Saturday, February 9, 2013

กรรมสามัญประจำบ้าน

ว่ากันว่าสถานที่ ที่เราใช้เวลาส่วนใหญ่เสวยวิบากกรรมนั้นมีอยู่สองที่คือ บ้านและที่ทำงาน จะว่าไปตอนนี้ก็มีสถานปฏิบัติธรรมรวมเข้าไปด้วยอีกหนึ่ง อยู่ดีไม่ว่าดีหาเรื่องทรมานตัวเองซะแล้ว 555

แต่ที่สุดแล้ว แทบจะทุกคนมักจะยึดติดกับครอบครัว คนในบ้านมากที่สุดครับ แล้วก็เป็นโจทย์ที่ยากที่สุดด้วย วางยังไงก็วางไม่ลง เพราะคนในบ้านคือคนที่เราผูกพันมากที่สุด ยิ่งใกล้ยิ่งเจ็บ อิอิ

แต่พอเกิดทุกข์อะไรขึ้นมาก็ถูกทอดกรอบเป็นกุ้งฝอยติดกันเป็นแพเลย ทุกข์ก็ทุกข์หมู่ ไปไหนไปกันสังสารวัฏฉัน สังสารวัฏเธอ 555

หากใครก็ตามที่ยังไม่มีครอบครัว ก็บอกเอาไว้เลยครับว่า อย่าหาเรื่องใส่ตัวจะดีกว่า ขันธ์ของตัวเอง กายใจของตัวเองก็แย่อยู่แล้วอย่าเอาขันธ์คนอื่นมาพ่วงเข้าไปอีกเลย เวลามีหลายๆคนน่ะ ทุกข์ขึ้นมาทีก็คูณจำนวนคนเข้าไปเลยครับ ไม่ใช่บวกนะ

แม้ว่าขันธ์ที่เราจะผูกด้วย จะสวย จะหล่อ จะรวย จะปี้ดปิ้วสักเท่าใด เขาเหล่านั้นก็คือมนุษย์เหมือนๆกับเรานั่นแหละ มีดีก็มีเลวซ่อนอยู่ ซึ่งก่อนแต่งเราก็จะเห็นแต่เรื่องดีๆไง แต่หารู้ไม่ว่าคุณสมบัติเจ๋งๆเหล่านั้นก็มีวันหมดอายุเหมือนกัน

สถานะของคู่รักก่อนแต่งงานนั้นมักจะสวยงาม แสนหวาน ชวนฝัน แต่พอก้าวข้ามประตูวิวาห์แล้วล่ะก็ ขอบอกได้เลยว่า คุณจะโดนปิดประตูตีแมวทันทีครับ ไม่เชื่อดูสิไม่เห็นมีใครทำธุรกิจเกี่ยวกับชีวิตรักหลังแต่งงานเลย มีแต่สตูดิโอแต่งงานล่อให้คนมาใช้กรรม เห็นไหมๆ 555

เรื่องราวหลังจากการแต่งงานนั้นส่วนมากมักจะเป็นเนื้อหาของวิบากกรรมทั้งนั้น เหมือนกับว่าก่อนแต่งน่ะ มันยังไม่ผูกกัน ขืนออกลายมา เดี๋ยวมันหนี แต่พอแต่งแล้วนั่นแหละโปรโมชั่นของจริงจะออกมาเรียงคิวคุณจะโงหัวไม่ขึ้นเลยครับ

กรรมอย่างหนึ่งที่เจอกันทุกบ้านจนผมสามารถเรียกว่าเป็นกรรมสามัญประจำบ้านก็ได้ กรรมนั้นคือทิฏฐิ ของคนในบ้านที่มีต่อกันนั่นเอง

ทิฏฐินี้แหละที่ทำให้คนในบ้านไม่ฟังกัน พูดอะไรก็ไม่เข้าหู พูดอะไรก็ไม่เข้าใจ มองเราว่าเป็นไอ้เบื้อกอยู่เรื่อย เป็นกรรมที่ดูเหมือนจะไม่หนักหนาถึงตาย แต่มันก็เป็นเรื่องที่ชวนทรมานไม่น้อยเลย และบางกรณีก็ยาวนานจวบจนวันสิ้นใจ ซึงหลายคู่ก็หาทางออกด้วยการเลิกราหย่าร้างกันไป ก็คิดดูแล้วกันว่าแทนที่บ้านจะเป็นสถานที่สุดท้ายที่ซ้ำเติมเรา แต่ดันกลับกลายเป็นสถานที่แรกบนโลกที่เราอยากจะหนีออกไปให้พ้น....ดังนั้นอย่าซื้อบ้านหรูมากนักนะครับ เสียดายตังค์ 555

ปัญหาครอบครัวที่รุนแรงขึ้นนั้นมันก็มีสาเหตุมาจากเรื่องเดียวนั่นแหละครับ นั่นก็คือเรื่อง ตัวกู และตัวมึง ซึ่งถ้ามีตัวกูและตัวมึงที่ไหน ต่อให้บ้านกว้างยังไงก็ไม่พออยู่ ต่อให้หรูหรายังไงก็ไม่มีความสุข

คิดดูก็แล้วกันว่า ต่างคนต่างตั้งเอากับอีกฝ่ายน่ะ ถ้าวันไหนไม่สามารถตอบสนองกิเลสให้กันได้มันก็จบ และทั้งหมดนี้แหละคือกรรมล้วนๆ สุดท้ายมันเอาอะไรได้สักอย่างไหม ความสุขเสพแล้วก็จบไป ความทุกข์ผ่านมาแล้วผ่านไป ก็เรามัวแต่ไปคอยยึด คอยหวังว่า เขาหรือเธอจะเป็นแบบนั้นแบบนี้ อยากให้เหมือนวันเก่าๆมันก็เป็นไปไมได้ครับ มนุษย์เราก็เหมือนตุ๊กตากงเต็กดีๆนี่เอง

ร่างกายมนุษย์ตอน 10 ขวบกับ ตอนอายุ 30 ปีก็ไม่ใช่คนเดิมแล้ว ถ้านับว่าเซลส์ร่างกายที่ตายลงแล้วมีเซลส์ใหม่เกิดขึ้นแทนที่ตลอดเวลานะ ไม่กี่ปีเซลส์เก่าก็ไม่เหลือแล้ว ดังนั้นก็อย่าไปยึดว่าอะไรๆมันจะอยู่ดีมีสุขเหมือนตอนก่อนแต่งงาน มันไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว ยึดได้ซะที่ไหน

มีคำหนึ่งที่หลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะ เขมรโตท่านพูดเอาไว้ครับ ท่านบอกว่า "สัมพันธ์นะไม่ใช่ผูกพัน" ซึ่งก็จริงจนเจ็บปวดทีเดียว เพราะเราถูกสอนมาตลอดเรื่องการสร้างความผูกพันกับคนในครอบครัว ทั้งที่จริงๆแล้ว เราเกิดมาก็เกิดคนเดียว ตอนตาย(ห่า)ก็ตายคนเดียว ก็เพียงแค่มาเจอกัน สัมพันธ์กันช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้นไม่มีอะไรมากกว่านี้ ความสัมพันธ์นั้นต่อให้สวยงามแค่ไหนก็ยึดไม่ได้เหมือนกัน ก็ไม่รู้จะเอาอะไรกันนักหนากับชีวิตนะคนเรา (ส่วนไอ้พวกเพลบอยก็อย่าเอาคำหลวงพ่อไปหลอกหากินกับหญิงสาว เดี๋ยวซวยไม่รู้ตัว)

เลิกตั้งเอากับคนในครอบครัวกันได้แล้วครับ ไม่เคยมีพื้นที่พอสำหรับตัวกูและตัวมึง มันจะได้เลิกกลายเป็นสถานที่เสวยวิบากกรรมกันเสียที มีอะไรก็อโหสิต่อกันไป เวลาตายห่าจากกันจะได้ไม่มีอะไรค้างคากันอีก ยิ่งเกลียดก็ยิ่งเจอกันนะจ๊ะขอบอก ยิ่งไม่วาง ยิ่งอาฆาตให้กัน เดี๋ยวชาติหน้าก็กลับมาทะเลาะกัน ฆ่าแกงกันใหม่อีกนั่นแหละครับ ก็กรรมน่ะมันมีจุดจบเสียที่ไหน ไม่งั้นเขาจะเรียกว่าสังสารวัฏเหรอ

บ้านใครมีปัญหาแบบนี้ก็รีบไปขอขมากรรมต่อกันได้เลยครับ ไม่ต้องรอเทศกาลวันแม่ วันพ่อ เดี๋ยวไม่ใครก็ใครจะตายห่าไปซะก่อนต้องไปใช้กรรมกันชาติหน้าอีก และอย่าลืมหยาดน้ำด้วย เดี๋ยวทิฏฐิคลายลงไปเอง

แต่ถ้าโปรดกันในภาคหยาบไม่ได้ คือคุยกันยังไงก็ไม่รู้เรื่องทั้งๆที่พูดภาษาเดียวกัน ก็ไม่เป็นไร โปรดกันในภาคละเอียดด้วยการหยาดน้ำอย่างเดียวนั่นแหละดีที่สุดแล้วครับ

No comments:

Post a Comment