Monday, February 25, 2013

ทุกอย่างคือนิพพาน

ทุกอย่างก็คือไม่ต้องไม่ตั้งนั่นแหละลูก มันจะได้เป็นพลังแห่งความดับที่กว้างขวางออกไป ในสรรพสิ่งในสรรพธาตุ แบบไร้ขอบเขต มันจะเป็นเนื้อหาของการโปรดไปด้วยในตัว  ไม่ใช่เป็นการดับเฉพาะตัว หรือดับเฉพาะในตน

ดับอยู่แค่นี้ก็ทุกอย่างไปเลยลูก  คือไม่นั่นแหละทุกอย่างก็คือไม่นั่นแหละ ทุกอย่างก็คือไม่ต้องไม่ตั้งนั่นแหละทุกอย่าง มันก็จะเป็นอานุภาพแห่งนิโรธ ที่เรียกว่าเป็นการเกื้อกูลไปด้วยในตัวเลย เนื้อหาพุทธะมหาโพธิสัตว์ลูก หมายถึงทุกอย่าง แล้วมันก็จะเป็นพลังของการโปรด พลังทะลุทะลวง ไปได้ในทุกสิ่งทุกอย่างทุกเรื่อง ทุกเรื่อง ไม่หนีเรื่อง  ไม่หนีทุกเรื่อง จะได้ตรงต่อเนื้อหาที่ว่าทุกอย่างก็คือนิพพานอยู่แล้ว นิพพานอยู่แล้วลูก

ซึ่งไม่ใช่ตรงอะไรนิพพานอยู่แล้ว นิพพานอยู่แล้ว ไม่มัวแต่อย่างนี้อย่างนั้นฉะนั้นก็มันจะไม่แคบอยู่แค่นั้นแค่นี้หรือว่าแค่ไหน แค่อะไรซักอย่างหนึ่ง มันจะไม่แคบ มันจะหมดแคบหมดอึดอัด มันจะได้หมดทั้งคติหมดทั้งอคติ ทุกอย่างก็คือไม่ตั้งไม่ต้องลูก ทุกอย่างก็คือไม่อะไรกับอะไร มันจะได้หมดคติ หมดอคติ พอไม่ถือคติ ไม่ถืออคติก็ จะคติชนิดไหนก็ตามที

ก็ถ้ามันทิ้งมันไม่ถือก็ มันก็หมดแล้วลูกหมดวน ไม่วนไม่แคบไม่มีสภาพที่จะคับแคบอะไร โปรดได้หมดนะ ทุกอย่าง ทุกอย่าง ไม่ใช่เฉพาะในตัวเองลูกทุกอย่าง ก็คือไม่ลูกก็จะได้ไม่วนอยู่แค่ อะไรมันจะเป็นพลังแห่งการไร้ขอบเขตขึ้นทันที ทุกอย่างลูกทุกอย่างไม่ใช่มานิ่งหรือเนิบนาบ ก็แค่ในตัวเองทุกอย่าง ทุกอย่าง จะได้เป็นพลังเบิกบานที่ไร้ขอบเขต เป็นอานุภาพที่ไร้ขอบเขตไปด้วย

ถ้าฝึกวิชาหอยมาก็ลำบากหน่อยนะ ชอบแช่ชอบทรง วิชาหอย ลำบากหน่อยนะ ชอบแช่ชอบทรงดังนั้นทุกอย่างก็ไม่ไปเลยลูก ถ้าตื่นก็คือทุกอย่างไปเลย ถ้าโพล่งก็คือทุกอย่างก็คือโพล่งไปเลย ถ้าไม่ต้องไม่ตั้งก็ทุกอย่างก็คือไม่ต้องไม่ตั้งไปเลย นั่นแหละลูกอานุภาพจะได้ทะลุทะลวง หมดนอกใน นั่นแหละเค้าเรียกว่ามันไม่ใช่เฉพาะนิพพานอยู่แล้ว ตัวเองนิพพานแล้วตัวเองนิพพานแล้ว  นิพพานอยู่แล้ว ไม่ใช่เรานิพพาน ไม่ใช่แค่เรานิพพาน หรือจิตดวงใดดวงหนึ่งนิพพานนิพพานอยู่แล้ว เลยลูก ไม่ใช่จิตดวงหนึ่งดวงใดเป็นผู้หลุดผู้พ้น แต่หมายถึงทุกอย่างคือความไม่ยึดติดอยู่แล้ว ทุกอย่างลูกคือความไม่ยึดติดอยู่แล้ว ไม่ใช่จิตดวงหนึ่งดวงใดเป็นผู้หลุดพ้น ฉนั้นไม่ต้องไม่ตั้งนั่นแหละลูกก็ยุติสมุทัยให้หมดแล้ว ยุติเหตุให้ทั้งหมด ไม่ว่าจะกรรมวิบากอนุสัย จริตนั้นจริตนี้อะไรมันยุติให้หมดเลย ทิ้งทุกจริตทิ้งทุกนิสัย ทิ้งทุกกรรมทุกวิบาก

ประโยคเดียวแหละลูกแต่ว่ามากไปด้วยอานุภาพ คติอคติทิ้งให้หมด จริงไม่จริงทิ้งให้หมด ใช่ไม่ใช่ทิ้งให้หมด เป็นโมหะคติทั้งนั้นเป็นตัณหาซ้อนทิฐิทั้งนั้น โมหะทิฐิทั้งนั้น ทิ้งให้หมด กุศลอกุศลก็ทิ้งให้หมดไม่ต้องเอา โดยที่ไม่ต้องไม่ตั้งนั่นแหละทิ้ง ลูกก็จะนิโรธทุกอย่างก็คือนิโรธอยู่แล้ว ทุกอย่างก็คือดับอยู่แล้วทุกอย่าง ก็คือนิโรธอยู่แล้วไป นอกเหนือการเวียนเกิดเวียนดับ นี่เค้าเรียกว่าจบให้กับสังสาระวัฎ นอกเหนือความคิดเห็นเป็น นอกเหนือยานทัศนะเป็น ลูกนอกเหนือคติเป็น ฉันทาคติ คติ อคติ คติทั้งหลายนอกเหนือคติ รู้ไม่รู้ไม่ต้องเอาลูก เห็นไม่เห็นไม่ต้องเอา เข้าใจไม่เข้าใจไม่ต้องเอา นั่นแหละทุกอย่างก็คือไม่ทุกอย่างก็คือไม่ต้องไม่ตั้ง เรียกว่าเลิกวนกับยานทัศนะเป็น เลิกวนกับคติทั้งหลายเป็น ไม่วนกับความคิดความเห็นความหมายอะไร ไม่ใช่ไร้พลังลูก แต่ให้ไร้ร่องรอยแทน ที่ไม่ต้องไม่ตั้งอยู่แล้วไม่เกาะไม่จับอะไรอยู่แล้ว มันก็ไร้ร่องรอยแห่งการยึดเกาะยึดจับ ไม่ใช่ไร้พลังแต่ให้ไร้ร่องรอยแทน ไม่ใช่อยู่แค่พลังหรือไม่มีพลัง ให้ไร้ร่องรอยแทน ไม่ต้องคอยเกาะอะไรไม่ต้องคอยจับอะไร มันก็ไม่เมื่อย ไม่ต้องไปคอยยึดคอยติดอะไรมันก็ไม่เหนื่อยไม่เมื่อย ลูก รู้ไม่รู้ก็ไม่ต้องเอา ไม่จับรู้ไม่เกาะรู้มันก็ไม่เหนื่อยเพราะ ยึดรู้ นี่มันเหนื่อยเพราะยึดรู้เกาะรู้มันเมื่อย ต้องรู้ๆๆๆๆสัมผัสสัมผัสผัสสะผัสสะ กระทบกระเทือน กระทบกระเทือนเมื่อย เหนื่อยเพราะไอ้ตัวไปรู้นั่นแหละ อันนี้มันไม่ต้องเกาะไม่ต้องจับอะไรมันก็ไม่ต้องเหนื่อย มันก็ไม่ต้องเมื่อย มันก็ไม่ต้องทุกข์ เข้าใจก็ไม่ต้องเอา ไอ้อะไรเข้าใจอะไรมันก็ยังเมื่อยอยู่ เข้าใจไม่เข้าใจคอยเข้าใจเนี่ย คอยเทียวไร้เทียวขื่อในการคอยเข้าใจ คอยรู้เข้าใจอะไรเนี่ยมันยัง เมื่อยอยู่ งั้นโดยที่ไม่ต้องไม่ตั้งนั้นแหละลูก มันก็ยุติเหตุยุติทุกข์ทั้งหมด ไม่ต้องลำบากกับธาตุหนึ่งขันธ์ใดรึ สรรพสิ่งสรรพธาตุทั้งหลาย ถ้าลูกตรงต่อความพ้นทุกข์มันก็พ้นทุกข์ แต่ถ้าตรงต่อทุกข์มันก็ทุกข์ มันเข้าไปตั้งเค้าเรียกว่ามันตรงต่อเหตุตรงต่อทุกข์ตรงต่อกรรมมันก็กรรม

No comments:

Post a Comment