Tuesday, February 5, 2013

เลิกคาดหวัง เลิกตั้งเงื่อนไข

อะไรเล่าเป็นสาเหตุแห่งความทุกข์ในชีวิตของมนุษย์?

ถ้าจะให้ตอบแบบไม่ต้องพึ่งพาศัพท์บาลี หรือ คำอธิบายทางธรรมที่ซับซ้อนเข้าใจยาก ก็ต้องบอกว่า สาเหตุแห่งความทุกข์ในชีวิตของมนุษย์นั้น ก็มาจากการตั้งความหวัง และการตั้งเงือนไขต่างๆในชีวิตนั่นเอง

เรียกว่าล่ามโซ่ให้ตนเอง แล้วก็ทุกข์เสียเอง

ชีวิตเราเกิดมา พอเริ่มรู้ความ ก็ถูกสอนให้รู้ว่าสิ่งไหนดี สิ่งไหนไม่ดี สิ่งไหนถูก สิ่งไหนผิด
พอรู้คุณค่า รู้ความหมาย ของสิ่งต่างๆแล้ว เราก็ยึดติดไปกับมันว่ามันเป็นอย่างที่เขาสอนมาจริงๆ
จากนั้นก็ไปยึดเอาว่าต้องใฝ่หาสิ่งที่ดี หลีกหนีสิ่งที่ไม่ดี ชีวิตจึงต้องวิ่งไป ต้องดิ้นไป
แล้วที่สุด ชีวิตที่เหลือก็มีแต่ความคาดหวัง การตั้งเงื่อนไขกับตัวเองกับสิ่งต่างๆว่า ชีวิตเราต้องอย่างนี้ อย่างนั้น ทุกอย่างจะต้องเป็นแบบนั้น แบบนี้ ถ้าไม่ได้ตามนี้ตามนั้นแล้ว มันจะไม่มีความสุข มันจะไม่สมบูรณ์แบบ

ก็เพราะเงื่อนไขและความคาดหวังต่อสิ่งต่างๆที่เรามักจะผูกขึ้นมาไว้ในใจ กับโลก กับสิ่งต่างๆ กับตัวเองนั่นแหละ คือ "กรอบ" อันคับแคบที่กักขังเราเอาไว้ให้หมดอิสรภาพ เป็นโซ่ตรวนที่ล่ามเราเอาไว้กับความกลัวที่ว่า ชีวิตจะไม่มีความสุข ชีวิตจะไม่ดี แบบที่หวัง หรือแบบที่มีคนมาคาดหวังเอาจากเรา

พอจะอยู่เฉยๆก็กลัวไปอีกว่า เราจะไม่มีเหมือนคนอื่นๆ เป็นคนที่ขาดพร่อง ทั้งๆที่โดยความเป็นจริงแล้ว มีอะไรก็มีชั่วคราว เป็นอะไรก็เป็นได้ชั่วคราวทั้งนั้น มีได้ก็เสียได้ เป็นได้ก็ไม่เป็นได้เหมือนกัน ทุกอย่างล้วนคิดปรุงแต่งไปเองทั้งนั้น

นอกจากทุกข์กับการคาดหวังแล้ว มนุษย์ก็ยังต้องทุกข์ในการที่จะรักษามันให้ยั่งยืนเป็นของเราไปนานๆอีก

พูดง่ายๆคือ ทุกวันนี้คนเราอยู่เฉยๆก็เริ่มจะกลัวเงาของตนในกระจกแล้ว

ยิ่งกระบวนการที่ให้ได้มาซึ่งสิ่งที่คาดหวังนั้นก็เป็นทุกข์อีก ทุกข์ที่ต้องลำบากตรากตรำ ทุกข์ที่ต้องต่อสู้ดิ้นรนเบียดเบียนตัวเองและผู้อื่น พอได้มาแล้วความสุขที่ได้มาก็หายไปอย่างรวดเร็ว ราวกับความสวยงามของดอกไม้ไฟที่มีค่าความสวยเพียงชั่วพริบตา แล้วก็กลับไปทุกข์อีก แล้วก็ไปตั้งต้นกันใหม่อีก เป็นแบบนี้ไม่รู้จบ

คนที่วิ่งไล่ตามความคาดหวังของตนได้ ก็เรียกว่าประสบความสำเร็จ ถ้าไม่ได้ก็คือคนที่ล้มเหลว เพราะเราก็ตีกรอบความเป็นไปให้ตนเพียงเท่านี้จริงๆ ชีวิตจึงคับแคบอึดอัด

ในใจของทุกคนก็คาดหวังขออย่าให้หมดแรง อย่าป่วย อย่าพิการไปเสียก่อนที่จะถึงจุดหมาย ชีวิตจึงดำเนินไปแต่บนความคาดหวังๆๆๆ เงื่อนไขๆๆๆ จนชีวิตกลายเป็นการเดินไต่บนเส้นลวดบางๆที่พาดจากหน้าผาหนึ่งไปสู่หน้าผาข้างหน้า ไปเรื่อยๆ ความเป็นไปได้ของความผิดหวัง จึงมีมากกว่าความสมหวังมากมายนัก เหมือนกับเส้นลวดเล็กๆที่พาดไปในอากาศอันว่างเปล่า มองลงไปก็มีแต่พื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลของหุบเหวเบื้องล่าง ที่เราให้ค่ามันว่าเป็นความล้มเหลว

แล้วอย่างนี้จะไม่ให้เครียดได้อย่างไร?
แล้วอย่างนี้จะไม่ให้ทุกข์ได้อย่างไรเล่า?

เมื่อเราต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งความสุขแล้ว ไม่นานก็ต้องกลับไปสู้ต่อเพื่อให้ได้ลิ้มรสความสุขอันน้อยนิดตรงปลายทางแบบเดิมๆอีก เป็นอย่างนี้ซ้ำๆไปจนตาย เพื่อวิ่งแสวงหาสิ่งที่ไม่มีจริง เพราะความสุขนั้นจะมีความหมายเมื่อเป็นสิ่งที่ถูกคาดหวังในใจ แต่จะหมดความหมายลงทันทีเมื่อได้มันมา นี่คือธรรมชาติของมนุษย์ที่ไม่เคยพอกับอะไรแม้แต่อย่างเดียว เมื่อไม่รู้ความจริงอันนี้ เราก็เลยเห็นแต่คนที่วิ่งหนีเงาของตนโดยไม่รู้ว่ามันเป็นแค่เงา

เราแสวงหาความสขุเพราะเราทุกข์อยู่ใช่หรือไม่?
แต่พอเราได้ความสุขมาแล้ว เราก็กลับไปทุกข์อีกเพราะมันจะผ่านเราไปรวดเร็วแบบไม่รู้ตัว
นี่คือความจริงที่ว่า ความสุขอยู่ที่ไหน ความทุกข์ก็อยู่ที่นั่น เป็นเงาตามตัว
เพราะสองสิ่งนี้อ้างอิงซึ่งกันและกันเสมอ จะเลือกสุขอย่างเดียวไม่ได้
ดังนั้นการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งความสุขมากๆ ก็จะยิ่งทุกข์มากเป็นธรรมดา

ความสงบสุขที่แท้จริงนั้นจะเกิดขึ้นเองเมื่อเราหลุดพ้นจากพันธนาการในการดิ้นรนหาความสุข หรือดิ้นรนเพื่อหนีทุกข์

ก็ให้ละวางเสียซึ่งเงื่อนไขทุกอย่างที่ตั้งขึ้นมาพันธนาการตนเอง
ก็ให้ละวางเสียซึ่งความคาดหวังต่างๆที่ตั้งขึ้นมาเพื่อให้ตนเองเดินไป
คนที่ต่อสู้เพื่อความคาดหวังของตนเองก็เปรียบได้กับ คนที่แบกกระสอบขึ้นภูเขาแล้วก็หวังว่าจะมีความสุขตอนวางมันลง
โดยไม่เฉลียวใจว่าถ้าไม่แบกเสียตั้งแต่แรก เราจะเอาอะไรที่ไหนไปทุกข์ได้เล่า...ไม่มี

บางคนก็อาจจะเถียงอีกว่า ถ้าไม่เตรียมให้พร้อมสำหรับอนาคตอันไม่แน่นอนแล้ว อีกหน่อยก็จะทุกข์หนักยิ่งกว่านี้...ดูสิ แม้แต่อนาคตก็ยังยึดโยงกับเงื่อนไข ยังยึดโยงกับความคาดหวัง สร้างเพื่อให้มันมั่นคง จองความทุกข์เอาไว้ล่วงหน้าแล้ว อย่างนี้จะพ้นจากทุกข์ไปได้อย่างไรเล่า

คนเราทุกคนล้วนต้องตายกันอยู่แล้ว ไม่ต้องไปให้ความแตกต่างหรอกว่าตายดีหรือตายไม่ดี มันก็ตายกันอยู่แล้วทั้งนั้น และไม่มีใครรู้หรอกว่าใครจะตายดีหรือตายไม่ดี แม้กระทั่งตัวของเราองที่คาดหวังเอาไว้ว่าจะตายดีก็ตาม คนที่มีทุกสิ่งทุกอย่างพร้อม หลายคนๆตายอนาถก็มี ตายตาไม่หลับก็มี ตอนอยู่ยังไม่ได้ดังใจเลย ตอนตายจะเอาอะไรอีกเล่า

ดังนั้นก็ไม่ต้องกังวลอะไรกับอนาคต ไม่ต้องแสวงหาความมั่นคงใดๆ เพราะมันไม่มีอะไรมั่นคงจริงแม้แต่อย่างเดียว

ยิ่งเราไปผูกมัดตนเองกับสิ่งต่างๆมากเข้าๆ มันก็ยิ่งจะทำให้วุ่นวายเป็นทุกข์มากขึ้นไปอีก มันไม่มีหรอก ทุกข์วันนี้เพื่อไปสุขวันข้างหน้า ตราบใดที่ยังหลงว่าหนีทุกข์ไปหาสุขได้ มันก็ไม่สามารถพ้นจากทุกข์ไปได้หรอก ไม่งั้นพวกเศรษฐีก็พ้นทุกข์หมดแล้วสิ ไม่ต้องพึ่งวัดก็ได้ จริงไหม

ก็ละวางเสียซึ่งความคาดหวังและเงื่อนไขใดๆทั้งปวง ทุกข์มันก็จะจบลง ณ ปัจจุบันทันที ไม่ต้องรอความสุขในตอนจบเบื้องหน้า เพราะขึ้นชื่อว่ามนุษย์นั้นไม่เคยพอกับสิ่งใด ตอนจบจึงไม่มีวันเดินทางมาถึงแม้กระทั่งชั่วขณะที่ขาดใจตาย

ก็จบมันเสียตอนนี้เลย ไม่ต้องคาดหวัง ไม่ต้องตั้งเงี่อนไข ก็จะไม่มีอะไรที่ผิดหวัง ไม่มีอะไรที่ผิดเงื่อนไข ไม่ต้องดิ้นรนหาทุกข์ให้ตนเอง มันก็จบอยู่แล้วทันที

และเมื่อทุกข์จบลง สุขก็เป็นอันไร้ความหมายไปโดยสิ้นเชิง

นี่แหละคือการพ้นทุกข์ที่แท้จริง นี่แหละคือความสงบสุขที่แท้จริง

No comments:

Post a Comment