Friday, February 8, 2013

มัชฌิมาปฏิปทา: ทางสายกลางที่แท้จริง

จริงๆก็ไม่อยากที่จะหยิบไม้ใครมาตีหัวเจ้าของหรอกนะ แต่นี่คือคำว่ามัชฌิมาปฏิปทาที่ผมคัดลอกมาจาก wikipedia ครับ ลองอ่านกันดู

"มัชฌิมาปฏิปทา แปลว่า ทางสายกลาง หมายถึง ทางปฏิบัติที่ไม่สุดโต่งไปในทางอุดมการณ์ใดอุดมการณ์หนึ่งเกินไป มุ่งเน้นใช้ปัญญาในการแก้ปัญหา มักไม่ยึดถือหลักการอย่างงมงาย เช่น ถือวัตถุหรือจิตใจมีค่า ยึดสิทธิปัจเจกชนหรือสังคมสำคัญ

ในทางพุทธศาสนาหมายถึงทางสายกลางคืออริยมรรคมีองค์ 8 คือศีล สมาธิ ปัญญา ที่ไม่ใช่ทางสายกลาง คือ สักแต่ว่ากลาง แต่ไม่กำหนดวิธีที่ถูกต้องเลย คือการไม่ยึดถือสุดทางทั้ง 2 คือ อัตตกิลมถานุโยค การประกอบตนเองให้ลำบากเกินไป กามสุขัลลิกานุโยคการพัวพันในกามในความสบาย

จาก wikipedia

ส่วนหลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะ เขมรโตท่านสอนว่ามัชฌิมาคือกลาง กลางคือว่าง ว่างคือสูญ ไม่ต้องเลือก ซึ่งหลายๆคนฟังแล้วก็ต้องอึ้ง บ้างก็อุทานในใจว่าคิดได้ไง (ฮา) หรือบางคนอาจจะคิดว่าหลวงพ่อฯตีความเอาเองแบบเฉโกเข้าข้างคำสอนตัวเอง

หลวงพ่อฯท่านอธิบายความเพื่อสอนคนประเภทไหนกันแน่?

โดยความเป็นจริงแล้ว มัชฌิมาปฏิปทาก็หมายความอย่างที่หลวงพ่อฯท่านสอนนั่นแหละ

แล้วเพราะเหตุใดเล่าท่านถึงสอนแบบนี้?

มัชฌิมาปฏิปทาหรือทางสายกลางนั้น "ไม่มีจริง" ในสังสารวัฏที่ยังหลงติดอยู่กับธรรมคู่ เพราะหากยังมีตัวตนอยู่ มันก็ต้อง "เลือก" คือเลือกว่าจะกลางหรือไม่กลาง ดังนั้นคำว่า "กลาง" ของปุถุชนก็คือเลือกข้างที่เป็นกลาง และผลักไสไม่ยอมรับข้างที่ไม่เป็นกลาง ซึ่งก็ถือว่าเป็นธรรมคู่อยู่ เหมือนสวิทซ์เปิดปิดไฟที่มีแค่สองสถานะคือเปิดกับปิด ในสังสารวัฏนี้จึงไม่มีอะไรที่เป็นกลางอย่างแท้จริงเลย เลือกเป็นกลางก็ต้อง "ทำ"เอา เลือกไม่เป็นกลางก็ต้อง "ทำ"เอา กรรมจึงต่อชาติหน้าไปเรื่อย มันจึงไม่กลางจริงๆสักที กลางแบบนี้มีกลางได้ เดี๋ยวมันก็เปลี่ยนเป็นไม่กลางได้เหมือนกัน พอจะประคองให้มันกลางๆ นานๆหน่อยก็ไปฝืนสภาวะเป็นอัตตาขึ้นมาอีก ก็ทุกข์อีก อยู่ในสังสารวัฏก็แบบนี้แหละ เดินทางสายกลางก็ทุกข์ทั้งนั้น

ทางสายกลางจริงๆจึงหมายความว่า ว่างจากการเลือก ว่างจากธรรมคู่ ว่างจากตัวตน หรือสุญญตา นั่นแหละ คือทางสายกลางแห่งอริยะจริงๆ เป็นทางสายกลางที่ไม่มีข้างซ้าย ข้างขวา ไม่ต้องต่อกรรม ไม่ต้องมีอัตตาตัวตนเข้าไปเดินบนทางสายกลาง เพราะมันว่างอยู่แล้วนั่นเอง

สัจธรรมของพระพุทธเจ้านั้นเป็นโลกุตรธรรมล้วนๆ ปราศจากตัวตนเข้าไปเจริญ เข้าไปดำเนิน แต่พอมาอยู่ในมือปุถุชน จึงถูกตีความให้เข้าใจและนำไปปฏิบัติใช้บนพื้นฐานแห่งโลกียะวิสัยจนหมด ระบบการเรียนการสอนจึงเน้นไปที่การปฏิบัติซึ่งก็เป็นโลกียะวิสัยคือต้องทำเอาเหมือนกัน

ทีนี้รู้หรือยังว่าหลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะท่านสอนบุคคลประเภทไหน?

No comments:

Post a Comment