..สลายความเป็นสัตว์โลก  ให้มันตรงต่อเนื้อหาของ..ความไม่ยึดติด..ไปเหมือนกัน  นั่นแหละเค้าเรียก..สงเคราะห์โลก..โปรดสัตว์..โปรดโลก  ไอ้กินดี..อยู่ดี..ไม่พอหรอก..มันก็ตายทิ้ง  ในที่สุด..มันก็ตายทิ้งเหมือนกัน  โมหะความหลง..มันยังไม่สิ้นซาก  มันครอบงำธาตุขันธ์อยู่  มันก็ไปอีก..เวียนว่ายใช้เวร..ใช้กรรมต่อไปอีก  สร้างเวร..สร้างกรรม..ต่อไปอีก.........มันไม่จบ  กินดี..อยู่ดี..มันไม่จบหรอกลูก  ไม่ต้องไปบูม ( boom ) หรอก..ไม่ต้องไปโฆษณา  ไอ้กินดี..อยู่ดีน่ะ  กินดี..อยู่ดี..อยู่สบายน่ะ..มันไม่จบหรอก  เมื่อมันยังหลงอยู่..มันยังหลงเกาะ..หลงเกี่ยว..หลงเหนี่ยว..หลงรั้ง..หลงยึด..หลงแช่..หลงทรง..นั่นแหละเหตุของทุกข์ล่ะ  ให้ประมวลลงสู่สัจจธรรมทั้งหมด  ทุกอย่างก็คือ..ความไม่ยึดติดในตัวมันเอง

ให้มัน..ไม่..เป็น.........ในจิตน่ะ  ให้มันหมดจิต..หมดใจ..เป็นลูก  จะเห็นได้ว่าวันวันนึงก็..สังสารวัฏเก่าๆ  วนเวียนกับการรู้..การเห็น  การนึก..การคิด  วนเวียนกับความเป็นจิตอย่างนี้..อย่างนั้น  จิตอย่างนี้..จิตอย่างนั้นอะไร  เค้าเรียกว่าแต่ละวัน  มันก็..สังสารวัฏเดิมๆ
รูป..เสียง..กลิ่น..รส..สัมผัส
รูป..เสียง..กลิ่น..รส..สัมผัส
รูป..เสียง..กลิ่น..รส..สัมผัส
ตาดู..หูฟัง  วนเวียนป้วนเปี้ยนกันอยู่แค่..อายตนะนี่แหละลูก
ตา..หู..จมูก..ลิ้น..กาย..ใจ  มันก็เป็นวัฏฏะเก่าๆ..วัฏฏะเดิมๆ
แต่ละวัน..แต่ละเวลา..แต่ละเดือน..แต่ละปี  เค้าเรียกว่ามันไม่มีสิ่งไหนที่มันเป็นอมตะ  ปรับเปลี่ยนหมุนเวียนไปตามกลไกแห่งอนิจจังตลอด..ธาตุทุกธาตุ  บนความเป็นจริงของ..ความไม่ยึดติด..อยู่แล้วตลอดเวลา  ฉะนั้นจิตลูกก็คือ..ไม่ติด..ไม่หลุด..ไปเลย  มันจะได้เลิกวนเวียนไงลูก..กับอนิจจังทั้งหลาย  มันจะได้เลิกเป็นอนิจจังซะที  นั่นแหละ..ไม่เกิด..ไม่ดับ  ไม่เกิด..ไม่ดับ
ให้มัน..หมดสั้น..หมดสั้น  อย่าไปมองหา..อย่างไปดูอารมณ์..อย่างไปดูความรู้สึก..อย่างไปดูอาการอย่างนี้  เค้าเรียกว่า..มันยาวไปแล้วไงลูก  มันไม่หมดสั้น  มันจากสั้นไปยาวแล้ว  ก็เรียกว่า..ตัวรู้..มันถูกต่อไป  ตัวดู..มันถูกต่อไป  เค้าเรียกว่ามันจิ๊กซอว์ ( jig saw) ไปเรื่อย  ต่อรู้..ต่อเห็น..ไปเรื่อยๆ

ไม่เกิด..ไม่ดับ  ไม่เกิด..ไม่ดับ  ไม่เกิด..ไม่ดับ..ไปเลยลูก  รู้..ก็ดับรู้เลย  รู้..ก็ไม่ต่อในการรู้  เห็น..ไม่ต่อในการเห็น  โดยที่..ไม่..อยู่แล้ว  ก็นอกเหนือเห็น..นอกเหนือรู้  หมดสั้น..หมดสั้น..หมดสั้น..หมดสั้นในตัวเอง  อย่าง..รู้ไปรู้..อย่างนี้เรียกว่า..มันยาวแล้วลูก  ก็..ไม่..อย่างเดียวลูก  ไม่ติด..ไม่หลุด  ไม่เกิด..ไม่ดับ  ไม่เกิด..ไม่ดับ  ไม่ต้องคอยติด..คอยหลุดอะไร  นั่นแหละเค้าเรียกว่า..นิมิตหมายแห่งความสว่างในธรรม..นิโรธเป็น  ยุติสมุทัยในตัวเอง..เป็น  ไม่ต้องไปคอยสั้น..คอยยาวอะไร  ในจิต..ในใจทั้งหลาย  เรียกว่ายุติสมุทัยในตัวเอง..เป็น  นิโรธ..นิมิตหมายแห่งความสว่าง

ให้หมดพันธะภายนอก..ให้หมดพันธะกับภายนอก  อย่ามัวไปสาละวนกับภายนอกอยู่  ภายในก็..ไม่ใช่  จิตก็คือ..ไม่ต้องไปคอยติด..คอยหลุด..ไปเลยนั่นแหละ  เค้าเรียกว่าภาระภายในจิต..ก็ไม่ใช่  ภายนอกก็..ไม่ใช่  แล้วในที่สุดมันก็..นอกเหนือการเป็น..การอยู่เลย  นอกเหนือการอยู่ของตัวเองเลย  เรียกว่า..นิพพานอยู่แล้วตลอด..ทุกที่  การอยู่นี่ไม่ได้มีความหมายเลย  เรียกว่า..มันนอกเหนือการเป็น..การอยู่ของตัวเองแหละลูก  คือมันไม่ได้มีความหมายอะไร  ที่มันมีความหมายก็เพราะว่า..จิตลูกยังไปพ่วงพันอยู่นั่นนี่อะไร  คอยติดก็..ไม่ต้อง..........ลูก  คอยหลุดก็..ไม่ต้อง.....หมดสั้น..ในตัวเอง..หมดสั้น..หมดสั้น  นั่นแหละ..ไม่เกิด..ไม่ดับเอาไว้ดีดีลูก  มันจะได้ไม่ไปชนกับใคร  ไม่เกิด..ไม่ดับน่ะแหละ  จิตก็คือ..ไม่เกิด..ไม่ดับน่ะแหละ  ไม่..น่ะแหละ..ไม่..น่ะแหละลูก  มันจะได้ไม่ไปชนกับอะไร  มันจะได้เลิกเป็น..........ปุถุชน

                                                      +++++++++++++++++++++++                                    

No comments:

Post a Comment