Saturday, February 9, 2013

กรรมจอแบน

เชื่อขนมกินได้เลยว่าทุกๆบ้านจะต้องมีทีวีอย่างน้อยบ้านละ 1 เครื่อง บางบ้านอาจจะมีหลายเครื่อง นี่ยังไม่นับรวมจอคอมพิวเตอร์และ อุปกรณ์อื่นๆที่มี "จอ" ภาพเป็นส่วนประกอบอีกมากมาย เช่นมือถือ คอมพิวเตอร์ แท็ปเล็ต เท่ๆ ฯลฯ อีกมากมาย และในวันนี้เรามีทีวี 3 มิติใช้กันแล้วครับ

นอกจากอุปกรณ์ที่ถูกพัฒนาไปอย่างมากแล้ว จำนวนช่องจำนวนทางเลือกในการรับชมก็มากขึ้นอย่างมหาศาล บ้างก็ว่าเป็นโอกาส บ้างก็ว่าเป็นแหล่งความรู้ บ้างก็ว่าเป็นความบันเทิงที่ไม่มีขีดจำกัด แต่จะมีใครรู้บ้างไหมว่า สื่อต่างๆที่ถูกฉายผ่านจอเหล่านี้คือแหล่งตอกย้ำกรรมวิบาก กรรมอนุสัยที่ใกล้ตัวและบันเทิงน่าดึงดูดใจที่สุดในบ้าน

ทุกวันนี้มีแต่รายการข่าวๆๆๆๆ ละครๆๆๆๆ ฯลฯ เต็มไปหมด สภาวะอารมณ์ต่างๆของคนนั้น คนนี้ ความทุกข์ของคนนั้นคนนี้ เรื่องราวคอขาดบาดตาย เรื่องราวความขัดแย้ง เรื่องราวฉ้อฉล เรื่องราวการทะเลาะเบาะแว้ง ฯลฯ อีกมากมายที่ผู้ผลิตรายการสรรหามาให้เราได้...วน ประดังกันลงจอชนิดที่ไม่มีเว้นให้พักแม้แต่วินาทีเดียว

ถามจริงๆว่าเรื่องของตัวเองยังวนไม่พออีกเหรอครับ ถึงต้องหาเรื่องของคนอื่น เรื่องแต่ง เรื่องบ้าบอเอามาใส่จิตใส่ใจเข้าไปอีกให้มันวนๆย้ำๆอยู่ตลอดเวลา

ทุกวันนี้จอทีวีจึงเป็นช่องทางให้ทุกคนตอกย้ำกรรมวิบาก กรรมอนุสัย คือทุกคนจะได้นั่งพักผ่อนสบายๆ คอยดูกรรมวิบากของคนอื่นผ่านหน้าจอ นั่งแช่อารมณ์อยู่กับมิวสิควิดีโอ นั่งคิดนั่งฟุ้งไปกับรายการเกมโชว์ หนัง ละคร ฯลฯ ส่วนผู้ผลิตรายการก็มีโอกาสที่จะก่อกรรมมากขึ้นไปอีกตามช่องทางและโอกาสการเช่าเวลาที่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณผ่านทางระบบเคเบิลทีวี

คิดดูก็แล้วกันว่าคนในยุคปัจจุบันจะวนเวียนอยู่กับทั้งกรรมของตัวเองและกรรมของผู้อื่นมากขนาดไหน ทำงาน(ก็กรรมนั่นแหละ)เหนื่อยๆกลับมาบ้านแล้วยังต้องไปนั่งดูวิบากของคนอื่นผ่านข่าวสารพัดชนิด ตั้งแต่หมากัดคน ยัน คนกัดหมา นี่แปลว่ามีเงินไม่พอนะ ต้องโง่ด้วยถึงจะหาเรื่องใส่ตัวแบบนี้ ก็คนที่มีเวลานั่งดูทีวีนานๆ เล่มเกม เล่นคอมฯนานๆนั่นแหละเรียกว่าเป็นกรรมซ้อนกรรม คือตอกย้ำซ้ำๆ วนตอกย้ำอนุสัยของตัวเอง และวิบากของผู้อื่นอยู่เรื่อยๆ พอดูมากๆเข้ามันก็สะสมกลายเป็นทุกข์ครับ

ผมเคยได้ยินหลายคนบ่นตลกๆเมื่อเจอข่าวเรื่องเดียวกันซ้ำๆในหลายช่วงเวลาของวันว่า "เอาอีกแล้วข่าวไอ้นี่อีกแล้วเบื่อจริงๆ" ว่าแล้วก็ยังนั่งดูมันซ้ำอีก นี่แหละครับคือใช้วิบากกันจริงๆ รับกรรมแบบไม่รู้ตัวอยู่ตลอดเวลา ดูไม่ดูเปล่านะครับ ยังเอาเรื่องที่ดูมาคุย มาวิเคราะห์กัน เหมือนไม่มีอะไรทำซะงั้น บรรยากาศในบ้านที่มีแต่คนประเภทนี้ก็จะปั่นป่วนไม่น้อยครับ เพราะแต่ละคนก็รับวิบากคนอื่นผ่านจอทีวีมาซะเพียบแปร้ เสร็จแล้วก็เอามาวนกันต่อในบ้าน กลายเป็นกระแสลบที่ไหลเวียนอยู่ในบ้านชวนอึดอัดน่าดู

นี่เป็นยุคสมัยที่เทคโนโลยีทางด้านสื่อและการสื่อสารรุ่งเรืองมากก็จริงอยู่ แต่ความทุกข์ก็เพิ่มขึ้นอย่างมากมายตามมาแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเช่นกัน ก็เพราะว่าเรามัวแต่ไปแบกรับวิบากกรรมของคนอื่นที่เข้ามาง่ายๆผ่านหน้าจอ แล้วก็ไปย้ำดู ย้ำรู้ ในเรื่องราวที่รู้ไปก็มีแต่เรื่อง มีแต่ราว ไม่จบสิ้น "เรื่องราว" ชื่อมันก็บอกอยู่แล้วว่าวนไงเล่า พอดูเสร็จก็เอาไปวนคิด วนนึก วนจำ วนพูด วนคุย จนหนัก จนแน่นอึดอัดขัดเคืองไปหมด แต่ก็ยังไม่รู้ตัวว่า นั่นคือการเข้าไปย้ำกรรมทั้งของตัวเองและของคนอื่นในใจเรียบร้อยแล้ว

ซึ่งถ้าหากเรายังไร้ในท่ามกลางสภาวะต่างๆเหล่านั้นไม่ได้ การกำจัดหรือลดเหตุที่ทำให้เราวนมันก็ควรทำครับ ตัดๆมันออกซะบ้าง ชีวิตจะได้เบาคลายลงเอง

No comments:

Post a Comment